
สหรัฐฯ-ญี่ปุ่นร่วมกดดันเกาหลีเหนือ
ทรัมป์-อาเบะ เตรียมผนึกความร่วมมือเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ หลังเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธผ่านน่านฟ้าของญี่ปุ่น นับเป็นการกระทำที่อุกอาจที่สุดนับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ก้าวขึ้นมาครองอำนาจสูงสุดในเกาหลีเหนือ
สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามบริเวณเกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ไปตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงเช้าวันอังคาร (29 สิงหาคม) โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการทดลองในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นขีปนาวุธระยะกลาง ฮวาซอง-12 ที่เพิ่งมีการพัฒนาขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยวิถีการยิงถึง 3,000 ไมล์
ภายใต้การนำของนายคิม จอง-อึน เกาหลีเหนือมีการทดลองขีปนาวุธมาแล้วหลายครั้ง แต่การยิงข้ามน่านฟ้าของประเทศญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ เมื่อไม่นานมานี้เกาหลีเหนือขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธฮวาซอง-12 ไปยังบริเวณเกาะกวมซึ่งเป็นเขตปกครองของสหรัฐฯ หลังจากประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเกาหลีเหนือว่าจะต้องเผชิญกับการตอบโต้รุนแรงถ้าเกาหลีเหนือข่มขู่สหรัฐฯ
ทำเนียบขาวไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ แต่นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าตนได้คุยโทรศัพท์กับนายทรัมป์เป็นเวลา 40 นาทีหลังเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธ โดยนายอาเบะกล่าวว่าการปล่อยขีปนาวุธครั้งนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศที่ร้ายแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทรัมป์ยืนยันว่าจะยืนอยู่ข้างญี่ปุ่น 100%
อาเบะและทรัมป์ตกลงที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ และอาเบะกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะเรียกร้องต่อประชาคมโลกให้ประสานความร่วมมือกดดันเกาหลีเหนือผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะเดียวกันคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉินในวันอังคารที่กรุงนิวยอร์กเพื่อหารือเกี่ยวกับการยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้
ด้านนายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ตอบโต้การปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ด้วยการสั่งการให้กองทัพแสดงแสนยานุภาพ โดยได้ส่งเครื่องบินรบไปปล่อยระเบิดจำนวนหลายลูกในบริเวณสนามซ้อมยิงปืนของกองทัพใกล้กับชายแดนตอนใต้ของเกาหลีเหนือ
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุผ่านแถลง การณ์ว่า “เราจะตอบโต้อย่างหนักเนื่องจากพื้นฐานการเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ ถ้าเกาหลีเหนือยังคงยั่วยุด้วยการยิงอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ”
ขณะเดียวกันนักลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนมีปฏิกิริยาต่อการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ด้วยการหันไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทองคำเงินสวิตฟรังก์ และเงินเยนของญี่ปุ่น ดันให้ราคาทองคำในช่วงเช้าวันอังคารพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือน เช่นเดียวกับเงินเยนญี่ปุ่นที่ช่วงหนึ่งแข็งค่าสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
ส่วนดัชนีตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียปิดตลาดลดลงในวันอังคารโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับลดลง 0.45% ส่วนดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ปรับลดลง 0.23%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,292
วันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2560
สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามบริเวณเกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ไปตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงเช้าวันอังคาร (29 สิงหาคม) โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการทดลองในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นขีปนาวุธระยะกลาง ฮวาซอง-12 ที่เพิ่งมีการพัฒนาขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยวิถีการยิงถึง 3,000 ไมล์
ภายใต้การนำของนายคิม จอง-อึน เกาหลีเหนือมีการทดลองขีปนาวุธมาแล้วหลายครั้ง แต่การยิงข้ามน่านฟ้าของประเทศญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ เมื่อไม่นานมานี้เกาหลีเหนือขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธฮวาซอง-12 ไปยังบริเวณเกาะกวมซึ่งเป็นเขตปกครองของสหรัฐฯ หลังจากประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเกาหลีเหนือว่าจะต้องเผชิญกับการตอบโต้รุนแรงถ้าเกาหลีเหนือข่มขู่สหรัฐฯ
ทำเนียบขาวไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ แต่นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าตนได้คุยโทรศัพท์กับนายทรัมป์เป็นเวลา 40 นาทีหลังเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธ โดยนายอาเบะกล่าวว่าการปล่อยขีปนาวุธครั้งนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศที่ร้ายแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทรัมป์ยืนยันว่าจะยืนอยู่ข้างญี่ปุ่น 100%
อาเบะและทรัมป์ตกลงที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ และอาเบะกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะเรียกร้องต่อประชาคมโลกให้ประสานความร่วมมือกดดันเกาหลีเหนือผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะเดียวกันคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉินในวันอังคารที่กรุงนิวยอร์กเพื่อหารือเกี่ยวกับการยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้
ด้านนายมุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ตอบโต้การปล่อยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ด้วยการสั่งการให้กองทัพแสดงแสนยานุภาพ โดยได้ส่งเครื่องบินรบไปปล่อยระเบิดจำนวนหลายลูกในบริเวณสนามซ้อมยิงปืนของกองทัพใกล้กับชายแดนตอนใต้ของเกาหลีเหนือ
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุผ่านแถลง การณ์ว่า “เราจะตอบโต้อย่างหนักเนื่องจากพื้นฐานการเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ ถ้าเกาหลีเหนือยังคงยั่วยุด้วยการยิงอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ”
ขณะเดียวกันนักลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนมีปฏิกิริยาต่อการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ด้วยการหันไปซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทองคำเงินสวิตฟรังก์ และเงินเยนของญี่ปุ่น ดันให้ราคาทองคำในช่วงเช้าวันอังคารพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือน เช่นเดียวกับเงินเยนญี่ปุ่นที่ช่วงหนึ่งแข็งค่าสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
ส่วนดัชนีตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียปิดตลาดลดลงในวันอังคารโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับลดลง 0.45% ส่วนดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้ปรับลดลง 0.23%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,292
วันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2560






