thansettakij
thansettakij
ทรัมป์ทวีตเดือด ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีนศุกร์นี้! 2 แสนล้านดอลล์

ทรัมป์ทวีตเดือด ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีนศุกร์นี้! 2 แสนล้านดอลล์

06 พ.ค. 62 | 03:55 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 62 | 11:22 น.

ผิดคาด ผิดจังหวะ จนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ตลาดหุ้นมีการเทขายอย่างมากในฝั่งเอเชีย และดัชนีหุ้นสำคัญอาจปรับฐานอย่างรุนแรงหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 พ.ค. (เวลาท้องถิ่น) ว่า เขาจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 25% คิดเป็นมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6.6 ล้านล้านบาท เริ่มมีผลวันศุกร์นี้เป็นต้นไป

ทรัมป์ทวีตเดือด ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีนศุกร์นี้! 2 แสนล้านดอลล์

หลังคำประกาศของทรัมป์ตลาดหุ้นหลักในฝั่งสหรัฐฯพากันปรับตัวลดลงตามๆ กัน โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลดลง 54.75 จุด หรือ 1.86% ขณะที่ดัชนีแนสแดกปรับตัวลดลง 168 จุด หรือ 2.14% ส่วนดัชนีดาวโจนส์ลดลง 484 จุด หรือ 1.83%

 

ผู้นำสหรัฐฯให้เหตุผลว่า การเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯเพื่อแก้ปัญหาการค้ามีความคืบหน้า “ช้ามากกว่าที่ควร” เพราะจีนพยายามที่จะเจรจาต่อรองใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯเห็นว่า “ไม่มีทาง” ที่สหรัฐฯจะยอมได้ ท่าทีแข็งกร้าวดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อเปิดทำการวันพรุ่งนี้ จะถูกนักลงทุนเทขายอย่างหนาตา ดัชนีหุ้นสำคัญอาจปรับฐานครั้งรุนแรงรับผลการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นสิ่ง “ผิดคาด” และ “นึกไม่ถึง” เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ต่างก็ส่งสัญญาณในทางที่ดีมาโดยตลอดว่า การเจราของทั้ง 2 ฝ่ายมีความคืบหน้ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว

 

ท่าทีดุเดือดของประธานาธิบดีทรัมป์ล่าสุดนี้ เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อคณะเจรจาฝ่ายจีนโดยตรง หวังผลเร่งจีนให้รีบบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ เขาไม่เพียงประกาศจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 200,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่ยังขู่เพิ่มว่าตั้งเป้าจะปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกหลายแสนล้านดอลลาร์หลังจากนี้

ทรัมป์ทวีตเดือด ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีนศุกร์นี้! 2 แสนล้านดอลล์

สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาจะยกเลิกการเจรจาหารือเพื่อจัดทำข้อตกลงทางการค้า ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่าจะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาประกาศคำขู่ดังกล่าว ซึ่งสร้างความประหลาดใจในหมู่เจ้าหน้าที่เจรจาฝ่ายจีน อย่างไรก็ตาม สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อรายงานข่าวชิ้นนี้