thansettakij
thansettakij
อเมซอนวางหมากร้านค้าปลีก เปิดศึกชิงเจ้าตลาดบริการสั่งซื้อสินค้าชำออนไลน์

อเมซอนวางหมากร้านค้าปลีก เปิดศึกชิงเจ้าตลาดบริการสั่งซื้อสินค้าชำออนไลน์

03 เม.ย. 60 | 13:00 น.
เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ “อเมซอน”เดินหน้ารุกธุรกิจค้าปลีกสินค้าชำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดทดลองร้านรับสินค้าชำที่สั่งซื้อออนไลน์ 2 แห่งในซีแอตเติล ท้าชนบริการของเชนร้านค้าปลีกอันดับ 1 อย่างวอลมาร์ต

การแข่งขันในตลาดขายสินค้าชำออนไลน์ในสหรัฐอเมริกามีความร้อนระอุขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากอเมซอนส่งสัญญาณชัดว่าต้องการเข้ามาชิงเค้กในตลาดแห่งนี้อย่างเต็มตัว นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดสินค้าชำออนไลน์นับเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงให้ผู้เล่นในธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเจาะเข้าไป และมีโอกาสกลายมาเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญสำหรับอเมซอนในอนาคต

บริษัทวิจัยฟู้ด มาร์เก็ตติ้ง อินสติทิวต์และนีลเซ็น คาดการณ์ว่าตลาดขายสินค้าชำออนไลน์ในสหรัฐฯ มีโอกาสเติบโตขึ้นได้ 5 เท่าตัวในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยชาวอเมริกันจะใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการสั่งซื้อสินค้าประเภทอาหารสดจากบ้านภายในปี 2568 หลังจากอเมซอนเปิดให้บริการจัดส่งสินค้าอาหารสดออนไลน์ที่ใช้ชื่อว่า อเมซอนเฟรช (AmazonFresh) และขยายออกสู่ 20 เมืองทั่วโลกในปัจจุบัน ล่าสุดอเมซอนเผยว่ากำลังทดลองร้านค้ารูปแบบใหม่ 2 แห่งในเมืองซีแอตเติล ใช้ชื่อว่า อเมซอนเฟรชพิคอัพ (AmazonFresh Pickup) ซึ่งจะเป็นจุดสำหรับรับสินค้าชำที่สั่งผ่านบริการอเมซอนเฟรช โดยหลังจากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์และนัดเวลาในการมารับสินค้าแล้ว เมื่อลูกค้าขับรถมาถึงที่ร้าน พนักงานของอเมซอนจะนำสินค้ามาส่งที่รถนับเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยจะไม่มีการทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ที่ร้านค้าดังกล่าว เนื่องจากการชำระเงินจะเกิดขึ้นผ่านแอพพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของอเมซอนตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้า

ร้านอเมซอนเฟรชพิคอัพ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการทดลองกับพนักงาน นับเป็นแผนการล่าสุดในรุกธุรกิจร้านค้าปลีกของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ที่หวังจะก้าวขึ้นมาชิงชัยในสนามแข่งขันค้าปลีกกับผู้นำอย่างวอลมาร์ต โดยเมื่อปีก่อนอเมซอนเปิดคอนเซ็ปต์ร้านสะดวกซื้อรูปแบบใหม่ อเมซอน โก (Amazon Go) ที่นำเทคโนโลยีลดขั้นตอนการต่อแถวที่แคชเชียร์มาใช้ อย่างไรก็ดี การเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับแก้เทคโนโลยี

ศักยภาพของตลาดสินค้าชำออนไลน์ทำให้เชนซูเปอร์มาร์เก็ตหลายรายของสหรัฐฯ เร่งเดินหน้าลงทุนและเปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายคลึงกันนี้ วอลมาร์ตเปิดให้บริการรับสินค้าแบบที่เรียกว่า คลิกแอนด์คอลเล็ก (Click and Collect) มาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว และรุกขยายบริการดังกล่าวตามร้านค้าของตนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 600 แห่งที่มีบริการดังกล่าว

ขณะที่เชนซูเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ อาทิ โครเกอร์ มีบริการรับสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ของตนเองเช่นกัน ส่วนเชนอื่นๆ ใช้บริการส่งสินค้าของบริษัทภายนอก เช่น อินสตาคาร์ทชิปต์ และอูเบอร์ ที่ต่างขยายความร่วมมือกับเชนค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าแม้จะลงแข่งขันช้า แต่อเมซอนมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เนื่องจากความนิยมของแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของอเมซอนที่มีฐานผู้ใช้ในสหรัฐฯ ประมาณ 30 ล้านคนต่อเดือน "เห็นชัดว่านี่เป็นกลยุทธ์ทางโมบาย โดยพุ่งเป้าหมายไปที่ลูกค้าอายุน้อย มีความมั่งคั่งในทรัพย์สิน ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้า 5 ปีจากนี้เราจะเห็นร้านของอเมซอนผุดขึ้นมาตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ" คูเปอร์สมิธ นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ แอล2 ให้ความเห็น

อเมซอนประสบความสำเร็จในการครอบครองตลาดอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ ด้วยรายได้ 1.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีและมีอัตราการเติบโตถึง 27% ซึ่งความสำเร็จในการรุกตลาดสินค้าประเภทอาหารสดให้สำเร็จจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้อเมซอนก้าวขึ้นไปท้าชิงความเป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกของโลกกับวอลมาร์ต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World