
เร่งเครื่องรถยนต์ไฟฟ้า‘วอลโว่’จ่อเลิกใช้น้ำมัน
"วอลโว่" กลายมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่ประกาศแผนการเปลี่ยนจากการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน 100% ไปสู่เพียงการผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรีเท่านั้น
[caption id="attachment_154054" align="aligncenter" width="335"]
นายคริส เวลส์[/caption]
วอลโว่ คาร์ส เปิดเผยว่า เริ่มตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป รถยนต์รุ่นใหม่ที่ผลิตทั้งหมดจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยบางรุ่นจะเป็นระบบไฮบริด ขณะที่บางรุ่นจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันจะทยอยยกเลิกการผลิตเครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล 100% โดยคาดว่าน่าจะเลิกผลิตได้ทั้งหมดภายในปี 2567 ขึ้นอยู่กับความต้องการ
"การประกาศครั้งนี้แสดงถึงจุดสิ้นสุดของรถยนต์ที่ใช้ระบบสันดาปภายในเพียงอย่างเดียว ผู้คนเรียกร้องให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และเราต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต" นายฮาคาน แซมวลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวอลโว่ กล่าว
นายแซมวลสันกล่าวด้วยว่า วอลโว่ตั้งเป้าไว้ว่าจะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1 ล้านคันภายในปี 2568 ซึ่งแผนการครั้งนี้เป็นการดำเนินนโยบายเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ วอลโว่เตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 5 รุ่นออกวางตลาดในช่วงปี 2562-2564 โดย 3 รุ่นจะเป็นแบรนด์วอลโว่ และอีก 2 รุ่นจะอยู่ภายใต้แบรนด์โพลสตาร์
การออกมาประกาศเช่นนี้ทำให้วอลโว่กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่มีแผนจะยกเลิกการผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายใน แม้ว่าผู้ผลิตรายใหญ่รายอื่นๆ ต่างมีรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าออกวางจำหน่ายแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดยินดีที่จะทอดทิ้งรถยนต์ที่ใช้แต่น้ำมัน
วอลโว่ ซึ่งมีบริษัท จีลี ออโตโมบิล โฮลดิ้งส์ ของจีนเป็นเจ้าของ จะเริ่มทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จีนในเบื้องต้น ก่อนจะขยายไปสู่โรงงานผลิตในภูมิภาคยุโรป และโรงงานแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในรัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา
แม้ว่ารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปัจจุบัน แต่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในตลาดระดับบน ซึ่งเป็นตลาดหลักของวอลโว่ ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่เชื่อว่าสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ราคาถูกลง และจุดชาร์จไฟเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,277 วันที่ 9 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_154054" align="aligncenter" width="335"]
วอลโว่ คาร์ส เปิดเผยว่า เริ่มตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป รถยนต์รุ่นใหม่ที่ผลิตทั้งหมดจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยบางรุ่นจะเป็นระบบไฮบริด ขณะที่บางรุ่นจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันจะทยอยยกเลิกการผลิตเครื่องยนต์ระบบสันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล 100% โดยคาดว่าน่าจะเลิกผลิตได้ทั้งหมดภายในปี 2567 ขึ้นอยู่กับความต้องการ
"การประกาศครั้งนี้แสดงถึงจุดสิ้นสุดของรถยนต์ที่ใช้ระบบสันดาปภายในเพียงอย่างเดียว ผู้คนเรียกร้องให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และเราต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต" นายฮาคาน แซมวลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวอลโว่ กล่าว
นายแซมวลสันกล่าวด้วยว่า วอลโว่ตั้งเป้าไว้ว่าจะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1 ล้านคันภายในปี 2568 ซึ่งแผนการครั้งนี้เป็นการดำเนินนโยบายเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ วอลโว่เตรียมนำรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 5 รุ่นออกวางตลาดในช่วงปี 2562-2564 โดย 3 รุ่นจะเป็นแบรนด์วอลโว่ และอีก 2 รุ่นจะอยู่ภายใต้แบรนด์โพลสตาร์
การออกมาประกาศเช่นนี้ทำให้วอลโว่กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่มีแผนจะยกเลิกการผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายใน แม้ว่าผู้ผลิตรายใหญ่รายอื่นๆ ต่างมีรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าออกวางจำหน่ายแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดยินดีที่จะทอดทิ้งรถยนต์ที่ใช้แต่น้ำมัน
วอลโว่ ซึ่งมีบริษัท จีลี ออโตโมบิล โฮลดิ้งส์ ของจีนเป็นเจ้าของ จะเริ่มทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จีนในเบื้องต้น ก่อนจะขยายไปสู่โรงงานผลิตในภูมิภาคยุโรป และโรงงานแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในรัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา
แม้ว่ารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปัจจุบัน แต่กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในตลาดระดับบน ซึ่งเป็นตลาดหลักของวอลโว่ ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่เชื่อว่าสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ราคาถูกลง และจุดชาร์จไฟเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,277 วันที่ 9 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






