thansettakij
thansettakij
ส่อง‘อู่ข้าวอู่นํ้า’ เกาหลีเหนือ ช่องทางรายได้นอกระบบ ฝ่า‘มติยูเอ็น2371’

ส่อง‘อู่ข้าวอู่นํ้า’ เกาหลีเหนือ ช่องทางรายได้นอกระบบ ฝ่า‘มติยูเอ็น2371’

13 ส.ค. 60 | 09:22 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 60 | 16:22 น.
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธา นาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่ามติควํ่าบาตรทางเศรษฐกิจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่มีต่อเกาหลีเหนือครั้งล่าสุด ภายใต้ชื่อมติสหประชาชาติหมายเลข 2371 (U.N. Resolution 2371) ประกาศเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา จะตัดท่อนํ้าเลี้ยงทำให้เกาหลีเหนือสูญรายได้จากการส่งออกเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งผู้นำสหรัฐฯเชื่อว่าความสูญเสียระดับนี้จะมีผลกระทบต่อโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในแง่แหล่งเงินสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาไม่มากก็น้อย เนื่องจากเป็นมาตรการที่เล็งเป้าถล่มอู่ข้าวอู่นํ้าหลักๆ ของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นที่มาของรายได้ในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ นั่นคือ การค้าถ่านหิน เหล็ก สินแร่เหล็ก ตะกั่ว สินแร่ตะกั่ว และอาหารทะเล

นอกจากนี้ มติ 2371 ยังห้ามชาติสมาชิกของยูเอ็น ออกใบอนุญาตทำงานเพิ่มเติมให้แก่บุคคลสัญชาติเกาหลีเหนือที่ออกไปทำงานในต่างแดน (มาตรการนี้ไม่ย้อนถึงบุคคลที่ได้ใบอนุญาตไปก่อนหน้านั้นแล้ว) และยังห้ามทำกิจการร่วมทุนหรือร่วมมือใดๆ กับนิติบุคคลหรือบุคคลทั่วไปของเกาหลีเหนือ และถ้าหากมีกิจการร่วมทุนกันอยู่แล้วก่อนหน้านี้ก็ห้ามขยายการลงทุนเพิ่มเติม

MP20-3287-1 ++ไม่อาจสกัดการค้านอกระบบ
ตัวเลข 1,000 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นการประเมินของยูเอ็นเอสซีซึ่งมีระบุไว้ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เป็นตัวเลข 1 ใน 3 ของรายได้รวมจากการส่งออกของเกาหลีเหนือ แต่ในความเป็นจริง การตีกรอบเหล็กครั้งนี้ จะสร้างผลกระทบอย่างที่คาดหมายกันไว้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าชาติสมาชิกของยูเอ็นจะให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมติ 2371 อย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด? ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ยูเอ็นเอสซีเคยมีมติ “จำกัด” การส่งออกถ่านหิน และ “ห้าม” การส่งออกทองแดง นิกเกิล เงิน และสังกะสี ของเกาหลีเหนือมาแล้ว คาดว่ามติครั้งนั้นน่าจะทำให้รายได้ของเกาหลีเหนือหายไปอย่างน้อย 800 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ก็ยังเห็นได้ว่าหลังจากนั้นมา เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธท้าทายมติของยูเอ็นออกมาอีกหลายครั้งหลายหน จนต้องถูกควํ่าบาตรครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้

นักวิเคราะห์เชื่อว่าหากชาติสมาชิกของยูเอ็นร่วมกันปฏิบัติตามมติที่ผ่านมา อย่างเคร่งครัด รายได้จากการส่งออกที่เกาหลีเหนือนำมาใช้สนับสนุนโครงการพัฒนาและทดสอบขีปนาวุธคงจะลดฮวบลงไปมากแล้ว และเมื่อมีสมมติฐานเช่นนี้ออกมา “จีน” ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้า-คู่ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือก็มักจะตกเป็นเป้าเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าแม้จีนจะประกาศยุติการซื้อถ่านหินจากเกาหลีเหนือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีการแอบค้าขายกันนอกระบบ เนื่องจากมองว่า จีนไม่ต้องการบีบเกาหลีเหนือให้สิ้นฤทธิ์ เพราะต้องการรักษาสัมพันธ์และเก็บเกาหลีเหนือไว้เป็นกันชนระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา นอกจากถ่านหินที่จีนนำเข้าจากเกาหลีเหนือหลายล้านตันในแต่ละปีแล้ว จีนยังเป็นตลาดส่งออกรองรับสินค้าพื้นฐานจากเกาหลีเหนืออีกจำนวนมากรวมทั้งอาหารทะเลและสินแร่เหล็ก ซึ่งอยู่ภายใต้มติควํ่าบาตรครั้งล่าสุด

[caption id="attachment_193768" align="aligncenter" width="503"] แหล่งรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่งของเกาหลีเหนือคือ รายได้จากชาวเกาหลีเหนือ ที่ออกไปทำงานในต่างแดน ซึ่งคาดว่ามีจำนวนระหว่าง 60,000-100,000 คนใน 40 ประเทศทั่วโลก นำเงินตราสกุลต่างชาติเข้าประเทศระหว่าง 1,200-2,300 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯต่อปี แหล่งรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่งของเกาหลีเหนือคือ รายได้จากชาวเกาหลีเหนือ
ที่ออกไปทำงานในต่างแดน ซึ่งคาดว่ามีจำนวนระหว่าง 60,000-100,000 คนใน 40
ประเทศทั่วโลก นำเงินตราสกุลต่างชาติเข้าประเทศระหว่าง 1,200-2,300 ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯต่อปี[/caption]

อีกเหตุผลที่เชื่อว่าจะทำให้มติควํ่าบาตรเกาหลีเหนือไม่ได้ผลตามเป้าหมาย คือการที่เกาหลีเหนือฝากรายได้จากการค้าไว้กับธนาคารในจีนซึ่งยากต่อการติดตามเส้นทางเงิน นอกจากนี้ยังมีการตั้งบริษัทสัญชาติจีนขึ้นมาบังหน้าทำให้เกาหลีเหนือมีช่องทางเข้าสู่ระบบการเงินโลกอยู่ดี ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผลการศึกษาที่ระบุว่า อีกช่องทางสร้างรายได้เข้าประเทศของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นช่องทางนอกระบบการค้าสากล คือรายได้จากการเจาะระบบข้อมูลในโลกไซเบอร์ บริษัท คาสเปอร์สกี้ฯ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยในโลกอินเตอร์เน็ต สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัสเซีย ระบุว่า เกาหลีเหนือมีความเชื่อมโยงกับการเจาะฐานข้อมูลของสถาบันการเงินต่างๆ ใน 18 ประเทศทั่วโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World