
แบรนด์ดังโดนลูกหลง ขัดแย้งฮ่องกงลุกลาม
ธุรกิจเอกชนเริ่มถูกดึงเข้าสู่สมรภูมิความขัดแย้งและถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกข้าง ว่าจะยืนหยัดอยู่กับผู้ชุมนุมประท้วง หรือจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ บริษัทใดเอาใจฝ่ายรัฐบาล ก็จะถูกกลุ่มผู้ชุมนุมคว่ำบาตร ประกาศเลิกซื้อ- เลิกอุดหนุน สร้างความหนักใจให้กับแบรนด์ดังอย่าง “สตาร์บัคส์” และ “แมคโดนัลด์” ที่กำลังถูกคุกคามอยู่ในเวลานี้
การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงย่างเข้าสู่เดือนที่ 4 อุณหภูมิความร้อนแรงไม่ได้ลดลง ซ้ำยังขยายวงกว้าง สร้างแรงสั่นสะเทือนออกไปมากขึ้น และล่าสุดหลังจากที่ นางแอนนี่ วู นักธุรกิจ ลูกสาวของนายเจมส์ ตั๊ก วู ผู้ก่อตั้งบริษัท แม็กซิมส์ เคเทอเรอร์ ซึ่งเป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์เชนร้านกาแฟสตาร์บัคส์ของสหรัฐฯ เข้าไปขยายสาขาในฮ่องกงและมาเก๊า ได้ไปกล่าวปาฐกถาในเวทีขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเร็วๆนี้ แล้วแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเธอยังได้กล่าวตำหนิผู้ชุมนุมประท้วงหัวรุนแรงว่าเป็นคนส่วนน้อยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของชาวฮ่องกงทั้ง 7.5 ล้านคน นอกจากนี้ เชนร้านเบเกอรี่ในเครือบริษัทของเธอ ยังปฏิเสธคำขอของลูกค้าที่ต้องการให้เขียนหน้าเค้กเป็นสโลแกนของผู้ประท้วงด้วย งานนี้เรียกเสียงต่อต้านอื้ออึงจากฝั่งผู้ชุมนุม ก่อให้กิดกระแสการต่อต้านทุกแบรนด์ธุรกิจภายใต้เครือแม็กซิมส์ เคเทอเรอร์ในเวลานี้ แม้แต่นายโจชัว หว่อง นักเรียกร้องประชาธิปไตยวัย 22 ปี แกนนำผู้ชุมนุมยังออกมา เรียกร้องให้ชาวฮ่องกงคว่ำบาตรร้านสตาร์บัคส์ นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนได้กว่า 50,000 ราย ยื่นข้อเรียกร้องให้สตาร์บัคส์ในสหรัฐฯตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ซื้อแฟรนไชส์รายนี้ด้วย
นอกจากสตาร์บัคส์แล้ว ร้านอาหารที่แม็กซิมส์ เคเทอเรอร์ซื้อสิทธิ์มาบริหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านบะหมี่โยชิโนยะ และร้านเกงกิ ซูชิ ก็ถูกผู้ประท้วงพ่นสีเลอะเทอะ
รายงานข่าวระบุว่า แอนนี่ วู ไม่ได้เป็นแค่ผู้บริหารบริษัทใหญ่ที่มีความเกี่ยวพันกับจีนแผ่นดินใหญ่ แต่เธอยังเป็นสมาชิกสภาสตรีฮ่องกงที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเป็นสมาชิกคณะกรรมการหลักของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองของรัฐบาลจีนด้วย คุณสมบัติของกลุ่มแม็กซิมฯ รวมทั้งบริษัทอื่นๆที่กำลังถูกคว่ำบาตรโดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเวลานี้ มักจะมี 2 ประการควบคู่กันไปหรือไม่อย่างน้อย ก็ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือ เป็นธุรกิจในลักษณะผูกขาดโดยกลุ่มตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่มีอยู่ไม่กี่ตระกูลในฮ่องกง และเป็นกลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์อันดีเยี่ยมและยาวนานกับรัฐบาลจีน
อีกแบรนด์ดังต่างชาติที่กำลังถูกกดดันโดยกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงคือ แมคโดนัลด์ เชนร้านฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน สาเหตุที่ถูกต่อต้านนั้นเป็นเพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ 52% ของบริษัทที่บริหารร้านแฟรนไชส์ของแมคโดนัลด์ในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่คือ บริษัท ซิติค กรุ๊ป (CITIC Group) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่ อีกรายที่กำลังถูกกดดันหนักไม่แพ้กันคือ บริษัท อสังหาริมทรัพย์ซั น ฮุง ไค พรอพเพอร์ตี้ ของกลุ่มตระกูลกว็อก ที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับ2 ในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ครอบครองทรัพย์สินมูลค่ากว่า 38,000 ล้านดอลลาร์ ศูนย์การค้าหลายแห่งของบริษัทถูกผู้ชุมนุมประท้วงประกาศบอยคอต ไม่อุดหนุน-ไม่ซื้อ -ไม่ชอบ สาเหตุเนื่องจากทางศูนย์การค้ายินยอมให้ตำรวจปราบจลาจลเข้าไปใช้สถานที่และบุกเข้าจับกุมผู้ชุมนุม






