thansettakij
thansettakij
กพท.งัดกฎการบินกักตัวผู้โดยสารประเทศเสี่ยง

กพท.งัดกฎการบินกักตัวผู้โดยสารประเทศเสี่ยง

09 มี.ค. 63 | 02:19 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 63 | 09:31 น.

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ กพท. เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ กพท. เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  โดยประกาศฉบับดังกล่าว มีใจความสำคัญว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 พร้อมทั้งกำหนดท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษมาเก๊า เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น 
ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศในการปฏิบัติการบินระหว่างท้องที่ดังกล่าว และเพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศ กพท. จึงประกาศแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ดังต่อไปนี้
 

1.ในกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดท้องที่ เขตติดโรคจากเชื้อไวรัส COVID-19 ดังกล่าวนั้น ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากท้องที่นั้น ต้องได้รับการกักตัว และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออย่างอื่นตามที่รัฐบาลกำหนด 
2.ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศ (สายการบิน) ที่ให้บริการจากสถานีต้นทางในท้องที่ที่เป็นเขตโรคติดต่อฯ ทำการคัดกรองผู้โดยสารโดยในเวลาแสดงตัว เพื่อออกบัตรขึ้นครื่อง (Check in) โดยตรวจสอบใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารไม่มีความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อ COVID-19 หากผู้โดยสารไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ดังกล่าวได้ ให้งดการออกบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ให้แก่ผู้โดยสารนั้น
3.สายการบินอาจพิจารณาใช้มาตรการตามข้อ 2 ในการคัดกรองผู้โดยสารจากสถานีต้นทางในประเทศและเขตปกครองพิเศษที่มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข หรือองค์กรอนามัยโลก (WHO) ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 
4.เมื่อได้ตรวจสอบใบรับรองแพทย์ และออกบัตรขึ้นเครื่องให้ผู้โดยสารแล้ว ให้สายการบินจัดให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลตามแบบ ต.8 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทาง

 

กพท.งัดกฎการบินกักตัวผู้โดยสารประเทศเสี่ยง

กพท.งัดกฎการบินกักตัวผู้โดยสารประเทศเสี่ยง

5.เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีอำนาจออกคำสั่งตามตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้แก่ ห้ามผู้ใดเข้าไปในหรือออกจากอากาศยานที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อดังกล่าว รวมถึงห้ามนำพาหนะอื่นใดเข้าเทียบอากาศยานที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 
นอกจากนี้ ให้ดำเนินการหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้สายการบินดำเนินการกำจัดความติดโรค เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ของโรค จัดให้อากาศยานจอดอยู่ ณ สถานที่ที่กำหนดให้ จนกว่าเจ้าพนักงานฯ จะอนุญาตให้ไปได้ อีกทั้ง ให้ผู้เดินทางซึ่งมากับพาหนะนั้น รับการตรวจในทางแพทย์ และอาจให้แยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต หรือรับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ณ สถานที่ และระยะเวลาที่กำหนด
 

6.สายการบินจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งผู้เดินทางซึ่งมากับอากายานนั้น เพื่อแยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต หรือรับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตลอดทั้งออกค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ 


7.ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศแจ้งปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตราย และมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยเคร่งครัด 


8.ให้สายการบินแจ้งแนวปฏิบัติดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีต้นทางและเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานให้ทราบและถือปฏิบัติ รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานประกาศเพิ่มเติมบนอากาศยานให้ผู้โดยสารทราบ