thansettakij
thansettakij
หมัดต่อหมัด สงครามการค้าใครชนะในเวทีนี้

หมัดต่อหมัด สงครามการค้าใครชนะในเวทีนี้

06 พ.ย. 62 | 01:42 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ย. 62 | 09:41 น.
  • สำนักข่าว CNBC  ได้นำเสนอความเห็นสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ที่ตัวเลขการค้าล่าสุดแสดงให้เห็นว่าทั้งสหรัฐฯและจีนต่างมีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่น้อยไปกว่ากัน และยังเตือนด้วยว่า การทำสงครามในระยะยาวอาจสร้างผลเสียกับการส่งออกของสหรัฐฯมากกว่าจะเป็นผลดี
  • ตัวเลขการส่งออก 9 เดือนแรกของปีนี้หากคิดตามมูลค่าแล้วจีนได้รับผลกระทบมาก แต่หากเทียบเป็น% สหรัฐฯเสียเปรียบมากกว่า 

ในเวทีสงครามการค้าที่สหรัฐฯและจีนต่างฟาดฟัน ไม่มีใครน้อยหน้ากว่าใคร ทำให้ประเทศเล็กๆรายรอบ ไม่เว้นแม้แต่ไทยได้รับผลจากการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย และตัวเลขล่าสุดที่วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามเศรษฐกิจนี้ กลับแสดงให้เห็นว่า จีนและสหรัฐฯต่างฝ่ายต่างพ่ายแพ้ ทั้งสองฝั่งมีมูลค่าความเสียหายจากการทำสงครามการค้าหลายหมื่นล้านเหรียญฯ และนี่คือที่มาของการเจรจายุติสงครามการค้าที่ไม่จบสิ้นที่ดำเนินมานานเป็นปี  

ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯมักจะคุยโม้เสมอว่า สงครามการค้าที่เกิดขึ้นนี้ จีนเสียหายมากกว่าสหรัฐฯในแง่ของมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่หากไปดูเลข 9 เดือนแรกของปีที่ ที่เพิ่งจะประกาศออกมาเมื่อวานนี้ ตัวเลขแสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯนำเข้าสินค้าจากจีนลดลง 5.3 หมื่นล้านเหรียญฯ และในทางกลับกันส่งออกไปจีนลดลง 1.45 หมื่นล้านเหรียญฯ   
แต่การส่งออกจากสหรัฐฯไปจีนมีมูลค่าน้อยอยู่แล้วเมื่อเทียบกับการนำเข้า ดังนั้นเมื่อตัวเลขส่งออกที่ลดลงมากถึง 1.45 หมื่นล้านเหรียญฯ เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นถือเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบจากฐานเดิม

จีนได้รับผลกระทบมากกว่าสหรัฐฯจากสงครามการค้าเมื่อคิดเทียบเป็นมูลค่า ที่มา: CNBC

ตัวเลขที่ประกาศออกมาแสดงให้เห็นว่า การส่งออกจากสหรัฐฯไปจีน ลดลงมากถึง 15.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มากกว่าตัวเลขการนำเข้าสินค้าจีนมายังสหรัฐฯที่ลดลง 13.5 %

เมื่อคิดจากฐานการส่งออกเทียบเป็น % สหรัฐฯเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ที่มา: CNBC
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของผลจากสงครามการค้า  แต่ยังเพียงพอที่จะเห็นถึงรายอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และเมื่อเทียบตัวเลขก่อนที่จะมีสงครามการค้าในปี 2017 จะพบว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเยอะที่สุดคืออุตสาหกรรมเหมืองแร่ไปยังจีนลดลง 65 % เมื่อเทียบระหว่างปี 2017-2019 อุตสาหกรรมป่าไม้ลดลง 39 % และปศุสัตว์ลดลง 35%  

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรกรรมของสหรัฐฯร่วงลงถึง 2 พันล้านเหรียญฯ อุตสหกรรมชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการคมนาคมขนส่ง รวมถึงปัญหาของโบอิ้ง 737 MAX  อีก 5.8พันล้านเหรียญฯ จะเป็นส่วนที่ส่งผลกระทบที่ลึกและยาวนานให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ  

รายอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ที่มา:CNBC

แต่ทั้งหมดนี้ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ บางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงสามารถที่จะฟื้นตัวได้ เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกลับมาดีขึ้น และบางอุตสาหกรรมของสหรัฐฯสามารถหาตลาดใหม่ได้ในช่วงที่ผ่านมา

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับสหรัฐฯคือการที่บริษัทจีนสามารถหาซัพพลายเออร์เจ้าใหม่ได้ในขณะที่สงครามกาค้ายังคงดำเนินต่อไป นั่นหมายความว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือการทำลายการส่งออกของสหรัฐฯนั่นเอง