
จีนผ่านกฎหมายคุมเข้มไซเบอร์ ธุรกิจต่างชาติโวยเพิ่มอุปสรรค
จีนผ่านกฎหมายควบคุมความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากกลุ่มธุรกิจต่างชาติที่เตือนว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้จีนถูกปิดกั้นทางเทคโนโลยีจากประเทศอื่นๆ ในโลก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตในสัปดาห์นี้ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนปีหน้า โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นกฎหมายที่กลุ่มธุรกิจต่างชาติพยายามเรียกร้องให้ทางการจีนปรับแก้ เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจของบริษัทต่างชาติ แต่ท้ายที่สุดจีนก็รับรองกฎหมายฉบับดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ทางการจีนกล่าวว่า กฎหมายความมั่นคงทางอินเตอร์เน็ตที่ออกมาจะช่วยหยุดยั้งการโจมตีทางอินเตอร์เน็ต และป้องกันการก่อการร้าย ขณะที่ฝ่ายที่คัดค้านกกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวจะยิ่งลดทอนอิสระในการใช้อินเตอร์เน็ต ด้านกลุ่มธุรกิจเป็นกังวลว่า ข้อกำหนดบางประการในกฎหมาย อาทิ การกำหนดให้มีการตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญโดยฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการบังคับให้มีการเก็บข้อมูลภายในประเทศจีน จะทำให้การดำเนินธุรกิจในจีนมีต้นทุนสูงขึ้น หรือไม่สามารถดำเนินการได้เลย
นายจิม ซิมเมอร์แมน ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน กล่าวว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการก้าวถอยหลังทางนวัตกรรม เนื่องจากจำกัดการเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามประเทศ และดูเหมือนว่าจะเป็นการเน้นย้ำถึงการกีดกันทางการค้ามากกว่าความมั่นคงปลอดภัย “กฎหมายนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์ด้านความมั่นคง แต่จะสร้างกำแพงให้กับบริษัททั้งสัญชาติจีนและต่างประเทศในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการแชร์ข้อมูลระหว่างประเทศ”
นอกจากนี้ นายซิมเมอร์แมนกล่าวเตือนว่า การสร้างข้อจำกัดเหล่านี้ขึ้นมายิ่งเสี่ยงที่จะทำให้จีนถูกปิดกั้นทางเทคโนโลยีจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี นายเจา ซีเหลียง จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์แห่งประเทศจีน ยืนยันว่า “เราไม่ได้ตั้งกำแพงการค้ากับผลิตภัณฑ์อินเตอร์เน็ตจากต่างประเทศ หรือจำกัดเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ไม่ให้เข้ามายังประเทศจีน” โดยเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้คือรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ความมั่นคงของชาติ และปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ
นายเจากล่าวต่อไปว่า กฎหมายนี้ในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่การป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตเก็บข้อมูลของผู้ใช้โดยผิดกฎหมาย หรือควบคุมอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการควบคุมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและการทำกำไรโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า กฎหมายอินเตอร์เน็ตฉบับล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้บังคับใช้กฎหมายจะตีความออกมาอย่างไร ขณะเดียวกันผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะมีไม่มากนัก เนื่องจากกฎส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้มีระบุเป็นลายลักษณ์อักษรทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
“กฎหมายทั้งหมดในจีนประกอบด้วยคำจำกัดความที่คลุมเครือ ดังนั้นผู้บังคับใช้กฎหมายมีช่องว่างและความยืดหยุ่นอย่างมากในการตีความและบังคับใช้” นายเจมส์ แมคเกรเกอร์ ประธานบริษัทที่ปรึกษา แอพโก้ เวิลด์ไวด์ ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีหลายราย ให้ความเห็น
ทั้งนี้ กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตของจีนสร้างความกังวลให้กับกลุ่มธุรกิจต่างชาติมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นังตั้งแต่เริ่มมีการร่างกฎหมายออกมา และเมื่อเดือนสิงหาคม กลุ่มธุรกิจ 40 กลุ่มทั่วโลกได้ทำจดหมายแสดงความกังวลต่อกฎหมายดังกล่าวถึงนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐสภาจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตในสัปดาห์นี้ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนปีหน้า โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นกฎหมายที่กลุ่มธุรกิจต่างชาติพยายามเรียกร้องให้ทางการจีนปรับแก้ เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกิจของบริษัทต่างชาติ แต่ท้ายที่สุดจีนก็รับรองกฎหมายฉบับดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ทางการจีนกล่าวว่า กฎหมายความมั่นคงทางอินเตอร์เน็ตที่ออกมาจะช่วยหยุดยั้งการโจมตีทางอินเตอร์เน็ต และป้องกันการก่อการร้าย ขณะที่ฝ่ายที่คัดค้านกกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวจะยิ่งลดทอนอิสระในการใช้อินเตอร์เน็ต ด้านกลุ่มธุรกิจเป็นกังวลว่า ข้อกำหนดบางประการในกฎหมาย อาทิ การกำหนดให้มีการตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญโดยฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการบังคับให้มีการเก็บข้อมูลภายในประเทศจีน จะทำให้การดำเนินธุรกิจในจีนมีต้นทุนสูงขึ้น หรือไม่สามารถดำเนินการได้เลย
นายจิม ซิมเมอร์แมน ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน กล่าวว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นการก้าวถอยหลังทางนวัตกรรม เนื่องจากจำกัดการเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามประเทศ และดูเหมือนว่าจะเป็นการเน้นย้ำถึงการกีดกันทางการค้ามากกว่าความมั่นคงปลอดภัย “กฎหมายนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์ด้านความมั่นคง แต่จะสร้างกำแพงให้กับบริษัททั้งสัญชาติจีนและต่างประเทศในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการแชร์ข้อมูลระหว่างประเทศ”
นอกจากนี้ นายซิมเมอร์แมนกล่าวเตือนว่า การสร้างข้อจำกัดเหล่านี้ขึ้นมายิ่งเสี่ยงที่จะทำให้จีนถูกปิดกั้นทางเทคโนโลยีจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี นายเจา ซีเหลียง จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์แห่งประเทศจีน ยืนยันว่า “เราไม่ได้ตั้งกำแพงการค้ากับผลิตภัณฑ์อินเตอร์เน็ตจากต่างประเทศ หรือจำกัดเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ไม่ให้เข้ามายังประเทศจีน” โดยเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้คือรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ความมั่นคงของชาติ และปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ
นายเจากล่าวต่อไปว่า กฎหมายนี้ในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่การป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตเก็บข้อมูลของผู้ใช้โดยผิดกฎหมาย หรือควบคุมอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการควบคุมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและการทำกำไรโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า กฎหมายอินเตอร์เน็ตฉบับล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้บังคับใช้กฎหมายจะตีความออกมาอย่างไร ขณะเดียวกันผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะมีไม่มากนัก เนื่องจากกฎส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้มีระบุเป็นลายลักษณ์อักษรทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
“กฎหมายทั้งหมดในจีนประกอบด้วยคำจำกัดความที่คลุมเครือ ดังนั้นผู้บังคับใช้กฎหมายมีช่องว่างและความยืดหยุ่นอย่างมากในการตีความและบังคับใช้” นายเจมส์ แมคเกรเกอร์ ประธานบริษัทที่ปรึกษา แอพโก้ เวิลด์ไวด์ ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีหลายราย ให้ความเห็น
ทั้งนี้ กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตของจีนสร้างความกังวลให้กับกลุ่มธุรกิจต่างชาติมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นังตั้งแต่เริ่มมีการร่างกฎหมายออกมา และเมื่อเดือนสิงหาคม กลุ่มธุรกิจ 40 กลุ่มทั่วโลกได้ทำจดหมายแสดงความกังวลต่อกฎหมายดังกล่าวถึงนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559






