thansettakij
thansettakij
‘เมียนมา’เพิ่มส่งออกประมง อ้อนรัฐต่อเรือ-ซื้อเครื่องจักร

‘เมียนมา’เพิ่มส่งออกประมง อ้อนรัฐต่อเรือ-ซื้อเครื่องจักร

08 มี.ค. 60 | 08:00 น.
หนังสือพิมพ์เมียนมาอีเลฟเว่น รายงานว่าสหพันธ์ประมงเมียนมา เสนอให้รัฐร่วมเอกชนเพิ่มการผลิตสินค้าประมงเพื่อการส่งออกตั้งเป้าทำเงินให้ประเทศ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ต่อปี เผยตลาดประเทศตะวันตกยังมีช่องว่างเหลือเฟือ

สหพันธ์ประมงเมียนมา เสนอรัฐเร่งเพิ่มการส่งออกสินค้าประมงหลังจากที่การส่งออกเริ่มฟื้นตัวในปีงบประมาณ 2558 และขยายตัวต่อเนื่องในปี 2559 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมปีนี้ โดยตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าประมงช่วงปีงบประมาณ 2555-7 ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 705.9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 25,412 ล้านบาท) ในปี 2554 เป็น 421.07 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15,158 ล้านบาท) ในปี 2557

ตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ ชี้ว่าการส่งออกสินค้าประมงในปี 2558 มีมูลค่าอยู่ที่ 469.52 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16,902 ล้านบาท) สูงกว่าปี 2557 และในปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะมีรายได้มากกว่าปี 2558 ซึ่งมีรายงานว่าตัวเลขล่าสุดรายงานเมื่อต้นเดือนมีนาคม (ยังไม่สิ้นปีงบประมาณ) อยู่ที่ 450 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.62 หมื่นล้านบาท)

นาย นิน อู (HninOo) รองประธานอาวุโสสหพันธ์ประมงเมียนมา กล่าวว่าประเทศเมียนมาสามารถเพิ่มการส่งออกสินค้าประมงได้อีก 1 เท่าตัวคิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 3 ปีข้างหน้า ถ้ารัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันเพิ่มผลผลิตและปรับปรุงคุณภาพสินค้า

นิน อู กล่าวว่า “ธุรกิจประมง มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานของชาติ เป็นธุรกิจระดับประเทศ ที่สามารถแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณได้ไม่ต่ำกว่า 25 % ในเวลาสั้นๆ”

เมียนมาอีเลฟเว่น ระบุว่าสินค้าประมงของเมียนมาส่งไปขายประเทศจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศอาเซียน ยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยนายนิน อู เชื่อว่าการส่งออกไปตลาดประเทศตะวันตกสามารถขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากขณะนี้ประเทศตะวันตกยกเลิกมาตรการการแซงก์ชันทางการค้าแล้วปัญหาจึงอยู่ที่คุณภาพสินค้าเท่านั้น

นายนิน อู ระบุว่าอุตสาหกรรมประมงได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแซงก์ชันของประเทศตะวันตก ในช่วงรัฐบาลทหาร แต่การส่งออกเริ่มดีขึ้นในรัฐบาลประธานาธิบดีเต็ง เส่งและขณะนี้เป็นรัฐบาลของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ที่ได้รับการยอมรับจากประเทศตะวันตก

นายหม่อง หม่อง ซอ (MaungMaungSoe) ประธานสหพันธ์ประมงเมียนมา เรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้มีการต่อเรือในประเทศและลดภาษีการนำเข้าเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสนับสนุนให้เช่าที่ดินสำหรับการสร้างห้องเย็นและอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มอาทิ โรงงานปลาแห้ง ลูกชิ้นปลา และปลากระป๋อง

นายถิ่น ไว (Tint Wai) ที่ปรึกษาสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตสินค้าประมง กล่าวว่าการสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปและส่งออกโดยภาครัฐ มีส่วนสำคัญในการทำให้ การเพิ่มการส่งออกให้เป็นไปตามเป้าหมายประสบผลสำเร็จ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World