
ธุรกิจเรียกร้อง‘เมย์’ทวนจุดยืนเบร็กซิท
ภาคธุรกิจเรียกร้องรัฐบาลอังกฤษทบทวนจุดยืนการเจรจาเบร็กซิท หลังผลการเลือกตั้งออกมาว่าไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากในสภา คาดหวังผลการเจรจาที่จะเอื้อต่อการเข้าถึงตลาดและแรงงานในยุโรป
[caption id="attachment_124403" align="aligncenter" width="503"]
เทเรซา เมย์[/caption]
ความผันผวนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร หลังจากพรรคอนุรักษนิยมของนางเทเรซาเมย์ นายกรัฐมนตรี สูญเสียเสียงข้างมากในสภาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนจนอาจจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิท ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ทำให้ภาคธุรกิจต้องการความชัดเจนสำหรับจุดยืนในการเจรจา
นายสตีฟ มาร์ตินกรรมการผู้จัดการ Institute of Directors กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวผ่านคำพูดโน้มน้าวในการหาเสียงเลือกตั้ง และให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเจรจาเบร็กซิท ประเด็นเรื่องการเข้าถึงตลาดอียูและความจำเป็นสำหรับแรงงานมีทักษะยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง”
ขณะที่สมาพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กเรียกร้องให้เลื่อนการเจรจาออกไป “การเจรจาเบร็กซิทจำเป็นจะต้องเริ่มต้นจากจุดยืนที่เข้มแข็งให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับการค้าและการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะ” นายไมค์ เชอร์รีประธานสมาพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กแห่งสหราชอาณาจักรกล่าว
ผู้บริหารบางรายคาดหวังว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาหมายความว่านางเมย์อาจถูกบีบให้ต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเจรจาให้อ่อนลงและเอื้อต่อภาคธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากก่อนหน้านี้นางเมย์ยืนยันว่าต้องการถอนอังกฤษออกจากตลาดเดียวของยุโรป และควบคุมการเข้าเมืองของคนต่างชาติ
นายแซมวล ทอมบ์สหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหราชอาณาจักรจากแพนธีออน แม็กโครอีโคโนมิกส์ประเมินว่า ผลการเลือกตั้งลดโอกาสของฮาร์ดเบร็กซิทลงเหลือ 35% ขณะที่โอกาสที่จะจบลงด้วยซอฟต์เบร็กซิทหรืออังกฤษยังคงเป็นสมาชิกในตลาดเดียวของอียู เพิ่มขึ้นเป็น 60% และมีโอกาส 5% ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_124403" align="aligncenter" width="503"]
ความผันผวนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร หลังจากพรรคอนุรักษนิยมของนางเทเรซาเมย์ นายกรัฐมนตรี สูญเสียเสียงข้างมากในสภาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนจนอาจจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิท ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ทำให้ภาคธุรกิจต้องการความชัดเจนสำหรับจุดยืนในการเจรจา
นายสตีฟ มาร์ตินกรรมการผู้จัดการ Institute of Directors กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวผ่านคำพูดโน้มน้าวในการหาเสียงเลือกตั้ง และให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเจรจาเบร็กซิท ประเด็นเรื่องการเข้าถึงตลาดอียูและความจำเป็นสำหรับแรงงานมีทักษะยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง”
ขณะที่สมาพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กเรียกร้องให้เลื่อนการเจรจาออกไป “การเจรจาเบร็กซิทจำเป็นจะต้องเริ่มต้นจากจุดยืนที่เข้มแข็งให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับการค้าและการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะ” นายไมค์ เชอร์รีประธานสมาพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กแห่งสหราชอาณาจักรกล่าว
ผู้บริหารบางรายคาดหวังว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาหมายความว่านางเมย์อาจถูกบีบให้ต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเจรจาให้อ่อนลงและเอื้อต่อภาคธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากก่อนหน้านี้นางเมย์ยืนยันว่าต้องการถอนอังกฤษออกจากตลาดเดียวของยุโรป และควบคุมการเข้าเมืองของคนต่างชาติ
นายแซมวล ทอมบ์สหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหราชอาณาจักรจากแพนธีออน แม็กโครอีโคโนมิกส์ประเมินว่า ผลการเลือกตั้งลดโอกาสของฮาร์ดเบร็กซิทลงเหลือ 35% ขณะที่โอกาสที่จะจบลงด้วยซอฟต์เบร็กซิทหรืออังกฤษยังคงเป็นสมาชิกในตลาดเดียวของอียู เพิ่มขึ้นเป็น 60% และมีโอกาส 5% ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560






