thansettakij
thansettakij
กต.ยันไม่ได้ลดสเปกพาสปอร์ตใหม่ แจงมาตรฐานสูงกว่าเกณฑ์ ICAO 

กต.ยันไม่ได้ลดสเปกพาสปอร์ตใหม่ แจงมาตรฐานสูงกว่าเกณฑ์ ICAO 

01 ก.ค. 62 | 01:49 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 62 | 09:04 น.

รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่รายงานข่าว เกี่ยวกับหนังสือเดินทางรุ่นใหม่โดยกล่าวอ้างว่า ได้ลดคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยของเล่มหนังสือเดินทางเพื่อให้ราคาต่ำลงและอาจถูกปฏิเสธเข้าเมืองได้นั้นขอชี้แจง ข้อเท็จจริงว่า

1. การพิจารณาข้อเสนอสำหรับโครงการจ้างผลิตหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 ใช้เกณฑ์การประเมิน price performance ซึ่งได้กำหนดสัดส่วนคะแนนด้านราคาไว้ที่ร้อยละ 40 และคะแนนด้านประสิทธิภาพไว้ที่ร้อยละ 60 ผู้ชนะจึงอาจไม่ใช่ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด แต่ต้องเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนราคา-ประสิทธิภาพรวมสูงสุด ดังนั้น การที่กล่าวอ้างว่าลดราคาหาผู้ชนะประมูล จึงคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง 

กต.ยันไม่ได้ลดสเปกพาสปอร์ตใหม่ แจงมาตรฐานสูงกว่าเกณฑ์ ICAO 

2. กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับคุณลักษณะความปลอดภัยของหนังสือเดินทางมาโดยตลอด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ที่ได้เพิ่มการจัดเก็บข้อมูลชีวมาตรเพิ่มขึ้นจากเดิมโดยจะมีการจัดเก็บม่านตา (iris) เพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บเพียงใบหน้าและลายนิ้วมือ ซึ่งข้อมูลชีวมาตรดังกล่าวเป็นคุณลักษณะความปลอดภัยสำคัญสูงสุดในการป้องกันการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง จึงเห็นได้ว่า หนังสือเดินทางรุ่นใหม่ของไทยมีมาตรฐานสูงกว่าที่ ICAO กำหนด และปลอมแปลงได้ยากกว่าเดิม 

3. สำหรับข้อกล่าวอ้างว่าได้มีการลดสเปกความปลอดภัยของหนังสือเดินทาง นั้น ขอเรียนว่า ตาม TOR ของโครงการหนังสือเดินทางฯ ในระยะที่ 3 กระทรวงฯ ได้กำหนดคุณลักษณะให้เปิดกว้างรับเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้อยู่เดิม หรือเทคโนโลยีใหม่แต่ที่สำคัญรูปแบบด้านความปลอดภัยต้องเทียบเท่าหรือดีกว่าของเดิม โดยข้อกำหนดขั้นต่ำเรื่องการ “สร้างภาพเสมือนจริงด้วยเลเซอร์เป็นรูปใบหน้าของผู้ถือหนังสือเดินทางบนหน้าข้อมูล” เป็นข้อกำหนดที่สูงกว่าที่ ICAO กำหนด และเปิดกว้างรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงยอมรับเทคโนโลยีเดิม 

กต.ยันไม่ได้ลดสเปกพาสปอร์ตใหม่ แจงมาตรฐานสูงกว่าเกณฑ์ ICAO 

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าได้มีการลดสเป๊กหนังสือเดินทางลง หากแต่เปิดกว้างรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วย ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้ยื่นข้อเสนอว่าจะใช้เทคโนโลยีใด ซึ่งเป็นคุณลักษณะด้านการป้องกันการปลอมแปลงรูปถ่ายที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ใช้เทคโนโลยี Image Perforation ที่ได้มีการกล่าวถึงในรายงานข่าวข้างต้นมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีมากว่า 20 ปี และในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาที่สมควรได้รับการพิจารณาด้วย ดังเช่นในกรณีของหนังสือเดินทางของประเทศอื่นๆ

อีกทั้งในการประกวดราคาครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ใช้ระบบ e bidding ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย สามารถเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ของกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านั้นกระทรวงการต่างประเทศได้ ออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างเอกชนผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 จำนวน 15 ล้านเล่ม หรือ ภายในระยะเวลา 7 ปีแล้วแต่กรณีใดจะถึงก่อน ราคากลาง 12,438,750,000 บาท หรือเล่มละ 829.25 บาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยให้เหตุผลว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียว 

ต่อมาได้ออกประกาศประกวดราคาครั้งที่ 2  เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 กำหนดยื่นข้อเสนอและเสนอราคาในวันที่ 28 มีนาคม 2562 โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอเข้าสู่ระบบประกวดราอิเล็กทรอนิกส์ ยื่นข้อเสนอและให้เสนอราคาภายในเวลาที่กำหนด สามารถเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และประกาศผู้ชนะการเสนอราคาในวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่ม ดาต้าโปรดักส์ฯ - DGM Consortium ชนะประกวดราคาผลิต-ให้บริการ หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ 15 ล้านเล่ม จากราคากลาง 12,438,750,000 บาทเหลือ 7,463,250,000 ล้านบาท จากผู้แข่งขัน  4 ราย หลังล้มประมูลครั้งแรก