
อาดิดาสจ่อปรับโครงสร้างรีบอค ฟื้นแบรนด์หลัก-รุกขายออนไลน์
ผู้บริหารใหม่ของอาดิดาสประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจแบรนด์รีบ็อกที่ผลงานไม่เข้าเป้า และหันมาเน้นฟื้นธุรกิจแบรนด์หลักอาดิดาสในตลาดอเมริกาเหนือเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่างไนกี้
นายแคสเปอร์ รอร์สเตด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของอาดิดาส ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนตุลาคม เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจแบรนด์สินค้ากีฬารีบ็อก ที่อาดิดาสซื้อมาเมื่อปี 2548 เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายในตลาดสหรัฐฯ โดยจะประกอบด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่ ปรับลดจำนวนพนักงาน และลดจำนวนร้านค้าปลีก รอร์สเตดกล่าวว่า ในขณะที่ผลประกอบการของรีบ็อกมีพัฒนาการดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับสถานการณ์ตามความเป็นจริง
“รีบ็อกมีการเติบโต แต่เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอาดิดาสและคู่แข่งรายอื่นๆ อยู่มาก ธุรกิจของรีบ็อกในตลาดบ้านเกิดอย่างอเมริกาเหนือไม่เติบโตมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตรากำไรของรีบ็อกอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม” รอร์สเตดกล่าว
ธุรกิจของรีบ็อกรวมถึงธุรกิจอุปกรณ์กีฬากอล์ฟแบรนด์เทย์เลอร์เมดฉุดรั้งการเติบโตของอาดิดาสมาเป็นเวลานาน ในขณะที่แบรนด์อาดิดาสเองสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง โดยในไตรมาสที่ผ่านมายอดขายสินค้าแบรนด์อาดิดาสเติบโตขึ้น 20% เมื่อคำนวณโดยไม่คิดผลของความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สูงกว่าการเติบโตของรีบ็อกที่อยู่ในระดับ 7%
แผนของรอร์สเตดในการปรับโครงสร้างรีบ็อกประกอบด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่จากเมืองแคนตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ มาที่เมืองบอสตันในรัฐเดียวกันในปีหบ้า โดยพนักงานของรีบ็อกจำนวน 650 คนที่เมืองแคนตันจะถูกย้ายไปยังสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ขณะที่พนักงานอีก 150 คนจะถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ รอร์สเตดจะเร่งแผนการลดจำนวนร้านค้าปลีกของรีบ็อก และหันมาเน้นที่การเพิ่มยอดขายผ่านหุ้นส่วนที่เป็นร้านค้าส่งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ร้านค้าเอาต์เล็ตของรีบ็อกในสหรัฐฯ ลดจำนวนลงครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้อาดิดาสกล่าวว่า แผนการปรับโครงสร้างธุรกิจรีบ็อกจะทำให้อาดิดาสมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ล้านยูโร ขณะที่การขายธุรกิจกอล์ฟของอาดิดาสคาดว่าจะเป็นการขายแบบขาดทุน ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในไตรมาส 4 ของปีนี้
นักลงทุนบางรายได้เสนอแนะให้อาดิดาสพิจารณาขายรีบ็อกออกไปเพื่อเพิ่มอัตรากำไรของบริษัท อย่างไรก็ดี รอร์สเตดปฏิเสธที่จะกล่าวถึงอนาคตของรีบ็อกนอกเหนือไปจากการปรับโครงสร้าง แต่กล่าวว่าธุรกิจทุกส่วนของบริษัทมีความสำคัญต่อความสำเร็จของอาดิดาส
รอร์สเตดกล่าวว่า ภารกิจหลักของตนในช่วงต้นคือเดินหน้าพลิกฟื้นธุรกิจอาดิดาสในตลาดอเมริกาเหนือต่อไป และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับธุรกิจออนไลน์ โดยวางแผนที่จะเปิดเผยรายละเอียดของยุทธศาสตร์พร้อมกับการรายงานผลประกอบการตลอดทั้งปี 2559 ในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า
อาดิดาสรายงานรายได้ของทั้งกลุ่มในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 14% เป็น 5.4 พันล้านยูโร ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% เป็น 387 ล้านยูโร ขณะที่ยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 20% เป็น 927 ล้านยูโร ลดลงจากไตรมาส 2 ที่ยอดขายในตลาดดังกล่าวเติบโตขึ้น 26% ขณะที่คู่แข่งสำคัญของอาดิดาสทั้งไนกี้และอันเดอร์ อาร์เมอร์ ต่างรายงานยอดขายที่ชะลอตัวลงในภูมิภาคแห่งนี้
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยเอ็นพีดีระบุว่า อาดิดาสชิงส่วนแบ่งตลาดรองเท้ากีฬาในสหรัฐฯ มาได้เพิ่มขึ้นเป็น 9% ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ขณะที่ไนกี้ลดลงเล็กน้อยแต่ยังนำอยู่มากที่ส่วนแบ่งตลาด 52%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559
นายแคสเปอร์ รอร์สเตด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของอาดิดาส ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนตุลาคม เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจแบรนด์สินค้ากีฬารีบ็อก ที่อาดิดาสซื้อมาเมื่อปี 2548 เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายในตลาดสหรัฐฯ โดยจะประกอบด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่ ปรับลดจำนวนพนักงาน และลดจำนวนร้านค้าปลีก รอร์สเตดกล่าวว่า ในขณะที่ผลประกอบการของรีบ็อกมีพัฒนาการดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับสถานการณ์ตามความเป็นจริง
“รีบ็อกมีการเติบโต แต่เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอาดิดาสและคู่แข่งรายอื่นๆ อยู่มาก ธุรกิจของรีบ็อกในตลาดบ้านเกิดอย่างอเมริกาเหนือไม่เติบโตมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตรากำไรของรีบ็อกอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม” รอร์สเตดกล่าว
ธุรกิจของรีบ็อกรวมถึงธุรกิจอุปกรณ์กีฬากอล์ฟแบรนด์เทย์เลอร์เมดฉุดรั้งการเติบโตของอาดิดาสมาเป็นเวลานาน ในขณะที่แบรนด์อาดิดาสเองสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง โดยในไตรมาสที่ผ่านมายอดขายสินค้าแบรนด์อาดิดาสเติบโตขึ้น 20% เมื่อคำนวณโดยไม่คิดผลของความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สูงกว่าการเติบโตของรีบ็อกที่อยู่ในระดับ 7%
แผนของรอร์สเตดในการปรับโครงสร้างรีบ็อกประกอบด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่จากเมืองแคนตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ มาที่เมืองบอสตันในรัฐเดียวกันในปีหบ้า โดยพนักงานของรีบ็อกจำนวน 650 คนที่เมืองแคนตันจะถูกย้ายไปยังสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ขณะที่พนักงานอีก 150 คนจะถูกเลิกจ้าง นอกจากนี้ รอร์สเตดจะเร่งแผนการลดจำนวนร้านค้าปลีกของรีบ็อก และหันมาเน้นที่การเพิ่มยอดขายผ่านหุ้นส่วนที่เป็นร้านค้าส่งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ร้านค้าเอาต์เล็ตของรีบ็อกในสหรัฐฯ ลดจำนวนลงครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้อาดิดาสกล่าวว่า แผนการปรับโครงสร้างธุรกิจรีบ็อกจะทำให้อาดิดาสมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30 ล้านยูโร ขณะที่การขายธุรกิจกอล์ฟของอาดิดาสคาดว่าจะเป็นการขายแบบขาดทุน ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในไตรมาส 4 ของปีนี้
นักลงทุนบางรายได้เสนอแนะให้อาดิดาสพิจารณาขายรีบ็อกออกไปเพื่อเพิ่มอัตรากำไรของบริษัท อย่างไรก็ดี รอร์สเตดปฏิเสธที่จะกล่าวถึงอนาคตของรีบ็อกนอกเหนือไปจากการปรับโครงสร้าง แต่กล่าวว่าธุรกิจทุกส่วนของบริษัทมีความสำคัญต่อความสำเร็จของอาดิดาส
รอร์สเตดกล่าวว่า ภารกิจหลักของตนในช่วงต้นคือเดินหน้าพลิกฟื้นธุรกิจอาดิดาสในตลาดอเมริกาเหนือต่อไป และเพิ่มความเข้มแข็งให้กับธุรกิจออนไลน์ โดยวางแผนที่จะเปิดเผยรายละเอียดของยุทธศาสตร์พร้อมกับการรายงานผลประกอบการตลอดทั้งปี 2559 ในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า
อาดิดาสรายงานรายได้ของทั้งกลุ่มในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 14% เป็น 5.4 พันล้านยูโร ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% เป็น 387 ล้านยูโร ขณะที่ยอดขายในตลาดอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 20% เป็น 927 ล้านยูโร ลดลงจากไตรมาส 2 ที่ยอดขายในตลาดดังกล่าวเติบโตขึ้น 26% ขณะที่คู่แข่งสำคัญของอาดิดาสทั้งไนกี้และอันเดอร์ อาร์เมอร์ ต่างรายงานยอดขายที่ชะลอตัวลงในภูมิภาคแห่งนี้
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยเอ็นพีดีระบุว่า อาดิดาสชิงส่วนแบ่งตลาดรองเท้ากีฬาในสหรัฐฯ มาได้เพิ่มขึ้นเป็น 9% ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ขณะที่ไนกี้ลดลงเล็กน้อยแต่ยังนำอยู่มากที่ส่วนแบ่งตลาด 52%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,208 วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2559






