
คาดเฟดยังไม่ขยับดอกเบี้ย
คาดเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ แต่อาจส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม ในการประชุมวันที่ 2-3 พฤษภาคมนี้ หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปน่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน
นับตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุดของเฟด ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่สดใสนัก โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรกเติบโตได้เพียง 0.7% นับเป็นการเติบโตรอบไตรมาสที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนมีนาคมแทบจะไม่มีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่แสดงความคาดหวังว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และความคึกคักในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3% ในไตรมาสนนี้ และเฟดจะมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะปรับดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตามองด้วยว่าเฟดจะตัดสินใจลดขนาดงบดุลที่มีมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อไหร่และอย่างไร ซึ่งเฟดเชื่อว่าการลดขนาดงบดุลจะส่งให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับสูงขึ้น
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดิม ในการประชุมวันที่ 2-3 พฤษภาคมนี้ หลังจากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปน่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน
นับตั้งแต่การประชุมครั้งล่าสุดของเฟด ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่สดใสนัก โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรกเติบโตได้เพียง 0.7% นับเป็นการเติบโตรอบไตรมาสที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนมีนาคมแทบจะไม่มีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่แสดงความคาดหวังว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และความคึกคักในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3% ในไตรมาสนนี้ และเฟดจะมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะปรับดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตามองด้วยว่าเฟดจะตัดสินใจลดขนาดงบดุลที่มีมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อไหร่และอย่างไร ซึ่งเฟดเชื่อว่าการลดขนาดงบดุลจะส่งให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับสูงขึ้น






