
การค้าบราซิลพลิกกลับมาเกินดุลค่าเงินอ่อนกดดันการนำเข้าสินค้า
บราซิล รายงานตัวเลขเกินดุลการค้าในปีที่ผ่านมาสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่เดือนธันวาคมมูลค่าการค้าเกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ชี้เป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศที่ทำให้การนำเข้าสินค้าอ่อนแอ
กระทรวงพาณิชย์ของบราซิล เปิดเผยว่า ในปี 2558 มูลค่าการค้าของบราซิลพลิกกลับมาเกินดุลได้ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากขาดดุลเป็นมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มูลค่าการค้าเกิดดุลถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นมูลค่าการค้าเกินดุลต่อเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2523
มูลค่าการค้าเกินดุลในปีที่ผ่านมานับได้ว่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 อย่างไรก็ดี แม้นักเศรษฐศาสตร์จะยินดีกับข้อมูลดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันเตือนว่าเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าในปีที่ผ่านมามูลค่าลดลงถึง 25% เหลือ 1.7145 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรและชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงอย่างรุนแรง
นักเศรษฐศาสตร์ประมาณการว่า เศรษฐกิจบราซิลเมื่อปีก่อนหดตัวประมาณ 3.7% ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อรุนแรงถึงกว่า 10% นอกจากนี้ ค่าเงินเรียลยังอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงถึงกว่า 30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้านำเข้าของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ เนื่องจากสินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น
อย่างไรก็ดี การอ่อนตัวของเงินเรียลได้ช่วยพยุงภาคการส่งออกของบราซิลไม่ให้หดตัวรุนแรงมากนัก โดยการส่งออกลดลงเพียง 14% เมื่อเทียบกับปี 2557 เหลือ 1.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ แร่เหล็ก และถั่วเหลือง ที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของบราซิล
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า แนวโน้มการค้าของบราซิลจะเป็นในลักษณะเดียวกันนี้ต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีการอ่อนค่าของเงินเรียลและความต้องการภายในประเทศที่หดตัวลงเป็นปัจจัยกำหนด "การส่งออกยังคงอ่อนแอในปีที่ผ่านมา โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี การหดตัวของการนำเข้ารุนแรงมากกว่า และแนวโน้มดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นซ้ำในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัว" นายฟลาวิโอ เซอร์ราโน นักเศรษฐศาสตร์จากไฮตอง บังโก้ เด อินเวสทิเมนทอส ในบราซิล ให้ความเห็น
ด้านนายแดเนียล โกดินโญ่ เลขาธิการฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงการพัฒนา อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศของบราซิล กล่าวว่า ค่าเงินที่อ่อนลงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เชื่อว่าการส่งออกของประเทศจะเพิ่มขึ้นในปี 2559 "เราได้เห็นสัญญาณของผลกระทบด้านบวกจากค่าเงินต่อการส่งออกของสินค้าบางประเภท อาทิ สิ่งทอ และรถยนต์" นายโกดินโญ่กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลบราซิลคาดหมายมูลค่าการค้าเกินดุลในปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์รายสัปดาห์โดยธนาคารกลางบราซิลสัปดาห์ล่าสุด พบว่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะหดตัว 2.95% ในปี 2559 เป็นการปรับลดลงจากเดิมที่คาดการณ์การหดตัวไว้ 2.81% ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเรียลในช่วงเปิดตลาดทำการวันแรกของปี 2559 ปรับลดลงทันที ครั้งสุดท้ายที่เศรษฐกิจบราซิลถดถอยติดต่อกัน 2 ปี คือตั้งแต่ปี 2473 และ 2474 และข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์แห่งชาติ IPEA ที่ย้อนไปถึงปี 2444 ระบุว่าไม่เคยมีช่วง 2 ปีใดที่เศรษฐกิจถดถอยรวมกันรุนแรงเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ของปี 2558 และ 2559
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559
กระทรวงพาณิชย์ของบราซิล เปิดเผยว่า ในปี 2558 มูลค่าการค้าของบราซิลพลิกกลับมาเกินดุลได้ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากขาดดุลเป็นมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มูลค่าการค้าเกิดดุลถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นมูลค่าการค้าเกินดุลต่อเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2523
มูลค่าการค้าเกินดุลในปีที่ผ่านมานับได้ว่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 อย่างไรก็ดี แม้นักเศรษฐศาสตร์จะยินดีกับข้อมูลดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันเตือนว่าเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าในปีที่ผ่านมามูลค่าลดลงถึง 25% เหลือ 1.7145 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรและชิ้นส่วนยานยนต์ลดลงอย่างรุนแรง
นักเศรษฐศาสตร์ประมาณการว่า เศรษฐกิจบราซิลเมื่อปีก่อนหดตัวประมาณ 3.7% ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อรุนแรงถึงกว่า 10% นอกจากนี้ ค่าเงินเรียลยังอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงถึงกว่า 30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้านำเข้าของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ เนื่องจากสินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น
อย่างไรก็ดี การอ่อนตัวของเงินเรียลได้ช่วยพยุงภาคการส่งออกของบราซิลไม่ให้หดตัวรุนแรงมากนัก โดยการส่งออกลดลงเพียง 14% เมื่อเทียบกับปี 2557 เหลือ 1.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ แร่เหล็ก และถั่วเหลือง ที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของบราซิล
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า แนวโน้มการค้าของบราซิลจะเป็นในลักษณะเดียวกันนี้ต่อเนื่องในปีนี้ โดยมีการอ่อนค่าของเงินเรียลและความต้องการภายในประเทศที่หดตัวลงเป็นปัจจัยกำหนด "การส่งออกยังคงอ่อนแอในปีที่ผ่านมา โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี การหดตัวของการนำเข้ารุนแรงมากกว่า และแนวโน้มดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นซ้ำในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัว" นายฟลาวิโอ เซอร์ราโน นักเศรษฐศาสตร์จากไฮตอง บังโก้ เด อินเวสทิเมนทอส ในบราซิล ให้ความเห็น
ด้านนายแดเนียล โกดินโญ่ เลขาธิการฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงการพัฒนา อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศของบราซิล กล่าวว่า ค่าเงินที่อ่อนลงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เชื่อว่าการส่งออกของประเทศจะเพิ่มขึ้นในปี 2559 "เราได้เห็นสัญญาณของผลกระทบด้านบวกจากค่าเงินต่อการส่งออกของสินค้าบางประเภท อาทิ สิ่งทอ และรถยนต์" นายโกดินโญ่กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลบราซิลคาดหมายมูลค่าการค้าเกินดุลในปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์รายสัปดาห์โดยธนาคารกลางบราซิลสัปดาห์ล่าสุด พบว่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะหดตัว 2.95% ในปี 2559 เป็นการปรับลดลงจากเดิมที่คาดการณ์การหดตัวไว้ 2.81% ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเรียลในช่วงเปิดตลาดทำการวันแรกของปี 2559 ปรับลดลงทันที ครั้งสุดท้ายที่เศรษฐกิจบราซิลถดถอยติดต่อกัน 2 ปี คือตั้งแต่ปี 2473 และ 2474 และข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์แห่งชาติ IPEA ที่ย้อนไปถึงปี 2444 ระบุว่าไม่เคยมีช่วง 2 ปีใดที่เศรษฐกิจถดถอยรวมกันรุนแรงเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ของปี 2558 และ 2559
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,120 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2559






