
เตรียมรับ! "ทัวริสต์จีน" ทะลักต่างแดน 7 ล้านคน
เตรียมรับ! ทัวริสต์จีนทะลักต่างแดน 7 ล้านคน คาดตรุษจีนดันยอดใช้โมบายเพย์เมนต์กระฉูด
ซีทริป (Ctrip) เว็บไซต์จองตั๋วท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน คาดการณ์ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหมูทอง 2562 คนจีนจะออกเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศจำนวนราว ๆ 7 ล้านคน และยังคาดด้วยว่า ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทาง "อันดับ 1 ในดวงใจ" ของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ โดยมีญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามกันเข้ามาอยู่ในอันดับ 10 ประเทศแรกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด และนั่นก็หมายความว่า ในช่วงเทศกาลดังกล่าว ยอดการใช้จ่ายด้วยระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ โมบายเพย์เมนต์ ในประเทศเหล่านี้ก็น่าจะพุ่งสูงขึ้นด้วย เพราะเป็นที่รู้กันว่า ชาวจีนไปเที่ยวที่ไหนก็จะนำพาพฤติกรรมการชำระค่าใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย ซึ่งผู้ประกอบการของประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็มักจะปรับตัวรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนได้ดี
สถิติจากผลสำรวจล่าสุดของ บริษัทวิจัย นีลเส็น (Nielsen) ยืนยันปรากฏการณ์นี้ ว่า ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ที่รับชำระการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยระบบโมบายเพย์เมนต์ ผู้ประกอบการ 88% ตอบว่า ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง และเมื่อรับการชำระด้วยระบบโมบายเพย์เมนต์ ผู้ประกอบการ 40% ก็พบว่า มีลูกค้าเข้าร้านเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน 3 ใน 4 ของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ยอมรับการชำระเงินผ่านระบบโมบายเพย์เมนต์ และ 71% ของร้านค้าปลอดภาษีและห้างหรูใน 3 ประเทศดังกล่าวก็ใช้ระบบชำระเงินแบบนี้แล้วเช่นกัน
ในประเทศจีนเอง การใช้ระบบโมบายเพย์เมนต์ แพร่หลายในวงกว้างและเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเด็ก หนุ่มสาว คนทำงาน หรือ ผู้สูงวัย การซื้อสิ่งของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ อาหารริมถนนหรือในห้างสรรพสินค้าหรู ผู้คนสามารถชำระเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างง่าย ๆ และไม่ต้องพกเงินสด เพียงแค่หยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ด เท่านั้นก็ชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้แล้ว
มูลค่ารวมยอดชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโมบายเพย์เมนต์ในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2559 ขึ้นมาเป็นเกือบ ๆ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 (ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ฮิลล์เฮาส์ แคปปิตอล) ประมาณ 60% ของชาวจีนที่ตอบคำถามการสำรวจ ยอมรับว่าในการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้การชำระเงินผ่านระบบโมบายเพย์เมนท์ และส่วนมากก็ใช้วิธีนี้มากกว่าการชำระด้วยเงินสด โดย สิ่งที่พวกเขาใช้จ่ายด้วยวิธีการโมบายเพย์เมนต์มากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ การซื้อสินค้าทั่วไป การจ่ายค่าที่พัก และการจ่ายค่าอาหาร
การที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมชำระผ่านระบบโมบายเพย์เมนต์นั้น เป็นเพราะหลากหลายปัจจัยประกอบกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในจีนเองการใช้บัตรเครดิตชำระเงินไม่เป็นที่แพร่หลาย ขณะที่ การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการชำระเงินในระบบโมบายเพย์เมนต์นั้น มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกว้างไกลครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการทำโปรโมชันจูงใจให้ใช้งาน ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของคนจีน พากันปรับตัวตอบสนองพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวด้วยการเปิดใจต้อนรับและจับมือกับบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินในระบบโมบายเพย์เมนต์ของจีน อาทิ อาลีเพย์ (Alipay) และวีแชตเพย์ (WeChat Pay)
แม้ว่าเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงในปีที่ผ่านมา (2561) โดยจีดีพีเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 6.6% ลดลงจาก 6.8% ในปี 2560 และคาดว่าจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องในปีนี้ แต่เว็บไซต์ซีทริปก็คาดหมายว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะยังคงหลั่งไหลออกนอกประเทศมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 โดยน่าจะเพิ่มจากประมาณ 6.5 ล้านคนในปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 7 ล้านคน นอกจากนี้ สถิติยังชี้แนวโน้มที่ว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองรองของจีนจะออกท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ส่วนเมืองใหญ่ที่แบ่งเป็นเมืองใหญ่ระดับ 1 (เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้) และระดับ 2 (เช่น นานจิง และเฉิงตู) สถิติในปีที่แล้วพบว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ระดับ 2 มีการเดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรปมากกว่านักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ระดับ 1 ทั้งยังมีการจับจ่ายใช้สอยในต่างประเทศมากขึ้นด้วย ซึ่งข่าวดีก็คือ นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีการใช้จ่ายขณะเดินทางท่องเที่ยว ในต่างประเทศมากขึ้นด้วย โดยเพิ่มขึ้นจาก 472 ดอลลาร์ต่อคน ในปี 2560 ขยับพรวดขึ้นมาเป็น 6,006 ดอลลาร์ในปี 2561
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2562
ซีทริป (Ctrip) เว็บไซต์จองตั๋วท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน คาดการณ์ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหมูทอง 2562 คนจีนจะออกเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศจำนวนราว ๆ 7 ล้านคน และยังคาดด้วยว่า ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทาง "อันดับ 1 ในดวงใจ" ของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ โดยมีญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามกันเข้ามาอยู่ในอันดับ 10 ประเทศแรกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด และนั่นก็หมายความว่า ในช่วงเทศกาลดังกล่าว ยอดการใช้จ่ายด้วยระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ โมบายเพย์เมนต์ ในประเทศเหล่านี้ก็น่าจะพุ่งสูงขึ้นด้วย เพราะเป็นที่รู้กันว่า ชาวจีนไปเที่ยวที่ไหนก็จะนำพาพฤติกรรมการชำระค่าใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย ซึ่งผู้ประกอบการของประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็มักจะปรับตัวรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนได้ดี
สถิติจากผลสำรวจล่าสุดของ บริษัทวิจัย นีลเส็น (Nielsen) ยืนยันปรากฏการณ์นี้ ว่า ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ที่รับชำระการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยระบบโมบายเพย์เมนต์ ผู้ประกอบการ 88% ตอบว่า ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง และเมื่อรับการชำระด้วยระบบโมบายเพย์เมนต์ ผู้ประกอบการ 40% ก็พบว่า มีลูกค้าเข้าร้านเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน 3 ใน 4 ของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ยอมรับการชำระเงินผ่านระบบโมบายเพย์เมนต์ และ 71% ของร้านค้าปลอดภาษีและห้างหรูใน 3 ประเทศดังกล่าวก็ใช้ระบบชำระเงินแบบนี้แล้วเช่นกัน
ในประเทศจีนเอง การใช้ระบบโมบายเพย์เมนต์ แพร่หลายในวงกว้างและเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเด็ก หนุ่มสาว คนทำงาน หรือ ผู้สูงวัย การซื้อสิ่งของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ อาหารริมถนนหรือในห้างสรรพสินค้าหรู ผู้คนสามารถชำระเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างง่าย ๆ และไม่ต้องพกเงินสด เพียงแค่หยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ด เท่านั้นก็ชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้แล้ว
"อาหารริมถนนหรือในห้างสรรพสินค้าหรู ผู้คนสามารถชำระเงินค่าสินค้าและบริการได้อย่างง่ายๆ และไม่ต้องพกเงินสด"
มูลค่ารวมยอดชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโมบายเพย์เมนต์ในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2559 ขึ้นมาเป็นเกือบ ๆ 16 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 (ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ฮิลล์เฮาส์ แคปปิตอล) ประมาณ 60% ของชาวจีนที่ตอบคำถามการสำรวจ ยอมรับว่าในการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้การชำระเงินผ่านระบบโมบายเพย์เมนท์ และส่วนมากก็ใช้วิธีนี้มากกว่าการชำระด้วยเงินสด โดย สิ่งที่พวกเขาใช้จ่ายด้วยวิธีการโมบายเพย์เมนต์มากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ การซื้อสินค้าทั่วไป การจ่ายค่าที่พัก และการจ่ายค่าอาหาร
การที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมชำระผ่านระบบโมบายเพย์เมนต์นั้น เป็นเพราะหลากหลายปัจจัยประกอบกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในจีนเองการใช้บัตรเครดิตชำระเงินไม่เป็นที่แพร่หลาย ขณะที่ การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการชำระเงินในระบบโมบายเพย์เมนต์นั้น มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและกว้างไกลครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการทำโปรโมชันจูงใจให้ใช้งาน ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของคนจีน พากันปรับตัวตอบสนองพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวด้วยการเปิดใจต้อนรับและจับมือกับบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินในระบบโมบายเพย์เมนต์ของจีน อาทิ อาลีเพย์ (Alipay) และวีแชตเพย์ (WeChat Pay)
แม้ว่าเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงในปีที่ผ่านมา (2561) โดยจีดีพีเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 6.6% ลดลงจาก 6.8% ในปี 2560 และคาดว่าจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องในปีนี้ แต่เว็บไซต์ซีทริปก็คาดหมายว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจะยังคงหลั่งไหลออกนอกประเทศมากขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 โดยน่าจะเพิ่มจากประมาณ 6.5 ล้านคนในปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 7 ล้านคน นอกจากนี้ สถิติยังชี้แนวโน้มที่ว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองรองของจีนจะออกท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ส่วนเมืองใหญ่ที่แบ่งเป็นเมืองใหญ่ระดับ 1 (เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้) และระดับ 2 (เช่น นานจิง และเฉิงตู) สถิติในปีที่แล้วพบว่า นักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ระดับ 2 มีการเดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรปมากกว่านักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ระดับ 1 ทั้งยังมีการจับจ่ายใช้สอยในต่างประเทศมากขึ้นด้วย ซึ่งข่าวดีก็คือ นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีการใช้จ่ายขณะเดินทางท่องเที่ยว ในต่างประเทศมากขึ้นด้วย โดยเพิ่มขึ้นจาก 472 ดอลลาร์ต่อคน ในปี 2560 ขยับพรวดขึ้นมาเป็น 6,006 ดอลลาร์ในปี 2561
หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2562






