thansettakij
thansettakij
ย้อนเวลา 6 ปีค้นหา ปฐมบทสงคราม"ซีเรีย"

ย้อนเวลา 6 ปีค้นหา ปฐมบทสงคราม"ซีเรีย"

07 เม.ย. 60 | 07:52 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 60 | 14:52 น.
-7เมย.60-6ปีเศษเเล้วที่ชีวิตของชาวซีเรียจำนวนมากต้องสิ้นไปเพราะสงครามภายในประเทศ โดยมีมหาอำนาจหลายชาติเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงเเละทางอ้อม ปฐมบทของสงครามนี้คืออะไร...
ปลายปี 2553 เรื่อยมาจนถึงปี 2554 ประชาชนหลายชาติของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และทวีปแอฟริกาเหนือตั้งแต่ ตูนีเซีย อียิปต์ ลิเบีย เยเมน บาห์เรน ฯลฯได้ลุกฮือประท้วงรัฐบาลของตัวเอง เพื่อเรียกร้องให้"ผู้นำ"ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากผูกขาดอำนาจมานานหลายทศวรรษ เหตุนี้ระบาดไปทั่วภูมิภาคจนสังคมโลกเรียกขานว่า "อาหรับสปริง" หรือการปฏิวัติในประเทศอาหรับ

ปรากฏการณ์นี้ขยายวงมาถึงซีเรีย เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2554 ชาวซีเรียนับหมื่นชีวิตที่ไม่พอใจรัฐบาลพรรคบะอัษ (Ba'ath) ของประธานาธิบดี"บาชาร์ อัล อัสซาด" เดินขบวนเรียกร้องให้พรรคบะอัษยุติการปกครองประเทศ และประธานาธิบดีต้องลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลว่าคนในตระกูลอัล อัสซาด ผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในตำแหน่งประธานาธิบดีซีเรียมานานกว่า 4 ทศวรรษ(ตั้งแต่ปี 2514 พ.อ.ฮาเฟซ อัล-อัสซาด ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจปกครองประเทศ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกชายคือประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

เมื่อสถานการณ์ทำท่าจะลุกลามบานปลายขึ้น เดือนเม.ย. 2554 รัฐบาลซีเรียสั่งการให้กองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุมในหลายเมืองทั่วประเทศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากภายในไม่กี่สัปดาห์ ทำให้องค์การสหประชาชาติ (UN) ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชน

ต่อมาสหภาพยุโรป (EU)ใช้มาตรการคว่ำบาตรซีเรีย ไม่ต่างจากสันนิบาตอาหรับที่สั่งระงับสมาชิกภาพของซีเรีย ขณะที่สหรัฐอเมริกาพยายามกดดันซีเรียเช่นกัน ด้วยการอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศของผู้นำและแกนนำระดับสูงของรัฐบาลซีเรีย 6 คน พร้อมกดดันให้ผู้นำซีเรียสละอำนาจโดยเร็วที่สุด

ดูเหมือนว่ารัฐบาลซีเรียจะไม่ได้สนใจต่อเสียงเรียกร้องจากนานาชาติ เพราะยังกวาดล้างผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย และอิหร่าน ขณะที่จีนให้ความช่วยเหลือทางการทูต เมื่อเป็นเช่นนี้ประธานาธิบดีซีเรียจึงปรากฏตัวผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ตอกย้ำความมั่นใจว่า รัฐบาลจะไม่ถูกโค่นล้มอย่างแน่นอน

ฝ่ายต่อต้านนั้นเเม้ช่วงแรกจะชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ เมื่อถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างหนัก ในที่สุดก็ลุกขึ้นมาจับอาวุธโดยร่วมมือกับทหารที่แปรพักตร์ อาสาสมัคร และพลเรือนส่วนหนึ่ง หลังจากได้รับการสนับสนุนตุรกี และซาอุดีอาระเบีย โดยมีมหาอำนาจชาติอื่นๆ อาทิ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี กาตาร์ ให้ความช่วยเหลือทางการทูต

ปลายปี 2554 กลุ่มต่อต้านก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย และเมืองอะเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ กลุ่มต่อต้านได้สะสมกองกำลังติดอาวุธมากขึ้น ทำให้รัฐบาลซีเรียต้องสนับสนุนกลุ่ม"ฮิซบอลเลาะห์" ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเลบานอนให้เข้าร่วมปฏิบัติการปราบกบฏด้วย โดยประกาศว่า จะปราบฝ่ายกบฏจนย่อยยับ สถานการณ์สงครามกลางเมืองทวีความเเรงขึ้นตามลำดับ มีการโต้ตอบเเบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยฝ่ายกบฏได้ใช้วิธี"คาร์บอมบ์"ที่มั่นของรัฐบาลจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่รัฐบาลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เดินหน้าถล่มฝ่ายต่อต้านพร้อมกับยึดเมืองคืน เเละในตอนนั้นสิ่งที่เป็นปริศนาก็เกิดขึ้นคือ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่เรียกว่า "ชาบีฮา" ซึ่งเป็น"กองกำลังชุดดำติดอาวุธ"ได้สังหารหมู่ประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องไปด้วย

ต้นปี 2556 องค์การระหว่างประเทศได้ประณามรัฐบาลซีเรีย หลังจับกุมผู้ประท้วงหลายหมื่นคนไปทรมานอย่างหนักในเรือนจำของรัฐ เเละประณามฝ่ายต่อต้านที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง กลุ่มชาติอาหรับหลายประเทศปิดสถานทูตในซีเรีย เพื่อประท้วง องค์กรที่เกี่ยวข้องมีการออกหลากมาตรการกดดันให้สงครามครั้งเลวร้ายยุติลง แต่ดูเหมือน"สันติภาพ" ในประเทศนี้ห่างออกไปทุกที การสู้รบยังคงเกิดขึ้นอย่างดุเดือดและต่อเนื่อง แต่ละวันจะมีผู้คนล้มตายจำนวนนับไม่ถ้วน เดือนก.พ.2556 สหประชาชาติประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากสงครามซีเรียเกือบ 2 ปี สูงกว่า 70,000 คน ราวครึ่งหนึ่งเป็นพลเรือน รวมทั้งมีผู้สูญหายหลายหมื่นคน ขณะที่มีประชาชนชาวซีเรียกว่า 1.4 ล้านคน ขอลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

สถานการณ์ในซีเรียขยายวง เมื่อฝ่ายต่อต้านได้ลักพาตัวเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ 21 นาย เพื่อกดดันให้รัฐบาลถอนกำลัง ขณะที่กองทัพอิสราเอลยิงจรวดโจมตีคลังอาวุธของซีเรียหลายครั้ง เพื่อทำลายขีปนาวุธพิสัยไกลที่อิสราเอลอ้างว่าอิหร่านส่งมาช่วยซีเรียใช้ต่อสู้กับฝ่ายกบฏ และจะส่งต่อให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในพื้นที่ชายแดนเลบานอน

การที่อิสราเอลเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้ ทำให้กลุ่มประเทศสันนิบาตชาติอาหรับวิตกกังวลว่า สถานการณ์จะยิ่งบานปลายและมันเป็นดังนั้น เมื่อซีเรียขู่จะเปิดศึกอีกด้านกับอิสราเอล โดยประกาศตอบโต้อิสราเอลที่ยิงจรวดโจมตีคลังแสงซีเรีย เเต่อังกฤษและสหรัฐอเมริกา กลับมองว่า อิสราเอลยิงจรวดทำลายอาวุธของซีเรีย เป็นสิทธิของอิสราเอลที่จะปกป้องประเทศให้พ้นจากภัยคุกคาม

ข่าวช็อกโลกเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2556 ก็เกิดขึ้นเมื่อกองทัพซีเรียทิ้งระเบิดปราบกลุ่มต่อต้านในเมืองกัวตาห์ ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอย่างหนาแน่น จนมีผู้เสียชีวิต 1,300 คน ในจำนวนนี้มีทั้งเด็ก สตรี และคนชรา กลายเป็นภาพโศกนาฏกรรมที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก จากเหตุการณ์นี้ ทำให้กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติซีเรียและนักเคลื่อนไหวออกมาประณามรัฐบาลที่โจมตีประชาชนด้วยอาวุธเคมีและแก๊สพิษซาริน ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลซีเรียออกมาปฏิเสธโดยทันที ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า อาจจะเป็นฝีมือของมือที่สามเข้ามาแทรกแซง

สหประชาชาติ และนานาชาติ พากันเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียอนุญาตให้คณะผู้ตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีของสหประชาชาติเข้าถึงพยาน และเหยื่อได้อย่างอิสระ โดยไม่มีการแทรกแซงหรือปั้นแต่งหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด
เเต่สถานการณ์ยามนี้น่าจะบานปลายเเล้วเพราะโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯสั่งการให้เรือพิฆาตที่ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยิงขีปนาวุธร่อน โทมาฮอว์ค 59 ลูก เข้าใส่ฐานทัพอากาศของกองทัพรัฐบาลซีเรียในจังหวัดฮอมส์ ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินรบซีเรียที่ทำการโจมตีพลเมืองในจังหวัดอิดลิบด้วยอาวุธเคมีจอดอยู่ โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้รัฐบาลซีเรียที่ใช้อาวุธเคมีที่เมืองข่าน ชีคคุน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียประเทศเมื่อวันที่4 เม.ย. โดยสังการชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 86 คน เเบ่งเป็นเด็ก 27 คน
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World