
คาดเศรษฐกิจปี60ผู้ดีโต1.1% หอการค้าอังกฤษห่วงเงินเฟ้อ
หอการค้าอังกฤษปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอังกฤษขึ้น โดยคาดว่าจะขยายจากเดิม 1.0% เป็น 1.1% ในปี 2560 และ 1.4% ในปี 2561 แต่ยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อและผลกระทบจากเบร็กซิท
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หอการค้าอังกฤษ (บีซีซี) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอังกฤษขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.0% เป็น 1.1% ในปี 2560 และ 1.4% ในปี 2561 หลังเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าดีกว่าที่คาดการณ์ แม้ได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษลงมติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี การเติบโตในระดับดังกล่าวยังเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีที่อ่อนแอที่สุดของอังกฤษ นับตั้งแต่อังกฤษประสบวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551
ขณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หอการค้าอังกฤษได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอังกฤษขึ้นในปี 2559 จากเดิม 1.8% เป็น 2.1% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ 0.5% ในไตรมาส 3 ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านรายงานจากบริษัท บีดีโอ จำกัด ผู้ให้บริการด้านบัญชีและสอบบัญชี ระบุว่า ผลประกอบการทางธุรกิจของบริษัทในอังกฤษปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนหลังจากที่ลดลงมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 17 เดือน โดยในเวลานี้เศรษฐกิจเดินหน้าอย่างมีเสถียรภาพในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการทำประชามติ อย่างไรก็ดี บีดีโอกล่าวว่า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าบรรยากาศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอังกฤษจะไม่ราบรื่นนักในปี 2560
นายอดัม มาร์แชล ผู้อำนวยการทั่วไปของหอการค้าอังกฤษ กล่าวว่า ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปตามปกติหลังจากการออกเสียงประชามติอียู แต่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงที่อ่อนค่าลง โดยนับตั้งแต่การทำประชามติ เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาแล้วถึง 15% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอ่อนค่าลง 10% เมื่อเทียบกับเงินยูโร
หอการค้าอังกฤษคาดว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน ขณะที่การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อและการชะลอตัวลงของตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยยับยั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภค
นายมาร์แชล กล่าวเสริมว่า การที่ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษอ่อนค่าลงและสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วสหราชอาณาจักร แต่มองว่าจะไม่ถึงขั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรืออัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
นายมาร์แชลเรียกร้องให้รัฐบาลทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยให้บริษัทของอังกฤษก้าวพ้นจากความเสี่ยง โดยควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับสถานะในอนาคตของกลุ่มแรงงานของสหภาพยุโรปที่มีอยู่ให้เร็วที่สุด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หอการค้าอังกฤษ (บีซีซี) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอังกฤษขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.0% เป็น 1.1% ในปี 2560 และ 1.4% ในปี 2561 หลังเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าดีกว่าที่คาดการณ์ แม้ได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษลงมติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี การเติบโตในระดับดังกล่าวยังเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อปีที่อ่อนแอที่สุดของอังกฤษ นับตั้งแต่อังกฤษประสบวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551
ขณะเดียวกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หอการค้าอังกฤษได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอังกฤษขึ้นในปี 2559 จากเดิม 1.8% เป็น 2.1% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ 0.5% ในไตรมาส 3 ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านรายงานจากบริษัท บีดีโอ จำกัด ผู้ให้บริการด้านบัญชีและสอบบัญชี ระบุว่า ผลประกอบการทางธุรกิจของบริษัทในอังกฤษปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนหลังจากที่ลดลงมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 17 เดือน โดยในเวลานี้เศรษฐกิจเดินหน้าอย่างมีเสถียรภาพในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการทำประชามติ อย่างไรก็ดี บีดีโอกล่าวว่า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าบรรยากาศทางเศรษฐกิจและธุรกิจอังกฤษจะไม่ราบรื่นนักในปี 2560
นายอดัม มาร์แชล ผู้อำนวยการทั่วไปของหอการค้าอังกฤษ กล่าวว่า ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปตามปกติหลังจากการออกเสียงประชามติอียู แต่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงที่อ่อนค่าลง โดยนับตั้งแต่การทำประชามติ เงินปอนด์อ่อนค่าลงมาแล้วถึง 15% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอ่อนค่าลง 10% เมื่อเทียบกับเงินยูโร
หอการค้าอังกฤษคาดว่า ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน ขณะที่การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อและการชะลอตัวลงของตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยยับยั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภค
นายมาร์แชล กล่าวเสริมว่า การที่ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษอ่อนค่าลงและสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วสหราชอาณาจักร แต่มองว่าจะไม่ถึงขั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรืออัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
นายมาร์แชลเรียกร้องให้รัฐบาลทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยให้บริษัทของอังกฤษก้าวพ้นจากความเสี่ยง โดยควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับสถานะในอนาคตของกลุ่มแรงงานของสหภาพยุโรปที่มีอยู่ให้เร็วที่สุด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559






