
หลังกล้องไซบีเรีย: ปฏิรูปบำนาญ ระเบิดเวลา"ปูติน"
หลังกล้องไซบีเรีย: ปฏิรูปบำนาญ ระเบิดเวลา"ปูติน"
เรื่อง/ภาพ: ยลรดี ธุววงศ์
หลายคนน่าจะเริ่มมีภาพในจินตนาการเตรียมไว้แล้วบ้างว่าชีวิตหลังวัยเกษียณที่ไม่มีภาระด้านการงานแล้วจะทำอะไร บางคนอาจเริ่มเตรียมวางแผนทางการเงินแล้วตั้งแต่อายุยังน้อยเสียด้วยซ้ำ
สำหรับคนรุ่นใหม่ชาวรัสเซีย แผนที่เตรียมไว้อาจต้องพับเก็บไปก่อน เมื่อต้องเจอกับนโยบาย “ปฏิรูประบบบำนาญ” ที่จะเริ่มมีผลใช้ตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งดันอายุเกษียณจากเกณฑ์ 55 ปีสำหรับผู้หญิงและ 60 ปีสำหรับผู้ชายขึ้นไปเป็น 60 และ 65 ปีตามลำดับ ค่อยๆ เพิ่มไปทีละเล็กน้อยจนครบกำหนดในปี 2572
ประชาการอายุยืนขึ้นนับเป็นข่าวดี ทว่าการกระโดดเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสวนทางกับอัตราการเกิดที่ลดฮวบคือ “ภัยคุกคาม” ความมั่นคงรัสเซียมซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของระบบการเงินของประเทศ โดย“การปฏิรูประบบบำนาญ” คือคำตอบของแนวทางแก้ไขวิกฤตนี้ที่รัฐบาลรัสเซียเลือก
รัฐบาลรัสเซียมองว่าปัจจุบันนี้ประเทศมีคนวัยทำงานน้อย ขณะที่คนวัยเกษียณมีมากเกินไป จำนวนประชากรรัสเซียมีอยู่ 146.9 ล้านคน ในจำนวนนี้ 46.5 ล้านคน หรือ 31.7% เป็นคนเกษียณอายุ เมื่อเทียบกับไทยที่มีผู้สูงอายุอยู่ราว 14% นับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงอยู่มาก
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เงินบำนาญของผู้สูงอายุชาวรัสเซียนั้นดูแลโดยกองทุนบำนาญของรัฐบาล ที่จัดตั้งตั้งแต่สมัยโซเวียต โดยผู้เกษียณแต่ละคนจะได้รับจำนวณเงินบำนาญแต่ละเดือนแตกต่างกันไปตามแต่ “แต้ม” บำนาญ บวกลบคูณหารกับจำนวนปีที่ทำงาน เงินเดือนก่อนเกษียณ เงินสมทบกองทุน แถม “แต้มพิเศษ” หากเคยรับใช้ชาติ หรืออยู่ในกลุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งค่าเฉลี่ยเงินบำนาญนั้นอยู่ที่ 14,144 รูเบิล หรือราว 6,500 บาทต่อเดือน
นี่คือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่รัฐบาลรัสเซียต้องอุ้มผู้สูงวัยหลายสิบล้านคน ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปตอนแรกที่เริ่มใช้เกณฑ์นี้ กองทุนบริหารเม็ดเงินจากคนวัยทำงาน 2 คนมาจ่ายบำนาญให้คนเกษียณ 1 คน ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันต้องใช้คนทำงานเฉลี่ย 3.7 คน เพื่อเลี้ยงคนวัยเกษียณ 1 คน
ประเด็นนี้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติที่ “ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน” ถึงกับต้องมาช่วยออกหน้าผลักดันการปฏิรูป ทั้งที่เคยออกมาลั่นวาจา ว่าตราบใดที่เขาอยู่ เกณฑ์เกษียณจะไม่ขยับไปไหนแน่! ส่งผลให้คะแนนนิยมตัวเขาดิ่งฮวบในสมัยที่ผ่านมา ทว่าคนรัสเซียจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่เห็นด้วย
เหตุที่ประชาชนไม่พอใจรวมตัวกันออกมาประท้วงครั้งแล้วครั้งเล่า แน่นอนว่าใครจะอยากทำงานมากขึ้น หลายๆ คนก็อยากจะรีบเกษียณไปใช้ชีวิตบั้นปลาย ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และแม้ว่าคนรัสเซียจะมีค่าเฉลี่ยอายุยืนขึ้น อย่างที่ได้กล่าวถึงไปใน “หลังกล้องไซบีเรีย” ครั้งที่แล้ว อย่าลืมว่าค่าเฉลี่ยอายุของคุณผู้ชายยังอยู่ที่ 67.51 ปีเท่านั้น ถ้าได้เริ่มรับเงินบำนาญตอนอายุ 65 ปีตามเกณฑ์ใหม่ จะมีความเสี่ยงมากที่ไม่ได้อยู่ทันใช้บำนาญตามที่ตัวเองวางแผนไว้
โร้ดแมพการเดินหน้าการปฏิรูปเองก็นับว่าก้าวกระโดดเกินไปเมื่อเทียบกับการเพิ่มเกณฑ์วัยเกษียณอายุในประเทศอื่นๆ เช่นในปี 2541 เกาหลีใต้ประกาศยกเกณฑ์เกษียณอีก 5 ปี เป็น 65 ปี แต่ใช้ระยะเวลา 20 ปีในการปรับเพิ่ม ที่เยอรมนีขยับเพิ่มเพียง 1 ปี และมีเกณฑ์เกษียณอยู่ที่ 62 ปี ขณะที่ฝรั่งเศสปรับมาเป็น 67 ปี แต่ค่อยๆ ปรับให้คนเกษียณช้าลงปีละเดือนหรือสองเดือนเท่านั้น
อีกข้อโต้แย้งที่น่าสนใจคือประเด็นเรื่องผลกระทบต่ออัตราการเกิด
เดิมที่รัฐบาลยื่นเสนอปฏิรูประบบบำนาญประเทศก็เพราะอัตราการเกิดน้อยลงเข้ามาเติมช่องว่างของวัยทำงานไม่ทัน ด้วยนโยบายนี้กลับจะทำให้คนวัยหนุ่มสาวต้องพิจารณาวางแผนการมีลูกกันใหม่ เนื่องจากแทนที่พ่อแม่จะสามารถรีบเกษียณออกมาช่วยอยู่บ้านเลี้ยงหลานได้ตั้งแต่อายุ 55 กลับต้องรอยืดเวลาไปอีก 5 ปี
ถือเป็นอีกเคสตัวอย่างกับความพยายามปรับตัวรองรับโครงสร้างทางสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในสมัยของนายปูติน ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบโจทย์สังคมหมีขาวได้จริงหรือไม่ ส่วนไทยเราที่ได้รับการจัดหมวดหมู่ว่าเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหนต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลชุดนี้กันต่อไป






