thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันร่วงกระทบฐานะการคลังซาอุฯ-รัสเซีย

ราคาน้ำมันร่วงกระทบฐานะการคลังซาอุฯ-รัสเซีย

10 มี.ค. 63 | 04:02 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 63 | 11:29 น.

เปิดฉากสงครามราคาน้ำมัน ล่าสุดร่วง 10 ดอลล์ หลังเจรจาในเวทีโอเปคล่ม ซาอุฯประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ   ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองถ้ายืดเยื้ออาจกระทบฐานะการคลังของ 2 ผู้นำด้านพลังงาน

 

 

 

 

 

 

สืบเนื่องจากเหตุเจรจาในเวทีโอเปคล่ม หลังรัสเซียไม่เห็นด้วยกับการพยุงราคาน้ำมันด้วยการลดกำลังผลิต 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันตามคำขอนั้น ทำให้ซาอุดิอาระเบียลดราคาน้ำมันลงและเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน ยิ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงต่อเนื่อง  ล่าสุดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันจันทร์ (9มี.ค.) ร่วงลงหนักสุด 10 ดอลลาร์ หลังจากจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตรที่นำโดยรัสเซีย ประสบความล้มเหลวในการทำข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียเปิดฉากทำสงครามราคาน้ำมัน ด้วยการประกาศลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (โอเอสพี)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ร่วงลง 10.15 ดอลลาร์ หรือ 24.6% ปิดที่ราคา 31.13 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 10.91 ดอลลาร์ หรือ 24.10% ปิดที่ราคา 34.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งทั้งสองสัญญาดิ่งลงคิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ปี 2534 ระหว่างสงครามอ่าวเปอร์เซีย

ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มร่วงลงแตะระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาโอเอสพี ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นของการทำสงครามราคาน้ำมัน

สอดคล้องกับที่นายนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าขณะนี้ 2 ประเทศผู้นำด้านพลังงานได้เปิดฉากสงครามราคากันชัดเจนแล้ว โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะเพิ่มกำลังผลิตส่งผลกระทบทันทีกับหุ้นที่เกี่ยวกับน้ำมัน  ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังต้องดูปัจจัยลบอื่นประกอบ เช่น  ผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

“เมื่อคืนราคาน้ำมันลงมา 25%  เช้านี้(10มี.ค.63)เริ่มหยุด แต่ยังต้องดูท่าทีของรัสเซียที่ล่าสุดบอกว่า ถ้าราคาน้ำมันลงมาอยู่ที่ 20-25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอยู่ได้ถึง 20 ปี  โดยรัสเซียผลิตน้ำมันได้วันละ 11 ล้านบาร์เรล  มีการส่งออกราว 10 ล้านบาเรล ขณะที่ซาอุฯ มีกำลังผลิตน้ำมัน 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีการส่งออกราวว 8 ล้านบาเรล  โดยซาอุฯอ้างว่า ถ้าราคาน้ำมันร่วงลงมาที่ 20-25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก็จะอยู่ได้นานกว่ารัสเซีย เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่า  โดยภาพรวมถ้ายืดเยื้อย่อมไม่เกิดผลดีแน่โดยเฉพาะฐานะการคลังของทั้ง 2 ประเทศนี้”

ด้านนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามราคาน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น อาจทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบย่ำแย่ลงมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.ปี 2557 และอาจทำให้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งรุนแรงอย่างที่เคยเกิดขึ้นในปี 2559 จนทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงหลุดระดับ 30 ดอลลาร์/บาร์เรลในขณะนั้น