thansettakij
thansettakij
ผู้ป่วยพุ่ง จีนยังมึนต้นเหตุโรคปอดอักเสบชนิดใหม่

ผู้ป่วยพุ่ง จีนยังมึนต้นเหตุโรคปอดอักเสบชนิดใหม่

06 ม.ค. 63 | 06:59 น.

 

สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เปิดเผยวานนี้ว่า จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อปอดอักเสบปริศนาที่ขณะนี้ยังไม่ทราบถึงต้นเหตุการแพร่ระบาด ได้เพิ่มขึ้นจาก 44 คนเมื่อวันศุกร์ (3 ม.ค.) เป็น 59 คนแล้ววานนี้ (5 ม.ค.) แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งหมดกำลังได้รับการรักษาภายในพื้นที่กักกันโรค อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ แต่การตรวจสอบก็ทำให้ทราบชัดเจนแล้วว่า โรคระบาดล่าสุดนี้ไม่ใช่โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายร้อยคนเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา และไม่ใช่โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) รวมทั้งไม่ใช่โรคไข้หวัดนก

 

ในจำนวนดังกล่าว เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 7 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยแต่ยังไม่มีอาการและอยู่ในการเฝ้าสังเกตของแพทย์พยาบาลจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 163 คน แถลงการณ์ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์นับเป็นแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับโรคระบาดดังกล่าว แต่ถือเป็นฉบับแรกที่มีการพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับวันเวลาที่ผู้ป่วยถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ โดยบุคคลแรกที่มีรายงานเข้ามานั้น ระบุว่าเริ่มป่วยและแสดงอาการในวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ป่วยปอดอักเสบคนล่าสุดที่ตรวจพบ ระบุว่า 29 ธ.ค. 2562

 

การตรวจสอบในเบื้องต้นไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคนี้จากคนสู่คน  และไม่ปรากฏการติดเชื้อในหมู่บุคลากรการแพทย์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะโดยทั่วไปแล้ว การติดเชื้อในหมู่บุคลากรการแพทย์ มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในช่วงต้นของการเกิดโรคปอดอักเสบระบาด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่รู้หรือไม่มีข้อมูลมากพอว่าจะต้องป้องกันตัวเองเป็นพิเศษอย่างไรกับเชื้อใหม่ๆที่เกิดขึ้น  

 

เชื่อไม่ใช่เชื้อที่แพร่จากคนสู่คนได้ง่าย

 

ราล์ฟ แบริค ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อไวรัสจากมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ถ้าพิจารณาจากเวลาที่มีรายงานผู้ป่วยแสดงอาการและข้อมูลที่ว่าไม่มีการติดเชื้อในบุคลากรการแพทย์ ก็พอจะบ่งชี้ได้ว่า ไม่ง่ายนักที่โรคระบาดดังกล่าวนี้จะติดต่อระหว่างคนสู่คน ดังนั้น ส่วนตัวเขาเองเชื่อว่าโรคปอดอักเสบที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในประเทศจีนครั้งนี้ เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน และเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการแพร่ระบาด สถานการณ์ในขณะนี้จึงเป็นเผชิญหน้ากันระหว่างพัฒนาการของเชื้อไวรัสกับมาตรการควบคุมป้องกันโรคไม่ให้แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง

 

แถลงการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งเมืองอู่ฮั่นยืนยันว่า โรคระบาดครั้งนี้ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่โดยทั่วไป ไม่ใช่เชื้อไข้หวัดนก ตลอดจนเชื้ออดิโนไวรัสที่เป็นตัวการโรคทางเดินหายใจชนิดรุนแรง  รวมทั้งไม่ใช่โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่เคยแพร่ระบาดในเอเชียและคร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อยคนเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา  และไม่ใช่โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส)

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวนับเป็นการสกัดข่าวลือและข้อสงสัยที่ว่า โรคที่กำลังเกิดขึ้นระลอกนี้อาจจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของโรคซาร์ส ที่เคยแพร่ระบาดจากประเทศจีนสู่ประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังแพร่ไปไกลถึงเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดาในช่วงต้นปี 2546  แต่ก็ถูกควบคุมการแพร่ระบาดได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น


ผู้ป่วยพุ่ง จีนยังมึนต้นเหตุโรคปอดอักเสบชนิดใหม่

 

ข่าวระบุว่า สำหรับการแพร่ระบาดครั้งนี้ อาการโดยทั่วไปที่เด่นชัดของผู้ป่วยปอดอักเสบ คือ ไข้ขึ้นสูง บางรายอาจมีอาการหายใจลำบาก องค์การอนามัยโลก (WHO)ออกแถลงวานนี้ (5 ม.ค.) โดยแสดงผลการตรวจเอ็กซเรย์พบว่า มีเนื้อเยื่อที่ผิดปกติที่กระจายตัวอย่างรวดเร็วในปอดทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วย  

 

ชมจีนแจ้งข่าวเร็ว คาดพาหะอาจเป็นสัตว์ปีก-สัตว์ป่า

ทางการจีนได้แจ้งข่าวการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจดังกล่าวแก่ WHO เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้โลกได้รับรู้ข่าวเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบดังกล่าว ถัดจากนั้น 1 วัน จีนสั่งปิดและเริ่มปฏิบัติการฆ่าเชื้อตลาดค้าส่ง South China Seafood Wholesale Market ซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้ป่วยที่ติดเชื้อกว่า 10 ราย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นตลาดค้าส่งอาหารทะเล แต่ที่นี่ก็มีการจำหน่ายสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อการชำแหละเนื้อขายด้วย  เจ้าหน้าที่ระบุว่า กระบวนการชำแหละและเตรียมเนื้อสัตว์ป่าเพื่อจำหน่ายเป็นอาหารอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว การแพร่ระบาดของโรคซาร์สในคนนั้นมีสัตว์คือตัวชะมดเป็นพาหะ โดยชะมดนั้นเป็นสัตว์ป่าที่นิยมนำมาบริโภคเป็นอาหารในแถบภาคใต้ของประเทศจีน

จีนสั่งปิดและเริ่มปฏิบัติการฆ่าเชื้อตลาดค้าส่งอาหารทะเลแห่งหนึ่งในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้ป่วยที่ติดเชื้อกว่า 10 ราย

ไมเคิล ออสเตอร์โฮล์ม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนโยบายโรคติดเชื้อ (CIDRP) ให้ความเห็นว่า ถ้าเชื้อไวรัสชนิดใหม่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบในประเทศจีนขณะนี้ ก็เป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นไวรัสที่มาจากพาหะอย่างนก สัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่จากสัตว์ทะเล  เขายังแสดงความชื่นชมที่ทางการจีนให้ข้อมูลต่อสาธารณชนได้อย่างเร็วไว ทำให้เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถออกมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ พร้อมทั้งค้นพบสาเหตุของโรคได้ในเวลาอันรวดเร็ว
 

 

ฮ่องกง-สิงคโปร์-ไต้หวัน ตรวจเข้มคนเดินทาง

นอกจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนแล้ว ยังมีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโดยโรคปอดอักเสบที่ฮ่องกงซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ในเมืองอู่ฮั่น  โดยจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงเฝ้าระวังว่าจะติดเชื้อดังกล่าวมีจำนวน 16 คน (ข้อมูล ณ วันอาทิตย์ที่ 5 ม.ค.) โดยทั้ง 16 คนเป็นชาวฮ่องกงที่เพิ่งเดินทางไปเยือนเมืองอู่ฮั่นมาเมื่อเร็วๆนี้  การตรวจร่างกายในเบื้องต้นพบว่า 10 คนในจำนวนนี้ ติดเชื้อเกี่ยวกับทางเดินหายใจทั้งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดโดยทั่วไป(ไรโนไวรัส) พาราอินฟลูเอนซา  ไวรัสโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี (RSV) และอื่นๆ  นางโซเฟีย ชาน รัฐมนตรีสาธารณสุขของฮ่องกงแถลงว่า ได้สั่งการให้โรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่การแพทย์รีบรายงาน หากพบผู้ป่วยเป็นไข้ ซึ่งเพิ่งเดินทางไปอู่ฮั่นในช่วง 14 วันที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังประกาศใช้มาตรการรับมือระดับสูงสุดเพื่อสกัดกั้นการระบาดของโรคนี้ รวมทั้งออกประกาศ เตือนชาวฮ่องกงว่าอย่าเข้าไปในตลาดสด และรับประทานอาหารที่ทำจากสัตว์ป่าในจีนแผ่นดินใหญ่
ผู้ป่วยพุ่ง จีนยังมึนต้นเหตุโรคปอดอักเสบชนิดใหม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของประเทศสิงคโปร์ที่เพิ่งมีรายงานเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า มีผู้ป่วยเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบเชื้อสายจีนที่เพิ่งเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น และมีอาการคล้ายการติดเชื้อไข้หวัดนั้น ผลการตรวจร่างกายพบว่า หนูน้อยมีอาการปอดบวมจากไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายในใจเด็ก แพทย์ยังคงเฝ้าระวังของผู้ป่วยรายนี้  ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทางสนามบินชางอีจะทำการตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารขาเข้าทั้งหมดที่มาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน

 

เช่นเดียวกับที่ไต้หวัน ที่ได้นำมาตรการคัดกรองที่เข้มงวดมาใช้ในสนามบินทุกแห่งของประเทศ โดยจะมีทีมบุคลากรการแพทย์ ทำการวัดอุณหภูมิของผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคนที่มาจากเมืองอู่ฮั่น

 

อนึ่ง เมื่อปี 2546 การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส  หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง ที่เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส และเชื่อว่ามีต้นตอจากมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ของจีน ได้ทำให้มีผู้ติดเชื้อโรคนี้กว่า 8,000 คนทั่วโลก(ข้อมูลจาก WHO) และคร่าชีวิตผู้คน 349 คนในจีนแผ่นดินใหญ่จีน และ 299 คนในฮ่องกง