
กรุงปรากยอดติดเชื้อโคโรนาเพิ่ม เริ่มมารณรงค์ใส่หน้ากาก
กรุงปรากมียอดติดเชื้อโคโรนาพุ่งยอดเกือบ400รายแล้ว แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้หายจากการติดเชื้อ 3 คน ล่าสุดเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนใส่หน้ากากผ้า และมีการตัดเย็บเอง ด้านสถานทูตจัดซื้อหน้ากากผ้าจากไทยทำจากผ้ามัสลินสองชั้นให้ชุมชนไทยในเช็ก 500 ชิ้น
รายงานข่าวจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก แจ้งว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ในสาธารณรัฐเช็ก เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในเช็ก รวมทั้งสิ้น 383 คน โดยมีจำนวนคนที่กักตัวเองทั้งหมด 6,889 คน มีผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว 5,068 คน และไม่มีผู้ใดเสียชีวิต โดยเมื่อบ่ายของวันที่ 16 มีนาคม 2563 สธ. เช็กยืนยันว่ามีผู้หายจากการติดเชื้อ 3 คนแรกในเช็กแล้ว ซึ่งมาจากเมือง Decin ขณะนี้ รักษาตัวอยู่ที่ รพ. ในแคว้น Usti And Labem
ล่าสุดมีมาตรการเพิ่มเติมในเช็กโดยสภาเทศบาลกรุงปรากได้ประกาศเมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 ห้ามผู้โดยสารที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หรือปิดปากและจมูก ใช้บริการขนส่งสาธารณะ (ทั้งรถเมล์ รถราง และรถไฟใต้ดิน) โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2563 เนื่องจากประชาชนสามารถแพร่เชื้อโควิดได้แม้ว่าตนเองยังไม่มีอาการและยังไม่รู้ตัว
นอกจากนี้รัฐบาลเช็กและเทศบาลกรุงปรากเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนใส่หน้ากากผ้า โดยมีการใส่เป็นตัวอย่าง ทำให้เริ่มเห็นชาวเช็กทั่วไปใส่หน้ากากมากขึ้น รวมทั้งมีการสอน ประชาชน ให้ทำหน้ากากผ้าเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องไปหาซื้ิอ เนื่องจากไม่มีจำหน่ายในตลาด ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปรากได้จัดซื้อหน้ากากผ้าจาก ประเทศไทยเพื่อแจกจ่ายชุมชนไทยในสาธารณรัฐเช็กแล้ว และหลังจากการจำกัดการเดินทางในเช็กวันแรก เห็นได้ว่ามีชาวเช็กเดินทางออกนอกบ้านน้อยลงอย่างมาก แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้ห้ามการเดินทางไปทำงาน แต่บริษัทและหน่วยงานส่วนใหญ่แนะนำให้ลูกจ้างและข้าราชการทำงานที่บ้านและเดินทางไปที่ทำงานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ทางการเช็กรณรงค์ให้คนสวมหน้ากาก สถานทูตจัดซื้อหน้ากากผ้าจากประเทศไทย ทำจากผ้ามัสลินสองชั้น ให้ชุมชนไทยในเช็ก 500 ชิ้น สถานทูตจัดซื้อจากทัณฑสถานหญิงกลาง ตอนนี้เช็กก็ให้ผู้ต้องขังช่วยผลิตหน้ากากด้วย
แหล่งข่าวจากคนไทยที่พำนักอยู่ในกรุงปรากเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ภาพรวมบรรยากาศตามเมืองหรือสถานที่สำคัญเข้าสู่ภาวะเงียบเหงา ไม่มีคนออกมาเดินตามสถานที่ต่างๆแบบเดิม และประชาชนมีการตื่นตัวมากขึ้นในการดูแลตัวเอง






