thansettakij
thansettakij
‘ทวิตเตอร์’สกัดเฟกนิวส์ไวรัสโคโรนา

‘ทวิตเตอร์’สกัดเฟกนิวส์ไวรัสโคโรนา

30 ม.ค. 63 | 12:22 น.

ทวิตเตอร์เปิดประกาศสกัดเฟกนิวส์ พร้อมเปิดฟังก์ชั่นใหม่ ค้นหาข้อมูลน่าเชื่อถือเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า 

‘ทวิตเตอร์’สกัดเฟกนิวส์ไวรัสโคโรนา

ทวิตเตอร์ประกาศช่วยทั่วโลกค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า พร้อมป้องกันการบิดเบือนบนทวิตเตอร์ ช่วยเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ส่งเสริมให้การมีส่วนร่วมในบทสนทนาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และให้น้ำหนักกับข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ในประเด็นเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าที่กำลังเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วง 4 อาทิตย์ที่ผ่านมามีการทวีตหัวข้อนี้มากกว่า 15 ล้านข้อความทั่วโลกและมีแนวโน้มว่าจะเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าปัจจุบันจะไม่พบว่ามีความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามแต่ทวิตเตอร์ยังคงเฝ้าระวังและทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบหัวข้อที่กำลังอยู่ในกระแส  การค้นหา และบริการทั่วไปในด้านอื่นๆ จะได้รับการปกป้องจากพฤติกรรมที่มีเจตนาร้าย โดยผู้ที่มีเจตนากระทำการดังกล่าวจะถูกลบออกจากแพลตฟอร์มของทวิตเตอร์โดยทันที ทวิตเตอร์ไม่อนุญาตให้มีการบิดเบือนข้อมูลบนทวิตเตอร์และสนับสนุนให้ทุกคนหยุดคิดก่อนจะกดแชร์หรือเข้าไปมีส่วนร่วมร่วมในความพยายามที่จะทำลายการสนทนาสาธารณะโดยเจตนา

‘ทวิตเตอร์’สกัดเฟกนิวส์ไวรัสโคโรนา

จากประเด็นของไวรัสโคโรน่าได้มีการพูดถึงและขยายไปในระดับนานาชาติ ทวิตเตอร์จึงได้เปิดตัวฟังก์ชั่นใหม่เพื่อการค้นหาได้ทันที ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเมื่อผู้ใช้งานเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสโคโรน่า ก็จะได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้เป็นอันดับแรก 

นอกจากนี้เราได้หยุดให้บริการการแนะนำผลลัพธ์ในการค้นหาอัตโนมัติซึ่งอาจนำไปสู่เนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือบนทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขยายขอบเขตของการรู้ข้อเท็จจริง หรือ #KnowTheFacts prompt ได้ทันที ซึ่งทวิตเตอร์ได้จัดทำขึ้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสุขอนามัยต่างๆ ในการป้องกันตนเองได้

‘ทวิตเตอร์’สกัดเฟกนิวส์ไวรัสโคโรนา

ขณะนี้ทวิตเตอร์ได้มีการร่วมมือในเรื่อง ไวรัสโคโรน่า อย่างเป็นทางการในหลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยจะขยายความร่วมมือออกไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมหากมีความจำเป็น 
ในส่วนของประเทศไทย ทวิตเตอร์ได้ร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข และ องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย มุ่งให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ไปยังแอคเคาท์ทวิตเตอร์ของทั้งสององค์กร และเบอร์ติดต่อสายด่วนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422