thansettakij
thansettakij
‘ไฮเปอร์ลูป’ ใกล้ความจริง เตรียมทดสอบวิ่งเส้นทางใหม่

‘ไฮเปอร์ลูป’ ใกล้ความจริง เตรียมทดสอบวิ่งเส้นทางใหม่

15 เม.ย. 60 | 13:00 น.
ระบบขนส่งความเร็วสูงที่เรียกว่า ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) กำลังกลายเป็นความจริง เมื่อบริษัทไฮเปอร์ลูป วัน ผู้ผลิตเทคโนโลยียานยนต์ความเร็วสูง เจ้าของโครงการนี้ ประกาศว่ากำลังจะทดสอบวิ่งระบบขนส่งความเร็วสูงบนเส้นทางใหม่อีก 11 เส้นทางหลักในสหรัฐฯ หลังจากที่บริษัทได้ระดมเงินทุนเป็นจำนวน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,000 ล้านบาท) ทั้งในปีที่ผ่านมาได้เคยทดสอบไฮเปอร์ลูปเป็นครั้งแรกแล้ว กลางทะเลทรายที่รัฐเนวาดา สหรัฐฯ

ไฮเปอร์ลูปเป็นโครงการที่เกิดจากแนวคิดของนายอีลอน มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทสล่า มอเตอร์สและบริษัทขนส่งอวกาศที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างสเปซ เอ็กซ์ ตั้งแต่ปี 2556 ที่มีเป้าหมายต้องการสร้างระบบขนส่งความเร็วสูงที่ปลอดภัย ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับ 11 เส้นทางการเชื่อมต่อหลักในสหรัฐฯ ที่จะทำการทดสอบด้วยไฮเปอร์ลูปในอนาคต ได้แก่ เมืองลาสเวกัสไปเมืองรีโน รัฐเนวาด้า ใช้เวลาเดินทาง 42 นาที ชิคาโกไปโคลัมบัส ใช้เวลาเดินทาง 29 นาที และเมืองเดนเวอร์ไปเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ใช้เวลาเดินทาง 5 นาที นอกจากนี้ อาจมีเส้นทางอื่นๆ เช่น นิวยอร์กไปวอซิงตัน ดีซี พอร์ตแลนด์ไปซีแอตเทิล ไมแอมีไปออร์แลนโด และลอสแองเจลิสไปแซนดีเอโก เป็นต้น

การก่อสร้างท่อขนส่งไฮเปอร์ลูป ความยาว 8 กิโลเมตร จะเป็นระบบขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในรูปแบบแคปซูล และแคปซูลนั้นจะวิ่งไปตามท่อโดยใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าในการขับเคลื่อนที่ตัวรถจะยกขึ้นจากรางด้วยแม่เหล็ก โดยไม่ก่อให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างตัวรถกับตัวราง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้รถไฟวิ่งได้เร็วสูงสุดถึง 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าเครื่องบินกว่า 2 เท่า ซึ่งหมายความว่า หากเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูป ระยะทางจากนิวยอร์กไปกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่ปกติรถไฟใช้เวลาเดินทางมากกว่า 3 ชั่วโมง จะย่นระยะเหลือเพียง 20 นาที เท่านั้น

นายอีลอน มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไฮเปอร์ลูป วัน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัทสเปซ เอ็กซ์ กล่าวว่า รถไฟแบบไฮเปอร์ลูปจะเป็นโครงการขนส่งมวลชนที่ถือว่ามีราคาถูกที่สุด เร็วที่สุด และมีศักยภาพมากที่สุดกว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วไป โดยบริษัทต้องการให้ 80% ของระบบการขนส่งทั่วสหรัฐฯใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะอยากให้ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในสหรัฐฯได้ ไม่เกิน 5 ชั่วโมง

จากการพัฒนาระบบไฮเปอร์ลูปนี้เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการขนส่งมวลชน เพราะหากการทดสอบโครงการไฮเปอร์ลูบสำเร็จจริง จะกลายเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่มีราคาถูกมากหากเทียบกับความเร็ว ซึ่งประชากรกว่า 83 ล้านคนจะได้ประโยชน์จากนวัตกรรมสุดล้ำนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงดังกล่าวจะกระทบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมถึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถย้ายฐานการผลิตไปยังที่ดินที่มีราคาถูกและพนักงานอาศัยอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพต่ำ ที่สำคัญคือช่วยแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด

เบื้องต้น ต้นทุนของไฮเปอร์ลูป อยู่ที่ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ต่อ 610 กิโลเมตร ซึ่งหากเฉลี่ยแล้ว ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 700 บาทเท่านั้น ขณะที่ด้านทีมผู้พัฒนาคาดว่าจะเริ่มนำระบบไฮเปอร์ลูป มาใช้ขนส่งสินค้าได้จริงในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะเริ่มใช้เพื่อการขนส่งผู้โดยสารได้ในปี 2564

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,252 วันที่ 13 - 15 เมษายน พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World