
คลังอาเซียนจ้องรีด ภาษี‘อี-คอมเมิร์ซ’
การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในเอเชีย โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นสังเวียนการแข่งขันของเหล่าบิ๊กอี-คอมเมิร์ซ อย่างอเมซอนและอาลีบาบา ทำให้กระทรวงการคลังของหลายประเทศเตรียมเรียกเก็บภาษีจากบรรดาร้านค้าออนไลน์ที่เข้ามาจดทะเบียนภายในประเทศ
เป็นที่คาดหมายว่า ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ศกนี้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ของรัฐบาลสิงคโปร์อาจจะมีการเสนอมาตรการใหม่ในการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ นั่นคือการเสนอเก็บภาษีจากธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ซึ่งนอกจากสิงคโปร์แล้ว อีกหลายประเทศในอาเซียนรวมถึงไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต่างก็กำลังพิจารณาในเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐแล้วยังเป็นการปรับสมดุลในสมรภูมิการแข่งขันระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าออฟไลน์
ทั้งนี้จากการสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ 8 คนจากทั้งหมด 12 คนที่ตอบคำถามการสำรวจ เชื่อว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ของสิงคโปร์จะมีการนำเสนอเก็บภาษีร้านค้าออนไลน์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจากนอกภูมิภาค เช่น ลาซาด้า ในเครืออาลีบาบา ยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซจากจีน และอเมซอน จากสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาตั้งสาขาดำเนินธุรกิจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รายงานการวิจัยของบีเอ็มไอ รีเสิร์ช ประมาณการว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซใน 6 ประเทศสมาชิกดั้งเดิมของอาเซียน (ไม่รวมกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามที่เข้าเป็นสมาชิกทีหลัง) จะเพิ่มมูลค่าจาก 37,700 ล้านดอลลาร์ในปี 2560 เป็น 64,800 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2564 หรืออีกเพียง 3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ธนาคารเครดิต สวิส ก็พยากรณ์ว่า ภายในไม่กี่ปีนับจากนี้ การเติบโตของยอดขายสินค้าออนไลน์จะมากกว่ายอดขายร้านค้าทั่วไป (ออฟไลน์) ราว 6-10 เท่า
นักวิเคราะห์เชื่อว่าเมื่อสิงคโปร์เริ่มเก็บภาษีจากร้านค้าออนไลน์ ประเทศอื่นๆในอาเซียนก็จะเริ่มทำตามแม้ว่ายังมีช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษีอยู่บ้าง เช่นที่เวียดนามและฟิลิปปินส์ แม้จะมีการเก็บภาษีแล้ว แต่ผู้ประกอบการก็ยังสามารถเลี่ยงด้วยการเปิดเว็บนำสินค้ามาโชว์ทางสื่อโซเชียล มีเดีย แล้วไปเรียกเก็บเงินสดปลายทาง หรือหากราคาสินค้าไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เป็นที่คาดหมายว่า ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ศกนี้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ของรัฐบาลสิงคโปร์อาจจะมีการเสนอมาตรการใหม่ในการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ นั่นคือการเสนอเก็บภาษีจากธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ซึ่งนอกจากสิงคโปร์แล้ว อีกหลายประเทศในอาเซียนรวมถึงไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต่างก็กำลังพิจารณาในเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐแล้วยังเป็นการปรับสมดุลในสมรภูมิการแข่งขันระหว่างร้านค้าออนไลน์และร้านค้าออฟไลน์
นักวิเคราะห์เชื่อว่าเมื่อสิงคโปร์เริ่มเก็บภาษีจากร้านค้าออนไลน์ ประเทศอื่นๆในอาเซียนก็จะเริ่มทำตามแม้ว่ายังมีช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษีอยู่บ้าง เช่นที่เวียดนามและฟิลิปปินส์ แม้จะมีการเก็บภาษีแล้ว แต่ผู้ประกอบการก็ยังสามารถเลี่ยงด้วยการเปิดเว็บนำสินค้ามาโชว์ทางสื่อโซเชียล มีเดีย แล้วไปเรียกเก็บเงินสดปลายทาง หรือหากราคาสินค้าไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






