
แบงก์ยักษ์"เวลส์ ฟาร์โก"เจอหนัก คดีเก่ารัดคอ รายได้ลด ปลดพนง.2 หมื่นคน
เวลส์ ฟาร์โก แบงก์ใหญ่อันดับสามของสหรัฐฯ ประกาศปลดพนักงาน 10% หรือประมาณ 26,500 คน ภายในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า แม้ซีอีโอจะออกมาให้เหตุผลว่าเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันไปนิยมนวัตกรรมการเงินดิจิตอลมากขึ้น แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า เรื่องฉาวในอดีตคือเหตุผลหลักที่ทำให้ธนาคารตามหลังคู่แข่งและไม่สามารถผลักดันการเติบโต
[caption id="attachment_321401" align="aligncenter" width="503"]
นายทิม สโลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวลส์ ฟาร์โก ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ และใหญ่เป็นอันดับ 1 เมื่อพิจารณาในแง่จำนวนพนักงาน (กว่า 265,000 คน) กล่าวว่า การที่ธนาคารปรับลดจำนวนพนักงานในครั้งนี้ มีสาเหตุจากการที่ลูกค้าหันไปนิยมใช้ระบบธนาคารออนไลน์ และเป็นไปตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของทางธนาคาร
ในการรายงานผลประกอบการช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ เวลส์ ฟาร์โก เป็นธนาคารสหรัฐฯเพียงรายเดียวที่มีรายได้ลดลง (เมื่อเทียบรายปี) ขณะที่อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพการทำงาน (efficiency ratio) ก็อยู่ในขั้นย่ำแย่ที่สุด นอกจากนี้ เวลส์ ฟาร์โก ยังเป็นธนาคารเดียวของสหรัฐฯที่ผลประกอบการไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการปรับลดอัตราภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนจากรายได้ที่ยังคงลดลง
นับตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว นายทิม สโลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวลส์ ฟาร์โก ได้พยายามผลักดันทุกวิถีทางให้ธนาคารผ่านพ้นวิกฤตข่าวฉาวการสร้างบัญชีลูกค้าปลอมที่เกิดขึ้นในปี 2559 และทำให้มีทั้งการปลดทั้งพนักงานและผู้บริหารของธนาคาร แต่ก็ยังเป็นจำนวนที่ไม่มากพอ สโลนปรับกระบวนยุทธ์ใหม่เกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์ของธนาคารและ ออกโฆษณาขอโทษสาธารณชนอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ไม่เคยทำตั้งแต่ช่วงนั้นจนถึงขณะนี้ คือการลดขนาดองค์กรหรือการปลดพนักงานอย่างจริงจัง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้จำนวนพนักงานของบริษัทยังคงสูงถึง 265,000 คนโดยประมาณ ซึ่งมากกว่าธนาคารรายอื่นๆของสหรัฐฯ ในขณะที่ผลประกอบการของเวลส์ ฟาร์โก กลับถดถอยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม การประกาศปรับลดพนักงาน 10% ภายในระยะ 3 ปีข้างหน้าเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ส่งสัญญาณว่าสโลนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเวลส์ ฟาร์โก ทำให้เชื่อว่า สโลนอาจจะรักษาตำแหน่งไว้ได้อีกไม่นานนัก แม้ว่าประธานบอร์ดบริหารของธนาคารจะออกมายืนยันว่า คณะกรรมการบริหารยังให้การสนับสนุนสโลนอย่างเต็มที่ ภายหลังการประกาศข่าวการปลดพนักงานซึ่งนักวิเคราะห์คาดหมายว่าน่าจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อผลประกอบการของธนาคาร ปรากฏว่าราคาหุ้นของเวลส์ ฟาร์โก เมื่อเวลาปิดตลาด (ณ วันที่ 20 กันยายน) ขยับขึ้นเพียง 0.6% เท่านั้น






