
ระบบร้านอาหารอัจฉริยะ‘TIPPING Point’ นวัตกรรมฮอตธุรกิจบริการจากแดนมังกร
การพัฒนาของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันทำให้ผู้ประกอบการในหลายธุรกิจเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจไปสู่การให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยบทความนี้จะเน้นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของจีน ซึ่งในปี 2559 มีมูลค่า 3.579 ล้านล้านหยวน ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านอาหารทั่วประเทศจีนกว่า 700 แห่งในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว เมืองเสินเจิ้น และเมืองต่างๆ ใน 20 มณฑลทั่วประเทศจีน ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ร้านอาหาร 55% เปิดใช้ Official Acount ในแอพพลิเคชัน Wechat เพื่อสื่อสารกับลูกค้า และมีร้านอาหารถึง 40.81% ที่มีแนวโน้มพัฒนาการบริหารจัดการแบบอัจฉริยะ
**ร้านอาหารอัจฉริยะเป็นอย่างไร ?
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (www.thaibizchina.com) เปิดเผยว่า การบริหารจัดการร้านอาหารแบบอัจฉริยะ คือ การเปลี่ยนจากการใช้เมนูกระดาษ พนักงานรับออร์เดอร์ และการชำระเงินด้วยเงินสด มาเป็นการให้บริการโดยใช้ระบบออนไลน์ อาทิ การใช้เมนูอาหารอิเล็กทรอนิกส์และการสั่งอาหารแบบออนไลน์ การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชัน ซึ่งลูกค้าจะเป็นสมาชิกและสามารถสะสมคะแนนได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกใบสมัคร อีกทั้งยังสามารถแสดงความคิดเห็นและให้คะแนนร้านออนไลน์ ทำให้ร้านสามารถรับทราบผลตอบรับของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการร้านอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในมลฑลส่านซีมีระบบบริหารจัดการร้านอาหารอัจฉริยะ เรียกว่า TIPPING Point พัฒนา โดย บริษัท Shaanxi YUN ZHI FAN Information Technology โดยร้านอาหารชื่อ Bai Yuan Bai ในนครซีอานซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ใช้ระบบ TIPPING Point ในการบริหารจัดการร้าน ผู้จัดการร้านเปิดเผยว่า การนำระบบ TIPPING Point มาใช้ ช่วยให้ร้านลดต้นทุนค่าจ้างพนักงานลงได้ระหว่าง 30-60% ต่อเดือน อีกทั้งยังได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า เนื่องจากร้านสามารถให้บริการได้รวดเร็ว และที่สำคัญร้านสามารถคำนวณรายรับ-รายจ่ายผ่านระบบ ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
บริษัท Shaanxi YUN ZHI FAN Information Technologyผู้พัฒนาระบบ มีแผนขยายการใช้งานระบบ TIPPING Point ไปยังร้านอาหารต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวของนครซีอาน เนื่องจากในแต่ละวันร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต้องการได้รับการบริการที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ระบบ TIPPING Point ยังเป็นอีก ทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจ Start up ที่มีเงินลงทุน ไม่มากนัก เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไร
**ระบบอย่างนี้ ดีอย่างไร
ข้อดีของระบบบริหารจัดการร้านอาหารอัจฉริยะนั้น สามารถประมวลได้ดังนี้ คือ
1.ช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะด้านการจ้างพนักงาน เนื่องจากลูกค้าสามารถสั่งอาหารด้วยตนเองผ่านเมนูอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้การติดตั้งและดูแลระบบบริหารจัดการร้านอาหารอัจฉริยะยังใช้เงินลงทุนไม่มากนัก โดยร้านอาหารร 77.65% ใช้งบประมาณในการลงทุนตํ่ากว่า 10,000 หยวน/ปี และ 5.63% ใช้เงินลงทุนมากกว่า 20,000 หยวน/ปี
2.สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ลูกค้าไม่จำเป็นต้องต่อคิวในการสั่งอาหาร และไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด โดยลูกค้าสามารถชำระเงินออนไลน์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังช่วยลดความผิดพลาดในการสั่งอาหาร เนื่องจากลูกค้าจะเป็นผู้สั่งอาหารผ่านเมนูอิเล็กทรอนิกส์และคำสั่ง (Order) จะถูกส่งไปยังห้องครัวโดยตรง
3.สามารถบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย และตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของร้านผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา โดยในระบบจะมีการจัดเก็บข้อมูลสถิติบันทึกรายรับ-รายจ่ายประจำวัน และคำนวณผลกำไร-ขาดทุน
4. สามารถปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการของร้านได้ตรงจุด โดยระบบจะบันทึกข้อมูลการสั่งอาหารของลูกค้า การแสดงความคิดเห็น และการให้คะแนนร้าน ซึ่งร้านสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงการบริการและจัดโปรโมชันให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น
นวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้เพิ่มเติมขีดความสามารถในการแข่งขัน หากมีระบบบริหารจัดการที่เพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการได้อย่างนี้ ก็เชื่อได้เลยว่าย่อมมีแต้มต่อและความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ในอนาคตเราคงได้เห็นร้านอาหารที่นำระบบอัจฉริยะแบบนี้มาใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560
**ร้านอาหารอัจฉริยะเป็นอย่างไร ?
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (www.thaibizchina.com) เปิดเผยว่า การบริหารจัดการร้านอาหารแบบอัจฉริยะ คือ การเปลี่ยนจากการใช้เมนูกระดาษ พนักงานรับออร์เดอร์ และการชำระเงินด้วยเงินสด มาเป็นการให้บริการโดยใช้ระบบออนไลน์ อาทิ การใช้เมนูอาหารอิเล็กทรอนิกส์และการสั่งอาหารแบบออนไลน์ การชำระเงินผ่านแอพพลิเคชัน ซึ่งลูกค้าจะเป็นสมาชิกและสามารถสะสมคะแนนได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกใบสมัคร อีกทั้งยังสามารถแสดงความคิดเห็นและให้คะแนนร้านออนไลน์ ทำให้ร้านสามารถรับทราบผลตอบรับของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการร้านอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
บริษัท Shaanxi YUN ZHI FAN Information Technologyผู้พัฒนาระบบ มีแผนขยายการใช้งานระบบ TIPPING Point ไปยังร้านอาหารต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวของนครซีอาน เนื่องจากในแต่ละวันร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวมีลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต้องการได้รับการบริการที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ระบบ TIPPING Point ยังเป็นอีก ทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจ Start up ที่มีเงินลงทุน ไม่มากนัก เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไร
**ระบบอย่างนี้ ดีอย่างไร
ข้อดีของระบบบริหารจัดการร้านอาหารอัจฉริยะนั้น สามารถประมวลได้ดังนี้ คือ
1.ช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะด้านการจ้างพนักงาน เนื่องจากลูกค้าสามารถสั่งอาหารด้วยตนเองผ่านเมนูอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้การติดตั้งและดูแลระบบบริหารจัดการร้านอาหารอัจฉริยะยังใช้เงินลงทุนไม่มากนัก โดยร้านอาหารร 77.65% ใช้งบประมาณในการลงทุนตํ่ากว่า 10,000 หยวน/ปี และ 5.63% ใช้เงินลงทุนมากกว่า 20,000 หยวน/ปี
2.สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ลูกค้าไม่จำเป็นต้องต่อคิวในการสั่งอาหาร และไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด โดยลูกค้าสามารถชำระเงินออนไลน์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังช่วยลดความผิดพลาดในการสั่งอาหาร เนื่องจากลูกค้าจะเป็นผู้สั่งอาหารผ่านเมนูอิเล็กทรอนิกส์และคำสั่ง (Order) จะถูกส่งไปยังห้องครัวโดยตรง
3.สามารถบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย และตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของร้านผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา โดยในระบบจะมีการจัดเก็บข้อมูลสถิติบันทึกรายรับ-รายจ่ายประจำวัน และคำนวณผลกำไร-ขาดทุน
4. สามารถปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการของร้านได้ตรงจุด โดยระบบจะบันทึกข้อมูลการสั่งอาหารของลูกค้า การแสดงความคิดเห็น และการให้คะแนนร้าน ซึ่งร้านสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงการบริการและจัดโปรโมชันให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น
นวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้เพิ่มเติมขีดความสามารถในการแข่งขัน หากมีระบบบริหารจัดการที่เพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการได้อย่างนี้ ก็เชื่อได้เลยว่าย่อมมีแต้มต่อและความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ในอนาคตเราคงได้เห็นร้านอาหารที่นำระบบอัจฉริยะแบบนี้มาใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

