
อาร์เจนติน่าประกาศคุมเงินไหลออก สกัดเศรษฐกิจดิ่งเหว
รัฐบาลอาร์เจนติน่าประกาศใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.ย.2562) ให้เป็นมาตรการชั่วคราวไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจของอาร์เจนติน่าและพยุงค่าเงินเปโซที่กำลังดำดิ่งลง โดยภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ค่าเงินเปโซของอาร์เจนติน่าอ่อนตัวลงมากกว่า 35% หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติพากันเทขายสกุลเงินเปโซกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์จากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ส่งผลกดให้ค่าเงินเปโซอ่อนยวบลงต่อเนื่อง
ในส่วนของมาตรการที่รัฐบาลเพิ่งประกาศออกมานั้น ประกอบด้วยการควบคุมปริมาณการซื้อขาย (การแลกเปลี่ยน) เงินเปโซ ให้ประชาชนแลกเปลี่ยนเงินเปโซได้สูงสุดเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน/เดือน เท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำหนดให้นักลงทุนในรูปสถาบันและบริษัทเอกชนจะต้องขออนุญาตธนาคารกลางทุกครั้งที่จะทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อโอนเงินไปต่างประเทศ ขณะที่ผู้ส่งออกก็ต้องรายงานธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลอาร์เจนติน่าสามารถสอดส่องและควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราของต่างชาติ และพยุงการตกดิ่งของค่าเงินเปโซขึ้นมาได้
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี ที่มีนโยบายเป็นมิตรต่อภาคธุรกิจ และธนาคารกลางของอาร์เจนตินา ได้พยายามเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาสู่ตลาดการเงินก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมศกนี้ และเป็นความพยายามเรียกคืนความเชื่อมั่นหลังจากที่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอาร์เจนติน่าได้ประกาศขอเลื่อนการชำระหนี้ในรูปการขอขยายเวลาการไถ่ถอนตราสารหนี้ 100,000 ล้านดอลลาร์ออกไป ทำให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน เอสแอนด์พี ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวของอาร์เจนตินาลง 3 ขั้นลงสู่ระดับต่ำสุดของอันดับขยะ (junk) และขยายความว่า อาร์เจนติน่าเข้าข่ายผิดนัดชำระหนี้บางส่วนแล้วในเวลานี้
“อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ และสกุลเงินเปโซของอาร์เจนตินา อยู่ที่ระดับ CCC- ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้” รายงานของเอสแอนด์พี หรือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุ
สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่า กำลังจะเกิดวิกฤติการเงินเต็มรูปแบบในอาร์เจนตินา ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในภูมิภาคละตินอเมริกา






