thansettakij
thansettakij
ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่จีน สานต่อแผนปฏิรูปการเงิน

ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่จีน สานต่อแผนปฏิรูปการเงิน

23 มี.ค. 61 | 05:15 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 61 | 12:15 น.
หลังจากที่นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้เสนอชื่อนายอี้ กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลาง ให้ขึ้นเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่แทนนายโจว เสี่ยวฉวน วัย 70 ปีที่กำลังจะเกษียณจากตำแหน่ง ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ชุดที่ 13 ก็ได้ลงคะแนนรับรองข้อเสนอดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 มี.ค.) ทำให้นายอี้ กัง ซึ่งปัจจุบันอายุ 60 ปีจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่คนแรกของจีนในรอบ 15 ปี

[caption id="attachment_270279" align="aligncenter" width="503"] อี้ กัง อี้ กัง[/caption]

นั่นหมายถึงวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนานถึง 15 ปีของนายโจว เสี่ยวฉวน ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์โดยเขาสามารถนำพาประเทศจีนผ่านวิกฤติการเงินระดับโลกและระดับภูมิภาคมาได้หลายครั้งหลายครา อีกทั้งยังทำให้เงินหยวนของจีนมีสถานะเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาถึงเวลาต้องเกษียณจากตำแหน่ง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้มารับหน้าที่ต่อไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนายอี้ กัง รองผู้ว่าการ ที่มีประสบการณ์ครํ่าหวอด เรียกว่าเป็นลูกหม้อของแบงก์ชาติจีนและมีทักษะการพูดภาษาอังกฤษได้ดี อีกทั้งยังมีสายสัมพันธ์ที่ยาวนานกับบรรดาผู้นำทางเศรษฐกิจทั่วโลก การที่ที่ประชุมเอ็นพีซี ประกาศรับรองให้นายอี้ ขึ้นรับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลจีนต้องการเดินหน้านโยบายการเงินในปัจจุบันให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินของจีนมีการเปิดเสรี เป็นที่คาดหมายว่า นายอี้จะเป็นผู้รับไม้ต่อในการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เหมาะสมท่ามกลางบริบทที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มชะลอตัวลงหลังจากที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ สิ่งที่เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่ของจีนคือ การแก้ไขปัญหาในภาคการเงินของจีน โดยเฉพาะปัญหาหนี้ที่ทะยานสูงขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นหนี้ของภาครัฐหรือภาคเอกชน นอกจากนี้ เขายังมีภารกิจตอบสนองนโยบายปฏิรูปภาคการเงินของจีนโดยต้องหาจุดสมดุลที่ไม่ให้กระบวนการปฏิรูป กลายเป็นอุปสรรคชะลอการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า “ภารกิจหลักคือการนำมาตรการการเงินที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้า และขณะเดียวกันก็เปิดเสรีภาคการเงินและรักษาเสถียรภาพทางการเงินโดยภาพรวม” นายอี้ กัง กล่าวต่อที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติหลังได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งผู้กุมบังเหียนทางการเงินของจีน

ธนาคารกลางของจีนกำลังอยู่ในกระบวนการปฏิรูปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการผนวกรวมการกำกับดูแลการธนาคารและการประกันเข้าด้วยกัน ทำให้ธนาคารกลางมีอำนาจในการกำกับดูแลภาคการเงินอย่างสมบูรณ์มากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,350 วันที่ 22 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World