
โลกจับตาผลเลือกตั้งไทย สะท้อนพลังคนรุ่นใหม่ สื่อใหญ่เชี่อ “บิ๊กตู่”คัมแบ๊ค
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีของประเทศไทยกำลังจะมีการประกาศผลในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 25 มีนาคม 2562 แต่จากการนับคะแนนในคืนวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ผลอย่างไม่เป็นทางการที่นับมาได้ประมาณ 92% พบว่า พรรคพลังประชารัฐที่ให้การสนับสนุนทหาร และชูพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้คะแนนเสียงนำมาถึง 7.5 ล้านคะแนน ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่มีความเชื่อมโยงกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามมาด้วยคะแนนเสียง 7.05 ล้านคะแนน จากนั้นเป็นอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองก่อตั้งใหม่ ได้คะแนนไปกว่า 5 ล้านคะแนนเสียง สองพรรคหลังนี้เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจการปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี 2557
การได้รับคะแนนเสียงอย่างล้นหลามของพรรคการเมืองที่หนุนทหารอย่างพลังประชารัฐ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่จับตามองการเลือกตั้งของไทย เพราะพวกเขาคิดว่ารัฐบาลทหารกำลังเสื่อมความนิยมในสายตาประชาชน บลูมเบิร์กยังรายงานด้วยว่า คนไทยหลั่งไหลกันออกไปใช้สิทธิ์กันโดยที่พวกเขาต่างไคร่ครวญเกี่ยวกับเนื้อหาในพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่พระราชทานในคืนวันเสาร์ก่อนการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ โดยกระแสพระราชดำรัสนั้นขอให้คนไทยเลือกคนดีมาเป็นรัฐบาลเพื่อประโยชน์และความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งสื่อใหญ่อย่างบลูมเบิร์กระบุว่า การมีพระราชดำรัสก่อนวันเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ปรากฏได้ยาก
ขณะที่ซีเอ็นเอ็นระบุว่า นี่คือการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีโอกาสได้หย่อนบัตรใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก 7 ล้านคนจะได้ออกมาใช้สิทธิ์ และเนื่องจากคนอายุ 18-25 ปีมีสัดส่วนคิดเป็น 15% ของจำนวนคนไทยทั้งประเทศเกือบๆ 52 ล้านคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ เสียงของคนหนุ่มสาวจึงถือเป็นเสียงประกาศิตที่จะชี้เป็นชี้ตายได้เช่นกัน และจากการสำรวจความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวก็พบว่า เหตุผลอันดับต้นๆที่พวกเขาอยากออกมาลงคะแนนเสียงคือ การทำให้อิสระเสรีภาพตามวิถีประชาธิปไตย เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกลับคืนมาอยู่ในมือของพวกเขา ซึ่งอิสระภาพดังกล่าวพวกเขาเห็นว่าถูกริดรอนไปภายใต้การเข้ามาบริหารประเทศโดยรัฐบาลทหาร และสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่า เสียงของคนหนุ่มนั้นดังมากพอในการเลือกตั้งครั้งนี้คือคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองก่อตั้งใหม่โดยคนรุ่นใหม่อย่างพรรค “อนาคตใหม่” ได้รับอย่างล้นหลามเกินคาดและพรรคดังกล่าวก็มีจุดยืนไม่สนับสนุนทหาร
นายพอล เชมเบอร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนศึกษา ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งประวัติศาสตร์ในแง่ที่มีพรรคการเมืองใหม่ (อนาคตใหม่) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคนหนุ่มสาวและพวกเขาก็มีโอกาสอย่างมากที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภา แม้ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าและผู้ก่อตั้งพรรค จะถูกกดดันหลายด้าน รวมทั้งจากคดีความต่างๆที่เขาถูกฟ้องร้องในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม สื่อใหญ่มองว่าทุกอย่างถูกเตรียมการเพื่อต่ออำนาจให้กับฝ่ายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าเรื่องนี้จะถูกปฏิเสธมาตลอดแต่รัฐบาลทหารที่บริหารประเทศมา 5 ปีก็ได้วางรากฐานหลายอย่างเพื่อการนี้ อาทิ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการวางกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการเลือกตั้งที่จะสลายอำนาจของพรรคการเมืองพรรคใหญ่ๆ รวมทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่มีผลผูกพันและจะทำให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินนโยบายของตัวเองได้อย่างยากลำบาก และมีความเป็นไปได้มากที่พรรคสนับสนุนทหารจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งไว้แล้วโดยกองทัพ ซึ่งก็จะทำให้การกลับคืนสู่อำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการเลือกตั้งกลายเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมในสายตาของคนส่วนใหญ่






