
สื่อนอกตีข่าวฉาว 'บิ๊กไอทีดี'!! จับตากระบวนการยุติธรรมไทย
‘นักล่าจนมุม’ (Cornered Hunter) เป็นคำบรรยายภาพประกอบข่าวของเอเอฟพี (AFP) สำนักข่าวต่างชาติที่รายงานข่าวการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกอีก 3 คน บริเวณแคมป์ที่พักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา นักธุรกิจเจ้าของบริษัทก่อสร้างใหญ่ของไทย ผู้ซึ่งได้รับขนานนามว่า ‘Master Builder of Thailand’ ในปี 2011 โดยนิตยสารฟอร์บส์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ก่อนถูกประกันตัวออกไป ด้วยข้อหาล่าสัตว์โดยผิดกฎหมายและมีซากสัตว์ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในครอบครอง
ด้วยความที่เป็นบริษัทก่อสร้างใหญ่ที่บุกเข้าไปประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานในต่างประเทศหลายโครงการ เช่น ที่อินเดีย, บังกลาเทศ, กัมพูชา, ออสเตรเลีย และเมียนมา ชื่อของ ‘อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ฯ หรือ ไอทีดี’ จึงเป็นที่รู้จักในแวดวงสื่อต่างประเทศด้วยผลงานโครงการที่เคยมีมา แต่การตกเป็นข่าวใหญ่ครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจง หรือแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจาก ‘ไอทีดี’ แต่อย่างใด
‘ไอทีดี’ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้งานประมูลใหญ่ ๆ ของภาครัฐหลายโครงการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้คดีของ ‘เปรมชัย’ จะยังอยู่ในกระบวนการไต่สวนและเขาเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา แต่กระแสสังคมก็เฝ้าจับตาว่า “คดีของเขาจะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่?” นอกจากนี้ สื่ออย่าง ‘เอเอฟพี’ ยังนำเสนออีกแง่มุม คือ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายคุ้มครองดูแลสัตว์ป่าหายากของไทย เพราะแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่ค่อยมีข่าวการลักลอบล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมายในเขตอุทยาน แต่กระนั้นก็ตาม ไทยนับเป็น ‘ทางผ่าน’ ที่สำคัญของขบวนการซื้อขายสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย เช่น งาช้าง ที่ลักลอบตัดและส่งจากแอฟริกาผ่านไทยมายังประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชีย ขณะที่ สำนักข่าว ‘นิกเกอิ’ ของญี่ปุ่น ฉายภาพของ ‘เปรมชัย’ ในฐานะทายาทที่รับสืบทอดธุรกิจของครอบครัวมาตั้งแต่ปี 2526 ในวัยไม่ถึง 30 ปี แม้ยังไม่ปรากฏชัดว่า คดีของเขาจะส่งผลต่อสถานะของบริษัทมากน้อยเพียงใด แต่ทันทีที่ข่าวฉาวปรากฏผ่านสื่อต่อสาธารณชน ราคาหุ้นของ ‘ไอทีดี’ ปรับลดลง 3.63% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 ก.พ.)
ในขณะที่ ข้อสงสัยในจริยธรรมของผู้บริหาร ‘ไอทีดี’ กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ‘กะเหรี่ยง นิวส์’ (Karen News) สื่อเมียนมาได้นำเสนอข้อเรียกร้องของกลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู (สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง) ที่ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ให้รัฐบาลกลางเมียนมาเปิดการเจรจากับกลุ่มของตน ก่อนที่จะเดินหน้าโครงการขยายถนนทางหลวง 2 เลน จากชายแดนไทยตัดผ่านเข้าเขตพื้นที่ในความดูแลของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูไปสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา และญี่ปุ่น โดยเฟสแรกของโครงการเป็นพื้นที่การลงทุนที่ ‘ไอทีดี’ ได้รับสัมปทาน
1 ในข้อเรียกร้อง 4 ข้อของเคเอ็นยู ที่ต้องการเจรจากับรัฐบาลเมียนมา คือ การออกแบบและก่อสร้างทางหลวงดังกล่าวจะต้องหลีกเลี่ยง หรือ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มีน้อยที่สุด รวมถึงการคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ แม่น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ครอบคลุมถึงสัตว์ป่า
………………..
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11-14 ก.พ. 2561 หน้า 02






