
“กัลกัตตา”โอกาสด้านการท่องเที่ยวในตลาดอินเดียตะวันออก
คอลัมน์ชี้ช่องจากทีมทูต
โดย ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา
เมื่อกล่าวถึง “กัลกัตตา” (Kolkata) คนไทยส่วนใหญ่คงจะรู้จักกันดีในฐานะเมืองสำหรับผู้แสวงบุญที่มักจะเดินทางมาขึ้นรถไฟหรือรถประจำทาง เพื่อเดินทางต่อไปยังพุทธคยา รวมถึงสังเวชนียสถานอื่นๆ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก แต่ท่านทราบไหมว่า “กัลกัตตา” ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ของอินเดียมีความสำคัญในด้านต่างๆ อีกมากที่รอให้ภาคธุรกิจไทยเข้าไปเจาะตลาด
กัลกัตตาเป็นมหานครขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย มีประชากรมากถึง 45 ล้านคน เป็นแหล่งรวมอารยธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และภาษาเบงกาลีที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเมืองหลวงเก่า ซึ่งผสมผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมของอินเดียกับอารยธรรมตะวันตก จากการเป็นอาณานิคมอังกฤษ ชนิดที่ว่าหากใครจะเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมแบบบริติชโคโลเนียล และดื่มด่ำกับบรรยากาศอินเดียพื้นถิ่นทางภาคตะวันออก ต้องไปที่กัลกัตตา และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปสู่เมืองกัลกัตตาอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลเมืองกัลกัตตายังได้พัฒนาการคมนาคมให้กัลกัตตาเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมที่เชื่อมโยงไปสู่รัฐต่างๆ ทางภาคตะวันออกของอินเดีย อาทิ รัฐพิหาร รัฐโอดิศา รัฐฌารขัณฑ์ รัฐฉัตตีสครห์ รัฐสิกขิม ตลอดจนรัฐต่างๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “รัฐเจ็ดสาวน้อย” เชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ ได้แก่ เนปาล ภูฏาน และบังกลาเทศ นอกจากนี้ กัลกัตตายังมีท่าอากาศยานนานาชาติ Netaji Subhas Chandra Bose เป็นท่าอากาศยานนานาชาติขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของอินเดีย และถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยสามารถเดินทางถึงประเทศไทยด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่งผลให้มีเที่ยวบินมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าในปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวอินเดียจะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมากถึง 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวอินเดียจากภูมิภาคอินเดียฝั่งตะวันออกจำนวนมาก
จากศักยภาพการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาคอินเดียฝั่งตะวันออก ภาครัฐและเอกชนไทยจึงได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมสนับสนุน-ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในหมู่ชาวอินเดีย อาทิ มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา Visa on Arrival (VoA) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561-30 เมษายน 2562 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในงาน Travel and Tourism Fair Summer 2019 ระหว่างวันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ 2562 งาน Top Thai Brand Show 2019 เพื่อกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยในหมู่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวเมืองกัลกัตตา และงานเทศกาลไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยในหมู่ชาวอินเดียในเมืองกัลกัตตา และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เป็นสายการบินลำดับที่ 9 ที่เข้ามาให้บริการเส้นทางบินระหว่างเมืองกัลกัตตา กับกรุงเทพฯ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 มีเที่ยวบินรวม 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่งผลให้ปัจจุบันมีเที่ยวบินเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองกัลกัตตา จำนวนทั้งสิ้น 41 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ด้วยศักยภาพของเมืองกัลกัตตา การเร่งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างภาคตะวันออกของอินเดียกับประเทศไทย และการสร้างความรับรู้ต่อสินค้าและวัฒนธรรมไทยในหมู่ชาวอินเดียภาคตะวันออก จะช่วยผลักดันให้กัลกัตตาเป็นตลาดที่สำคัญของไทยสำหรับการขยายตลาดสินค้าไทยสู่ชาวอินเดีย รวมถึงการดึงดูดการท่องเที่ยวมายังประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจไทยไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3519 ระหว่างวันที่ 3 - 6 พฤศจิกายน 2562






