thansettakij
thansettakij
สแน็ปแชตยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ มาร์เก็ตแค็ป2.5หมื่นล.ดอลล์

สแน็ปแชตยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ มาร์เก็ตแค็ป2.5หมื่นล.ดอลล์

22 พ.ย. 59 | 06:00 น.
แอพพลิเคชัน "สแน็ปแชต" ยื่นเอกสารขอเปิดขายหุ้นไอพีโอ คาดมูลค่าอาจสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้กลายมาเป็นการเปิดขายหุ้นไอพีโอของบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่อาลีบาบา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท สแน็ปฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอพพลิเคชันยอดนิยม สแน็ปแชต (Snapchat) ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นความลับเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อขอเสนอขายหุ้นใหม่ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หรือไอพีโอ โดยเป็นที่คาดหมายว่าการขายหุ้นของสแน็ปจะเกิดขึ้นได้อย่างเร็วในเดือนมีนาคมปีหน้า

ทั้งนี้ มูลค่าของสแน็ปในการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรกได้รับการคาดหมายว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 2-2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถ้าเป็นไปตามมูลค่าดังกล่าว จะทำให้สแน็ปเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในเวลาที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ รองจากอาลีบาบาที่เข้าสู่ตลาดด้วยมูลค่า 1.68 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 และเฟซบุ๊กที่เข้าสู่ตลาดด้วยมูลค่าประมาณ 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2555

การยื่นขอเปิดขายหุ้นของสแน็ปจะเข้ามาช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดไอพีโอที่ในปีนี้ค่อนข้างซบเซา โดยข้อมูลจากดีลลอจิกระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปี มีบริษัทเพียง 103 รายที่ยื่นขอเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ระดมเงินทุนได้ 2.18 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผู้เข้ามาขอเสนอขายหุ้น 165 ราย ระดมเงินทุนได้ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สแน็ปจะเป็นบริษัทที่เรียกกันว่า "ยูนิคอร์น" หรือบริษัทเทคโนโลยีเอกชนชั้นนำของซิลิคอนวัลเลย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดที่เข้ามาทดสอบความต้องการของนักลงทุนในตลาด โดยปัจจุบันยังไม่มีบริษัทในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย อูเบอร์ เทคโนโลยี และแอร์บีเอ็นบี เข้ามาเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการในปี 2555 สแน็ปแชตได้กลายมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในแวดวงเทคโนโลยี โดยเติบโตจากการเป็นแอพพลิเคชันสำหรับส่งข้อความและรูปภาพที่จะหายไปในเวลาไม่กี่วินาที กลายมาเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอดิจิตอลที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สแน็ปแชตพัฒนาฟีเจอร์ที่เรียกว่า สตอรีส์ (Stories) ให้ผู้ใช้อัพโหลดรูปภาพและวิดีโอสำหรับแชร์กับผู้ติดตาม จากนั้นความนิยมของแอพพลิเคชันดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ เลนส์ (Lenses) ซึ่งผู้ใช้สามารถเปลี่ยนรูปภาพของตนเองเป็นลูกเล่นต่างๆ

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอพพลิเคชันสแน็ปแชตกว่า 100 ล้านคน ซึ่ง 60% ของผู้ใช้อยู่ในช่วงอายุ 13-24 ปี ทำให้สแน็ปแชตได้รับความสนใจจากนักการตลาดในฐานะสื่อสำหรับเจาะเข้าถึงผู้บริโภคในกลุ่มมิลเลนเนียล

รายได้หลักของสแน็ปมาจากการขายโฆษณา ซึ่งสแน็ปแชตแทรกไว้ระหว่างโพสต์ในสตอรีส์ นอกจากนี้นักการตลาดยังสามารถซื้อฟีเจอร์ที่เรียกว่า จีโอฟิลเตอร์ (geofilter) รวมถึงเลนส์เพื่อโฆษณาสินค้าและบริการของตนเองได้อีกด้วย โดยหลังจากสแน็ปเริ่มเปิดขายโฆษณาในปี 2557 รายได้ของบริษัทก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดสแน็ปคาดหมายว่าจะสามารถทำรายได้ได้ระหว่าง 250-350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2559 และเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World