
“จีน”เรียกฝึกทุกเหล่าทัพ พร้อมรบขั้นสูงสุด
ประมวลคำสั่ง“สี จิ้นผิง”เรียกทุกเหล่าทัพ ฝึกรักษาระดับพร้อมรบขั้นสูงสุด พร้อมตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน
พลตรี ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์และการป้องกันประเทศ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของจีน ให้ทุกเหล่าทัพเริ่มการฝึกซ้อม ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
1. เมื่อวันที่ 2 ม.ค.63 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของจีน ได้ลงนามคำสั่งเลขที่ 1 ประจำปี 2020 (พ.ศ.2563) ของคณะกรรมาธิการทหารกลางให้ทุกเหล่าทัพเริ่มการฝึกซ้อม โดยทุกเหล่าทัพของจีนต้องยึดมั่นในแนวคิดว่าด้วยสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์จีนในยุคใหม่ และปฏิบัติตามแนวคิดสร้างกองทัพให้เข้มแข็งของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยเฉพาะการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ด้านการทหารในยุคใหม่ ในการตอกย้ำแนวคิดการทำงานทุกด้านเพื่อสู้รบ ทั้งการเกณฑ์ทหาร การนำทัพ และการซ้อมรบ ต้องเน้นมาตรฐานการสู้รบนำการฝึกซ้อม ฝึกทหารอย่างเป็นระบบ เพิ่มการฝึกซ้อมตามระบบ ปูรากฐานให้แม่นยำ ตลอดจนสร้างกำลังทหารที่เข้มแข็ง โดยต้องปฏิบัติภาระหน้าที่ที่พรรคและประชาชนมอบหมายในยุคใหม่ให้ได้
2. จากการแถลงข่าวของโฆษกกระทรวงกลาโหมจีน (พันเอกอาวุโส อู๋ เชียน) เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 ว่า ในรอบปี 2019(พ.ศ. 2562) กองทัพจีนได้ผลักดันความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศในยุคใหม่อย่างรอบด้าน และได้รับผลคืบหน้าใหม่เป็นที่น่าพอใจ และในปี 2020 (พ.ศ.2563) กองทัพจีนจะปฏิบัติตามแนวคิดประชาคมร่วมอนาคตของมนุษยชาติ ปฏิบัติภาระหน้าที่ระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ส่งเสริมความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศในยุคใหม่อย่างรอบด้าน อุทิศกำลังใหม่เพื่อสร้างสรรค์โลกที่มีสันติภาพและความสงบสุขอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในรอบปี 2020 กองทัพจีนจะได้มีการเยือนระหว่างประเทศระดับสูง การเจรจาด้านการป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนเฉพาะกิจ และการฝึกซ้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือทางทหาร เป็นต้น โดยเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารเชิงสร้างสรรค์อย่างรอบด้านและเพิ่มความไว้วางใจทางทหารมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งเสริมความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศให้มีสันติภาพและเสถียรภาพ
บทสรุป อาจวิเคราะห์ได้ว่า โครงการซ้อมรบร่วมและโครงการฝึกร่วมทางทหารของกองทัพจีนที่ผ่านมามีลักษณ์เด่น 3 ประการ ได้แก่ (1) มีการยกระดับให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น (2) มีขีดความสามารถเข้าขั้นการสู้รบจริงได้มากขึ้น และ (3) มีกลไกที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น ดังนั้น ในคำสั่งประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของจีน ให้ทุกเหล่าทัพเริ่มการฝึกซ้อม จึงเน้นให้มีการฝึกซ้อมโดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย (Force on force) และพัฒนาระบบการประเมินผล เพื่อรักษาระดับความพร้อมรบขั้นสูงสุด รวมทั้งสามารถยกระดับต่อการตอบสนองในสถานกาณ์ฉุกเฉิน และให้ความสำคัญกับระบบปฏิบัติการรบร่วม






