
โฆษณาโมบายมะกันพุ่ง89% รับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากเดสก์ท็อปสู่สมาร์ทโฟน
การใช้จ่ายสำหรับโฆษณาผ่านสื่อโมบายในสหรัฐฯ ทะยานขึ้นถึง 89% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีเป็น 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอุปกรณ์หลักที่ผู้บริโภคใช้แทนที่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป
รายงานฉบับล่าสุดจากสมาคมโฆษณาอินเตอร์แอคทีฟ (ไอเอบี) ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาพีดับเบิลยูซี ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 การใช้จ่ายสำหรับโฆษณาออนไลน์ทั้งหมดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 3.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการเติบโตของโฆษณาออนไลน์บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะก้าวแซงหน้าโฆษณาทางโทรทัศน์ขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดโฆษณาทั้งหมดได้ภายในปีหน้า
การเติบโตที่แข็งแกร่งของโฆษณาออนไลน์มีปัจจัยสำคัญมาจากโฆษณาทางโมบายที่เติบโตมากถึง 89% ในช่วงครึ่งปีแรก เป็น 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สรัฐฯ ทำให้ในเวลานี้โฆษณาโมบายคิดเป็นสัดส่วน 47% ของการใช้จ่ายผ่านโฆษณาออนไลน์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อปีก่อน และทิ้งห่างโฆษณาแบนเนอร์ที่มีสัดส่วน 19%
“โมบายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหญ่ต่อรายได้โฆษณาดิจิตอลทั้งหมด เดสก์ท้อปปรับตัวลดลงไปและมีโมบายเข้ามาชิงส่วนแบ่งไปแทน” เดวิด โดตี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของไอเอบีกล่าว และเสริมว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ารูปแบบการใช้จ่ายของนักการตลาด แต่เวลานี้เรามองเห็นว่านักการตลาดเริ่มไล่ตามมาแล้ว”
การที่เม็ดเงินโฆษณาหลั่งไหลเข้าสู่สื่อโมบายเป็นผลมาจากการที่สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลักที่ชาวอเมริกันใช้รับสื่อดิจิตอลแทนที่คอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท้อป ข้อมูลจากบริษัทวิจัยอีมาร์เก็ตเตอร์ระบุว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ชาวอเมริกันใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันกับอุปกรณ์โมบาย เทียบกับการใช้เวลา 2 ชั่วโมง 11 นาทีบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปและแล้ปท้อป
ทั้งนี้ การใช้จ่ายกับโฆษณาบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปลดลง 10% ในช่วง 6 เดือนแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดีวกันของปีก่อน โดยโฆษณาประเภทริชมีเดีย หรือโฆษณาที่ผสมฟีเจอร์จำพวกวีดีโอ คลิปเสียง หรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่โน้มน้าวให้เกิดการตอบสนองจากผู้บริโภค ลดลง 20% ส่วนการใช้จ่ายเพื่อเป็นสปอนเซอร์ให้กับเว็บไซต์ลดลง 47% โฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นลดลง 12% และโฆษณาวีดีโอบนเดสก์ท้อปเติบโต 13%
ขณะเดียวกันการใช้จ่ายสำหรับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น 57% เป็น 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการใช้จ่ายกับวีดีโอโฆษณาทางโมบายเพิ่มขึ้น 178% เป็น 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ “การเติบโตของโฆษณาออนไลน์เกิดขึ้นในเวลาที่สื่อดั้งเดิมไม่สามารถยึดครองส่วนแบ่งผู้ชมเอาไว้ได้ โดยมีโซเชียลมีเดียเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้น” เดวิด ซิลเวอร์แมน ผู้บริหารของพีดับเบิลยูซี กล่าว
การใช้จ่ายสำหรับโฆษณาที่ไม่ใช่รูปแบบดิจิตอล ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และนิตยสาร ลดลง 1% เหลือ 5.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี โดยหนังสือพิมพ์ลดลงหนักที่สุดถึง 10%
กูเกิลและเฟซบุ๊กอาศัยการเติบโตของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟน ดึงเม็ดเงินโฆษณาดิจิตอลส่วนใหญ่เข้าสู่บริษัทของตนเอง โดยการสำรวจของมอร์แกน สแตนลีย์ ประมาณการว่าในไตรมาสแรกของปี 2559 เม็ดเงินโฆษณา 85 เซนต์ในทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่กูเกิลหรือเฟซบุ๊ก
ความแข็งแกร่งของโฆษณาโมบายช่วยดันรายได้ของบริษัท อัลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของกูเกิลขึ้น 20% เป็น 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสล่าสุด ขณะที่เฟซบุ๊กรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ในสัปดาห์นี้ ด้วยรายได้เพิ่มขึ้น 56% เป็น 7.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรายได้ 97% ของเฟซบุ๊กมาจากโฆษณา ขณะที่ 84% ของรายได้โฆษณามาจากโฆษณาทางโมบาย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559
รายงานฉบับล่าสุดจากสมาคมโฆษณาอินเตอร์แอคทีฟ (ไอเอบี) ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาพีดับเบิลยูซี ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 การใช้จ่ายสำหรับโฆษณาออนไลน์ทั้งหมดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 3.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยการเติบโตของโฆษณาออนไลน์บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะก้าวแซงหน้าโฆษณาทางโทรทัศน์ขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดโฆษณาทั้งหมดได้ภายในปีหน้า
การเติบโตที่แข็งแกร่งของโฆษณาออนไลน์มีปัจจัยสำคัญมาจากโฆษณาทางโมบายที่เติบโตมากถึง 89% ในช่วงครึ่งปีแรก เป็น 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สรัฐฯ ทำให้ในเวลานี้โฆษณาโมบายคิดเป็นสัดส่วน 47% ของการใช้จ่ายผ่านโฆษณาออนไลน์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อปีก่อน และทิ้งห่างโฆษณาแบนเนอร์ที่มีสัดส่วน 19%
“โมบายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหญ่ต่อรายได้โฆษณาดิจิตอลทั้งหมด เดสก์ท้อปปรับตัวลดลงไปและมีโมบายเข้ามาชิงส่วนแบ่งไปแทน” เดวิด โดตี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของไอเอบีกล่าว และเสริมว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วกว่ารูปแบบการใช้จ่ายของนักการตลาด แต่เวลานี้เรามองเห็นว่านักการตลาดเริ่มไล่ตามมาแล้ว”
การที่เม็ดเงินโฆษณาหลั่งไหลเข้าสู่สื่อโมบายเป็นผลมาจากการที่สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลักที่ชาวอเมริกันใช้รับสื่อดิจิตอลแทนที่คอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท้อป ข้อมูลจากบริษัทวิจัยอีมาร์เก็ตเตอร์ระบุว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ชาวอเมริกันใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันกับอุปกรณ์โมบาย เทียบกับการใช้เวลา 2 ชั่วโมง 11 นาทีบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปและแล้ปท้อป
ทั้งนี้ การใช้จ่ายกับโฆษณาบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท้อปลดลง 10% ในช่วง 6 เดือนแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดีวกันของปีก่อน โดยโฆษณาประเภทริชมีเดีย หรือโฆษณาที่ผสมฟีเจอร์จำพวกวีดีโอ คลิปเสียง หรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่โน้มน้าวให้เกิดการตอบสนองจากผู้บริโภค ลดลง 20% ส่วนการใช้จ่ายเพื่อเป็นสปอนเซอร์ให้กับเว็บไซต์ลดลง 47% โฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นลดลง 12% และโฆษณาวีดีโอบนเดสก์ท้อปเติบโต 13%
ขณะเดียวกันการใช้จ่ายสำหรับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น 57% เป็น 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการใช้จ่ายกับวีดีโอโฆษณาทางโมบายเพิ่มขึ้น 178% เป็น 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ “การเติบโตของโฆษณาออนไลน์เกิดขึ้นในเวลาที่สื่อดั้งเดิมไม่สามารถยึดครองส่วนแบ่งผู้ชมเอาไว้ได้ โดยมีโซเชียลมีเดียเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้น” เดวิด ซิลเวอร์แมน ผู้บริหารของพีดับเบิลยูซี กล่าว
การใช้จ่ายสำหรับโฆษณาที่ไม่ใช่รูปแบบดิจิตอล ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และนิตยสาร ลดลง 1% เหลือ 5.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี โดยหนังสือพิมพ์ลดลงหนักที่สุดถึง 10%
กูเกิลและเฟซบุ๊กอาศัยการเติบโตของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟน ดึงเม็ดเงินโฆษณาดิจิตอลส่วนใหญ่เข้าสู่บริษัทของตนเอง โดยการสำรวจของมอร์แกน สแตนลีย์ ประมาณการว่าในไตรมาสแรกของปี 2559 เม็ดเงินโฆษณา 85 เซนต์ในทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่กูเกิลหรือเฟซบุ๊ก
ความแข็งแกร่งของโฆษณาโมบายช่วยดันรายได้ของบริษัท อัลฟาเบ็ต บริษัทแม่ของกูเกิลขึ้น 20% เป็น 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสล่าสุด ขณะที่เฟซบุ๊กรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ในสัปดาห์นี้ ด้วยรายได้เพิ่มขึ้น 56% เป็น 7.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรายได้ 97% ของเฟซบุ๊กมาจากโฆษณา ขณะที่ 84% ของรายได้โฆษณามาจากโฆษณาทางโมบาย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559






