
อเมซอนเปิดบริการไพรม์ในจีน หวังชิงลูกค้าซื้อสินค้าต่างประเทศ
“อเมซอน” เริ่มเปิดบริการส่งสินค้าข้ามประเทศฟรีในประเทศจีน หวังแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในประเทศอย่างอาลีบาบาและ JD.com เพื่อแย่งชิงนักช็อปชาวจีนจำนวนมากขึ้นที่สั่งสินค้าจากต่างประเทศผ่านอี-คอมเมิร์ซ
อเมซอน ดอต คอม เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้เริ่มเปิดให้ผู้บริโภคในประเทศจีนสมัครสมาชิกโปรแกรม อเมซอนไพรม์ (Amazon Prime) ด้วยค่าสมัคร 388 หยวนต่อปี โดยสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกชาวจีนจะได้รับ คือไม่ต้องเสียค่าบริการส่งสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมูลค่าเกิน 200 หยวน เช่นเดียวกันสินค้าภายในประเทศ อย่างไรก็ดี สมาชิกโปรแกรมไพรม์ในจีนจะไม่สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิตอลเหมือนกับสมาชิกในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ อเมซอนประมาณการว่าสมาชิกใน 82 เมืองของจีนที่สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะได้รับสินค้าภายในระยะเวลา 5-9 วัน
การเปิดบริการไพรม์ให้กับผู้บริโภคชาวจีนเกิดขึ้นในเวลาที่ชนชั้นกลางในจีนที่กำลังขยายตัวเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ ก็มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการในส่วนนี้เช่นเดียวกัน โดยอาลีบาบาได้นำร้านค้าของทาร์เก็ตและคอสต์โก้เข้ามาเปิดบนแพลตฟอร์ม ทีมอลล์ (Tmall) ส่วน เจดี ดอต คอม นำร้านค้าของวอลมาร์ตมาเปิดบนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซของตนเอง
ช่วงที่ผ่านมาอเมซอนไม่ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดจีน ด้วนส่วนแบ่งตลาดเพียง 1.1% ในปี 2558 จนบริษัทตัดสินใจนำร้านค้าไปเปิดบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบาในปีที่ผ่านมาหวังกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเปิดบริการไพรม์อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับอเมซอนในการแข่งขันกับคู่แข่งในท้องถิ่นทั้งอาลีบาบาและเจดี ดอต คอม ซึ่งแม้จะมีบริการส่งสินค้าฟรีเช่นเดียวกัน แต่เครือข่ายโลจิสติกส์ในต่างประเทศยังไม่ครอบคลุมเท่ากับของอเมซอน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ไอรีเสิร์ช ระบุว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซของจีนเติบโตขึ้น 21% ในปี 2558 ด้วยมูลค่าการซื้อขายสินค้ารวม 16 ล้านล้านหยวน ขณะที่จำนวนผู้สั่งซื้อสินค้าข้ามแดนผ่านทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเกือบ 23% เมื่อปีก่อน จากปี 2557 ที่เพิ่มขึ้น 14%
เจฟฟ์ เบโซส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอเมซอน กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อเมซอนจะต้องปรับตัวในการทำตลาดในจีน โดยไม่สามารถใช้กลยุทธ์ธุรกิจเหมือนที่เคยใช้และประสบความสำเร็จในตลาดอื่นๆ
อเมซอนพยายามมองหาช่องทางสร้างการเติบโตในต่างประเทศ หลังจากครอบครองตลาดอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ แบบทิ้งห่างคู่แข่ง ปัจจุบันอเมซอนเปิดให้บริการไพรม์ในตลาดต่างประเทศแล้ว 12 แห่ง อาทิ อินเดีย เยอรมนี อังกฤษ และล่าสุดคือจีน และนักวิเคราะห์ประเมินว่ามีผู้สมัครสมาชิกบริการดังกล่าวแล้วกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า สมาชิกไพรม์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออเมซอน เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าสูงกว่าลูกค้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประมาณ 2 เท่า
อย่างไรก็ดี การนำบริการไพรม์เข้ามารุกในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมได้ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของอเมซอน ผู้บริหารของอเมซอนกล่าวในการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ผ่านมาว่า ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกไพรม์ในต่างประเทศ ประกอบกับการขยายการลงทุนในอินเดีย ส่งผลให้ธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 541 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 208 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ของปีก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
อเมซอน ดอต คอม เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้เริ่มเปิดให้ผู้บริโภคในประเทศจีนสมัครสมาชิกโปรแกรม อเมซอนไพรม์ (Amazon Prime) ด้วยค่าสมัคร 388 หยวนต่อปี โดยสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกชาวจีนจะได้รับ คือไม่ต้องเสียค่าบริการส่งสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมูลค่าเกิน 200 หยวน เช่นเดียวกันสินค้าภายในประเทศ อย่างไรก็ดี สมาชิกโปรแกรมไพรม์ในจีนจะไม่สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ดิจิตอลเหมือนกับสมาชิกในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ อเมซอนประมาณการว่าสมาชิกใน 82 เมืองของจีนที่สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะได้รับสินค้าภายในระยะเวลา 5-9 วัน
การเปิดบริการไพรม์ให้กับผู้บริโภคชาวจีนเกิดขึ้นในเวลาที่ชนชั้นกลางในจีนที่กำลังขยายตัวเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ ก็มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการในส่วนนี้เช่นเดียวกัน โดยอาลีบาบาได้นำร้านค้าของทาร์เก็ตและคอสต์โก้เข้ามาเปิดบนแพลตฟอร์ม ทีมอลล์ (Tmall) ส่วน เจดี ดอต คอม นำร้านค้าของวอลมาร์ตมาเปิดบนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซของตนเอง
ช่วงที่ผ่านมาอเมซอนไม่ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดจีน ด้วนส่วนแบ่งตลาดเพียง 1.1% ในปี 2558 จนบริษัทตัดสินใจนำร้านค้าไปเปิดบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบาในปีที่ผ่านมาหวังกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเปิดบริการไพรม์อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับอเมซอนในการแข่งขันกับคู่แข่งในท้องถิ่นทั้งอาลีบาบาและเจดี ดอต คอม ซึ่งแม้จะมีบริการส่งสินค้าฟรีเช่นเดียวกัน แต่เครือข่ายโลจิสติกส์ในต่างประเทศยังไม่ครอบคลุมเท่ากับของอเมซอน
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ไอรีเสิร์ช ระบุว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซของจีนเติบโตขึ้น 21% ในปี 2558 ด้วยมูลค่าการซื้อขายสินค้ารวม 16 ล้านล้านหยวน ขณะที่จำนวนผู้สั่งซื้อสินค้าข้ามแดนผ่านทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเกือบ 23% เมื่อปีก่อน จากปี 2557 ที่เพิ่มขึ้น 14%
เจฟฟ์ เบโซส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอเมซอน กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อเมซอนจะต้องปรับตัวในการทำตลาดในจีน โดยไม่สามารถใช้กลยุทธ์ธุรกิจเหมือนที่เคยใช้และประสบความสำเร็จในตลาดอื่นๆ
อเมซอนพยายามมองหาช่องทางสร้างการเติบโตในต่างประเทศ หลังจากครอบครองตลาดอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ แบบทิ้งห่างคู่แข่ง ปัจจุบันอเมซอนเปิดให้บริการไพรม์ในตลาดต่างประเทศแล้ว 12 แห่ง อาทิ อินเดีย เยอรมนี อังกฤษ และล่าสุดคือจีน และนักวิเคราะห์ประเมินว่ามีผู้สมัครสมาชิกบริการดังกล่าวแล้วกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า สมาชิกไพรม์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออเมซอน เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าสูงกว่าลูกค้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประมาณ 2 เท่า
อย่างไรก็ดี การนำบริการไพรม์เข้ามารุกในตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมได้ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของอเมซอน ผู้บริหารของอเมซอนกล่าวในการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ผ่านมาว่า ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกไพรม์ในต่างประเทศ ประกอบกับการขยายการลงทุนในอินเดีย ส่งผลให้ธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 541 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 208 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 3 ของปีก่อน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559






