
จับตา 2 ปีอันตราย ทรัมป์ทำศก.ถดถอย
เศรษฐกิจสหรัฐฯมีความเสี่ยงที่จะขยับเข้าสู่ภาวะ “ถดถอย”ภายใน 2 ปีข้างหน้าภายใต้รัฐบาลทรัมป์ เหตุจากมาตรการการคลังที่เร่งเทงบกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่อาจจะโตได้จริง แต่ไม่ยั่งยืน
นายอดัม โพเซ็น ประธานสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เฟด) เปิดเผยว่า การใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับที่มากจนเกินไปตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวก็จริง แต่เป็นการขยายตัวที่ไม่ยั่งยืนเป็นเวลา 2 ปีหลังจากนั้นก็จะดิ่งลงสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ยังมองว่า เป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐฯต้องการผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวในอัตรา 3% หรือมากกว่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะบรรลุได้ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่งจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่อัตรา 0.5% และประสิทธิภาพการผลิตของภาคธุรกิจในปัจจุบันก็ขยายตัวที่อัตรา 1% เท่านั้น
นอกจากนี้แล้วยังมีตัวแปรอื่นๆที่เพิ่มน้ำหนักให้กับสมมติฐานดังกล่าว อาทิ มาตรการลดภาษีและผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมสถาบันการเงิน ซึ่งเหล่านี้ทำให้เชื่อว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯเข้าสู่วงจรที่เรียกว่า boom-bust cycle หรืออาจจะเรียกว่า “รุ่งแล้วร่วง” คล้ายๆฟองสบู่ที่พองตัวออกแล้วก็จะแตกในที่สุด
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า มาตรการผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมสถาบันการเงินแม้จะมีข้อดีและช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีแนวโน้มจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นเฟดก็จะเข้ามาควบคุมด้วยการประกาศขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเร็วๆนี้ก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกไปแล้ว 0.25% และมีแนวโน้มจะทยอยปรับขึ้นอีกหลายครั้งในปีนี้โดยปรับขึ้นทีละน้อย โพเซ็นซึ่งเป็นผู้บริหารเฟดสาขานิวยอร์กในช่วงทศวรรษ 1990 คาดการณ์ว่า ก่อนสิ้นปีนี้เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งและจะขึ้นอีกในปี 2561
มาตรการต่างๆที่ถูกระบุในนโยบายการคลังของทรัมป์ล้วนมีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวเร่งให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักเศรษฐศาสตร์มองว่ายิ่งใกล้วาระที่นางเจเน็ต เยลเลนจะพ้นจากตำแหน่งประธานเฟด ก็ยิ่งมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าคณะกรรมการเฟดชุดปัจจุบันจะเร่งดำเนินการใดๆก็ตามเพื่อควบคุมและสร้างสเถียรภาพให้กับสถานะทางการเงินและการคลังของสหรัฐฯ ก่อนที่ผู้บริหารชุดใหม่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อ ทั้งนี้ ในระยะ 10 เดือนข้างหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์จะแต่งตั้งสมาชิกบอร์ดผู้ว่าการเฟดจำนวน 5 คนจากที่มีทั้งหมด 7 คน และนั่นอาจจะทำให้เฟดต้องกลับมาสู่ยุคดอกเบี้ยต่ำอีกครั้งเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560
นายอดัม โพเซ็น ประธานสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เฟด) เปิดเผยว่า การใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับที่มากจนเกินไปตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวก็จริง แต่เป็นการขยายตัวที่ไม่ยั่งยืนเป็นเวลา 2 ปีหลังจากนั้นก็จะดิ่งลงสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ยังมองว่า เป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐฯต้องการผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวในอัตรา 3% หรือมากกว่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะบรรลุได้ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่งจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่อัตรา 0.5% และประสิทธิภาพการผลิตของภาคธุรกิจในปัจจุบันก็ขยายตัวที่อัตรา 1% เท่านั้น
นอกจากนี้แล้วยังมีตัวแปรอื่นๆที่เพิ่มน้ำหนักให้กับสมมติฐานดังกล่าว อาทิ มาตรการลดภาษีและผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมสถาบันการเงิน ซึ่งเหล่านี้ทำให้เชื่อว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯเข้าสู่วงจรที่เรียกว่า boom-bust cycle หรืออาจจะเรียกว่า “รุ่งแล้วร่วง” คล้ายๆฟองสบู่ที่พองตัวออกแล้วก็จะแตกในที่สุด
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า มาตรการผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมสถาบันการเงินแม้จะมีข้อดีและช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีแนวโน้มจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นเฟดก็จะเข้ามาควบคุมด้วยการประกาศขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเร็วๆนี้ก็ปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกไปแล้ว 0.25% และมีแนวโน้มจะทยอยปรับขึ้นอีกหลายครั้งในปีนี้โดยปรับขึ้นทีละน้อย โพเซ็นซึ่งเป็นผู้บริหารเฟดสาขานิวยอร์กในช่วงทศวรรษ 1990 คาดการณ์ว่า ก่อนสิ้นปีนี้เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งและจะขึ้นอีกในปี 2561
มาตรการต่างๆที่ถูกระบุในนโยบายการคลังของทรัมป์ล้วนมีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวเร่งให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักเศรษฐศาสตร์มองว่ายิ่งใกล้วาระที่นางเจเน็ต เยลเลนจะพ้นจากตำแหน่งประธานเฟด ก็ยิ่งมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าคณะกรรมการเฟดชุดปัจจุบันจะเร่งดำเนินการใดๆก็ตามเพื่อควบคุมและสร้างสเถียรภาพให้กับสถานะทางการเงินและการคลังของสหรัฐฯ ก่อนที่ผู้บริหารชุดใหม่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อ ทั้งนี้ ในระยะ 10 เดือนข้างหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์จะแต่งตั้งสมาชิกบอร์ดผู้ว่าการเฟดจำนวน 5 คนจากที่มีทั้งหมด 7 คน และนั่นอาจจะทำให้เฟดต้องกลับมาสู่ยุคดอกเบี้ยต่ำอีกครั้งเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,249 วันที่ 2 - 5 เมษายน พ.ศ. 2560






