thansettakij
thansettakij
‘สามเหลี่ยมปากแม่นํ้าโขง’ โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในเวียดนาม

‘สามเหลี่ยมปากแม่นํ้าโขง’ โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในเวียดนาม

10 ธ.ค. 59 | 01:00 น.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับการจับตามองจากนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นตลาดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีนที่มีเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังเกิดการหลั่งไหลของการเข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญต่าง ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อาหารแปรรูป สิ่งทอ เกษตรกรรม และยางรถยนต์

อีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่รัฐบาลเวียดนามพยายามเร่งส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติคือ “จังหวัดบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง” หรือ “Mekong Delta”ซึ่งถือเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม โดยรัฐบาลเวียดนามมุ่งหวังที่จะเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นตัวช่วยในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจำนวนผลผลิตของสินค้าเกษตรที่เพาะปลูกในพื้นที่

จังหวัดบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงครอบคลุม 13 จังหวัดในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงทางภาคใต้ของเวียดนาม เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเนื่องจากยังมีปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศน้อยกว่าบริเวณอื่นๆผนวกกับศักยภาพทางการผลิตสูง แรงงานคุณภาพในพื้นที่และค่าจ้างแรงงานในระดับต่ำโดยเปรียบเทียบ การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบทางด้านการเกษตร รวมทั้งความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งที่มีเส้นทางหลักเชื่อมโยงพื้นที่Mekong Delta สู่นครโฮจิมินห์ซึ่งถือเป็นตลาดหลักสำหรับสินค้าภายในประเทศ ขณะเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนโดยหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นที่ตั้งเป้าให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางของธุรกิจเริ่มต้น (Startup) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหารและเครื่องสำอาง ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอีกด้วย

ช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา จังหวัดบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงสามารถดึงดูดการลงทุนต่างชาติ (FDI) โดยเฉพาะด้านการเกษตรได้จำนวน 50 โครงการ มูลค่ารวม 209 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 7,460 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศรวมทุกภาคอุตสาหกรรมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 57,120 ล้านบาท นับเป็น 10% ของการลงทุนจากต่างประเทศของเวียดนาม

ปัจจุบันภาคเอกชนไทยลงทุนในเวียดนามมากเป็นอันดับที่ 11 ของนักลงทุนต่างชาติ โดยมีการลงทุนในกลุ่มจังหวัดบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมากในหลายสาขา โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและประมงที่ใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบในพื้นที่ อาทิ การทำน้ำมะพร้าวและกะทิ การทำฟาร์มกุ้งและฟาร์มปลา โดยในระยะหลังภาคเอกชนไทยขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและประมงที่ไทยเองมีความเชี่ยวชาญ ในบริเวณภาคกลางตอนกลาง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และสมุทรปราการ ยังสนใจเดินทางไปหาพันธมิตรทางธุรกิจในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมากขึ้น เพื่อหาวัตถุดิบทางการเกษตรนำกลับมาแปรรูปที่ไทยแต่ยังไม่มีแนวคิดตั้งโรงงานในบริเวณพื้นที่

นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยในธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่จะเริ่มศึกษาโอกาสทางการลงทุนในพื้นที่นี้ หลังจากที่มีบริษัทเอกชนใหญ่ของไทยอย่าง CP และ CJ กลุ่มบริษัทผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตรรายใหญ่ของเกาหลีใต้ นำร่องขยายการลงทุนในส่วนของฟาร์มไก่ในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามแล้ว ซึ่งมีแนวโน้มมูลค่าการลงทุนสูงแซงบริษัท Emivest ของอินโดนีเซีย และบริษัท Japfaของมาเลเซีย ผู้ประกอบธุรกิจทางด้านฟาร์มไก่ ที่ปัจจุบันมีปริมาณการลงทุนเป็นอับดับ 2 และ 3 ตามลำดับในตลาดเวียดนามรองจากบริษัท CP จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะได้สำรวจลู่ทางจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแนวทางในการขยายการค้าการลงทุนในอนาคต

พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 8 - 10 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World