
สตาร์บัคส์สหรัฐฯเตือนลูกค้า “รีบซื้อ รีบไป” ปลอดภัยกว่า
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ลุกลามอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาซึ่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นเหนือระดับ 2,950 รายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 57 ราย ทำให้ผู้ประกอบการต้องพากันเร่งปรับกลยุทธ์รับมือกับผลกระทบที่กำลังถั่งโถมเข้ามาหนักหน่วงยิ่งขึ้น ไม่เพียงในแง่ยอดขายและผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบในแง่ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพนักงานที่ต้องทำงานท่ามกลางภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสด้วย
ล่าสุด บริษัท สตาร์บัคส์ เชนร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมของสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจนำมาตรการเชิงป้องกันมาใช้ โดยบริษัทได้ประกาศปิดบางสาขาเป็นการชั่วคราวและลดระยะเวลาการให้บริการของสาขาที่ยังเปิดอยู่ โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่นในศูนย์การค้า หรือในมหาวิทยาลัย ที่มักจะมีผู้คนเข้ามานั่งในร้านนานๆ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสตาร์บัคส์ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
สตาร์บัคส์เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันซึ่งสอดคล้องไปกับมาตรการของภาครัฐที่เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักเกี่ยวกับพิษภัยและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ รัฐบาลได้ขอให้ประชาชนตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันตัวเองด้วยการหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหรือร่วมกิจกรรมหมู่กลุ่มที่มีการชุมนุมของคนจำนวนมาก
ดังนั้น อย่างน้อยในระยะ 2 สัปดาห์ข้างหน้า บริษัทจะดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้ลูกค้าเข้ามารวมตัวกันในร้านเป็นเวลานานๆ (สาขาในสหรัฐฯและแคนาดา) ทางร้านได้เก็บเก้าอี้นั่งส่วนหนึ่งออกไป ทั้งในส่วนภายในร้านและเก้าอี้นั่งกลางแจ้งด้านหน้าร้าน ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ บริการไดรฟธรู และบริการโทรสั่งให้ทางร้านนำไปส่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้พนักงานใส่ถุงมืออนามัยขณะรับเงินจากลูกค้า ทางร้านระบุว่า มาตรการเหล่านี้ใช้ได้ผลดีมาแล้วเมื่อใช้กับร้านสาขาในประเทศจีนช่วงที่มีการแพร่ระบาดหนักก่อนหน้านี้






