
‘ทรัมป์’ย้ำนโยบายสร้างงาน ร้องสภาอนุมัติงบโครงสร้างพื้นฐานล้านล้านดอลลาร์
ทรัมป์แถลงต่อสภาคองเกรสย้ำนโยบายสร้างงานภายในประเทศ ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปฏิรูประบบภาษี เพิ่มงบประมาณด้านการทหาร และยกเลิกโอบามาแคร์ ท่ามกลางผู้ชมการถ่ายทอดสด 48 ล้านคนทั่วสหรัฐฯ
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงนโยบายต่อสภาร่วมของคองเกรสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยได้เน้นย้ำถึงความต้องการสร้างความเข็มแข็งของสหรัฐอเมริกาให้กลับคืนมาอีกครั้ง
นายทรัมป์กล่าวว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้ง บริษัทขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นฟอร์ดเฟียต-ไครส์เลอร์ เจเนอรัล มอเตอร์สซอฟต์แบงก์ สปรินต์ล็อกฮีด อินเทลวอลมาร์ต และอื่นๆ อีกมากมาย ได้ประกาศแผนการลงทุนเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และจะสร้างงานใหม่ในประเทศขึ้นอีกหลายหมื่นตำแหน่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกนโยบายลดจำนวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการจ้างงาน และประกาศถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จะทำให้การจ้างงานภายในประเทศลดลง
ทรัมป์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันชาวอเมริกัน 94 ล้านคนอยู่นอกระบบแรงงาน และสหรัฐฯ สูญเสียงานภาคการผลิตไปกว่า 1 ใน 4 นับตั้งแต่ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟต้า ได้รับการอนุมัติ และสูญเสียงานในโรงงาน 6 หมื่นตำแหน่งนับตั้งแต่จีนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกในปี 2544 ขณะที่สินค้าอเมริกันขาดดุลกับต่างชาติในปีที่ผ่านมาเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรสว่าจะต้องทำให้บริษัทต่างๆ ทำธุรกิจในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันจะทำการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ ลดภาษีให้บริษัทสามารถแข่งขันได้กับทุกคน ลดภาระภาษีของชนชั้นกลาง พร้อมกันนี้จะต้องเพิ่มการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศให้เป็นธรรมกับการที่บริษัทอเมริกันต้องจ่ายภาษีสินค้าส่งออกไปประเทศอื่นๆ ในระดับสูง
นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของการสร้างงานภายในประเทศจะต้องเริ่มจากการปกป้องแรงงานชาวอเมริกันด้วยการปฏิรูปกฎหมายคนต่างด้าว โดยเปลี่ยนจากการรับคนต่างด้าวที่มีทักษะการทำงานต่ำ มาเป็นระบบการรับคนต่างด้าวที่สามารถดูแลตัวเองทางการเงินได้เท่านั้นเหมือนเช่นที่หลายประเทศทำอยู่
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยสร้างงานใหม่ได้อีกหลายล้านตำแหน่ง ตลอดจนเรียกร้องให้คองเกรสยกเลิกกฎหมายโอบามาแคร์
ทรัมป์กล่าวอีกว่า ในร่างงบประมาณที่จะส่งให้สภาคองเกรสพิจารณานั้น จะมีการปรับเพิ่มงบประมาณด้านการทหารขึ้นอย่างมาก ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศ ในขณะที่สหรัฐฯ สนับสนุนนาโต้อย่างเต็มที่ แต่ก็หวังว่าหุ้นส่วนทางการทหารในภูมิภาคต่างๆ จะรับผิดชอบในด้านการเงินอย่างเป็นธรรม
ฟากของนักลงทุนเห็นพ้องต้องกันว่าการแถลงต่อคองเกรสของทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากนโยบายเดิมที่เคยประกาศออกมาแล้วทั้งหมด แต่ท่าทีของทรัมป์ในการแถลงครั้งนี้แสดงถึงภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ และมีความเป็นมิตรกว่าที่ผ่านมา ซึ่งท่าทีดังกล่าวสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ขณะเดียวกัน การแถลงนโยบายครั้งแรกของทรัมป์ถูกถ่ายทอดสดทั่วสหรัฐฯ ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ผ่านสถานีโทรทัศน์หลักทั้ง 4 เครือข่าย และสถานีข่าวเคเบิลรายใหญ่อีก 4 ช่องโดยข้อมูลจากนีลเส็นระบุว่า มีผู้ชมการถ่ายทอดสดครั้งนี้ 47.7 ล้านคน มากกว่าการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสครั้งสุดท้ายของนายบารัก โอบามา อยู่ 16.4 ล้านคน แต่ตํ่ากว่าการแถลงนโยบายต่อสภาครั้งแรกของนายโอบามาในปี 2552 ซึ่งมีผู้ชม 52.4 ล้านคน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงนโยบายต่อสภาร่วมของคองเกรสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยได้เน้นย้ำถึงความต้องการสร้างความเข็มแข็งของสหรัฐอเมริกาให้กลับคืนมาอีกครั้ง
นายทรัมป์กล่าวว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้ง บริษัทขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นฟอร์ดเฟียต-ไครส์เลอร์ เจเนอรัล มอเตอร์สซอฟต์แบงก์ สปรินต์ล็อกฮีด อินเทลวอลมาร์ต และอื่นๆ อีกมากมาย ได้ประกาศแผนการลงทุนเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และจะสร้างงานใหม่ในประเทศขึ้นอีกหลายหมื่นตำแหน่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกนโยบายลดจำนวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการจ้างงาน และประกาศถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จะทำให้การจ้างงานภายในประเทศลดลง
ทรัมป์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันชาวอเมริกัน 94 ล้านคนอยู่นอกระบบแรงงาน และสหรัฐฯ สูญเสียงานภาคการผลิตไปกว่า 1 ใน 4 นับตั้งแต่ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือนาฟต้า ได้รับการอนุมัติ และสูญเสียงานในโรงงาน 6 หมื่นตำแหน่งนับตั้งแต่จีนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกในปี 2544 ขณะที่สินค้าอเมริกันขาดดุลกับต่างชาติในปีที่ผ่านมาเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรสว่าจะต้องทำให้บริษัทต่างๆ ทำธุรกิจในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันจะทำการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ ลดภาษีให้บริษัทสามารถแข่งขันได้กับทุกคน ลดภาระภาษีของชนชั้นกลาง พร้อมกันนี้จะต้องเพิ่มการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศให้เป็นธรรมกับการที่บริษัทอเมริกันต้องจ่ายภาษีสินค้าส่งออกไปประเทศอื่นๆ ในระดับสูง
นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของการสร้างงานภายในประเทศจะต้องเริ่มจากการปกป้องแรงงานชาวอเมริกันด้วยการปฏิรูปกฎหมายคนต่างด้าว โดยเปลี่ยนจากการรับคนต่างด้าวที่มีทักษะการทำงานต่ำ มาเป็นระบบการรับคนต่างด้าวที่สามารถดูแลตัวเองทางการเงินได้เท่านั้นเหมือนเช่นที่หลายประเทศทำอยู่
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยสร้างงานใหม่ได้อีกหลายล้านตำแหน่ง ตลอดจนเรียกร้องให้คองเกรสยกเลิกกฎหมายโอบามาแคร์
ทรัมป์กล่าวอีกว่า ในร่างงบประมาณที่จะส่งให้สภาคองเกรสพิจารณานั้น จะมีการปรับเพิ่มงบประมาณด้านการทหารขึ้นอย่างมาก ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศ ในขณะที่สหรัฐฯ สนับสนุนนาโต้อย่างเต็มที่ แต่ก็หวังว่าหุ้นส่วนทางการทหารในภูมิภาคต่างๆ จะรับผิดชอบในด้านการเงินอย่างเป็นธรรม
ฟากของนักลงทุนเห็นพ้องต้องกันว่าการแถลงต่อคองเกรสของทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากนโยบายเดิมที่เคยประกาศออกมาแล้วทั้งหมด แต่ท่าทีของทรัมป์ในการแถลงครั้งนี้แสดงถึงภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ และมีความเป็นมิตรกว่าที่ผ่านมา ซึ่งท่าทีดังกล่าวสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ขณะเดียวกัน การแถลงนโยบายครั้งแรกของทรัมป์ถูกถ่ายทอดสดทั่วสหรัฐฯ ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ผ่านสถานีโทรทัศน์หลักทั้ง 4 เครือข่าย และสถานีข่าวเคเบิลรายใหญ่อีก 4 ช่องโดยข้อมูลจากนีลเส็นระบุว่า มีผู้ชมการถ่ายทอดสดครั้งนี้ 47.7 ล้านคน มากกว่าการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสครั้งสุดท้ายของนายบารัก โอบามา อยู่ 16.4 ล้านคน แต่ตํ่ากว่าการแถลงนโยบายต่อสภาครั้งแรกของนายโอบามาในปี 2552 ซึ่งมีผู้ชม 52.4 ล้านคน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560






