
ขนส่งไร้คนขับใกล้ความจริง รถบรรทุกส่งเบียร์ขับเคลื่อนอัตโนมัติประสบความสำเร็จ
อนาคตของรถยนต์ที่ให้บริการเชิงพาณิชย์และขับเคลื่อนแบบไร้คนขับขยับใกล้ความเป็นจริงเข้ามาอีกก้าวสำคัญเมื่อบริษัท อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ผู้ให้บริการเรียกรถสาธารณะผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ ได้จับมือกับบริษัท เอบีอินเบฟ ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ระดับโลก ทำการทดสอบการขนส่งเบียร์ยังจุดหมายปลายทางด้วยรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในรัฐโคโรลาโด ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลสำเร็จ
การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข I-25 ในมลรัฐโคโรลาโด รถบรรทุก 18 ล้อที่ใช้ในการทดสอบเป็นรถบรรทุกระบบขับเคลื่อนไร้คนขับของบริษัท ออตโต (Otto) ที่อูเบอร์ฯซื้อกิจการมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 “เราอยากจะแสดงให้เห็นว่า ทุกองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวนี้เรามีอยู่แล้วในมือ เราสามารถนำยานยนต์ไร้คนขับขึ้นให้บริการเชิงพาณิชย์บนถนนไฮเวย์ได้จริง” นายไลเออร์ รอน ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ออตโต ในเครืออูเบอร์ กล่าว แต่ก็ยอมรับว่า ยังคงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในขั้นสูงๆขึ้นไป เพื่อความสมบูรณ์แบบมากกว่านี้
การทดสอบมีขึ้นในระยะทางวิ่งมากกว่า 120 ไมล์ และส่วนใหญ่อยู่บนทางหลวง แม้ว่าตัวรถบรรทุกจะสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติไร้คนขับ แต่ภายในรถก็มีคนขับสำรองไว้เผื่อกรณีจำเป็นหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีขบวนรถตำรวจคอยตามประกบอีกด้วย
ด้านผู้บริหารของเอบีอินเบฟที่เป็นผู้ใช้บริการขนส่งครั้งนี้ เปิดเผยว่า การขนส่งและกระจายสินค้าด้วยรถบรรทุกระบบขับเคลื่อนไร้คนขับจะช่วยให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในตลาดสหรัฐฯได้ปีละประมาณ 50 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 1,750 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการสำรองคนขับไว้ประจำในรถเผื่อกรณีฉุกเฉินด้วยก็ตาม เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงและสามารถเพิ่มความถี่ในการขนส่ง(เนื่องจากไม่ต้องแวะพักหรือทิ้งช่วงให้คนขับได้พักผ่อน)
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของออตโตต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยของรัฐโคโรลาโดเพื่อขออนุญาตนำรถบรรทุกไร้คนขับขึ้นมาทดสอบขนส่งสินค้าจริงๆบนทางหลวง และติดต่อขอให้มีรถตำรวจคอยประกบเพื่อความปลอดภัย ในส่วนการเตรียมงานภายในของบริษัทเอง มีการสำรวจเส้นทางอย่างละเอียดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และจัดทำแผนที่เส้นทางซึ่งเริ่มจากฟอร์ทคอลลินไปยังโคโรลาโดสปริงส์ ทีมงานวางแผนให้การทดสอบมีขึ้นในช่วงเวลาเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่จอแจ นอกจากนี้ยังเลือกวันทดลองวิ่งที่มีอากาศแจ่มใสเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่นมากที่สุด ออตโตเผยว่า บริษัทไม่มีแผนจะผลิตรถบรรทุกไร้คนขับดพ้วยตัวเอง แต่จะใช้วิธีร่วมมือกับโรงงานผลิตรถบรรทุกรายอื่นๆ เหมือนกับที่อูเบอร์เคยจับมือกับบริษัท วอลโว่ ในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับแบบรถเก๋ง ปัจจุบัน บริษัทยังอยู่ในขั้นการเจรจาทาบทามผู้ผลิตรถบรรทุกซึ่งยังเป็นระยะเริ่มต้นเท่านั้น
ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน บริษัทยอมรับว่ายังคงต้องมีการพัฒนาอีกมากจนกว่ารถบรรทุกไร้คนขับจะสามารถออกมาวิ่งให้บริการในเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้จริงๆ และต้องยอมรับว่าขั้นตอนทดสอบส่วนใหญ่คือกว่า 95% ยังเป็นการวิ่งบนถนนไฮเวย์ ดังนั้น บรรดาคนขับรถบรรทุกจึงไม่ควรกังวลใจว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะเข้ามาแย่งงานและทำให้พวกเขาหมดอนาคต เพราะเชื่อว่าถึงรถยนต์หรือรถบรรทุกแบบไร้คนขับจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวเอง แต่คนขับที่เป็นมนุษย์ก็ยังคงมีความจำเป็นเพื่อช่วยกำกับดูแลการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับให้เป็นไปด้วยความราบรื่น
รายงานข่าวระบุว่า ถึงแม้เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับจะได้รับความสนใจมากขึ้นในระยะหลังๆนี้ แต่ก็ถูกตรวจสอบและคุมเข้มในขณะเดียวกันโดยหน่วยงานของรัฐบาล ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่ไว้วางใจการนำระบบยานยนต์ไร้คนขับมาวิ่งบนท้องถนนปะปนกับรถยนต์ทั่วไป นอกจากนี้ สมาคมผู้ขนส่งด้วยรถบรรทุกก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกมาคัดค้านเพราะเกรงจะสูญเสียตำแหน่งงาน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ผลิตโดยบริษัท เทสลาร์ ซึ่งทำให้คนขับเสียชีวิต กรณีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ภาครัฐเข้ามาคุมเข้มและเพิ่มการตรวจสอบเทคโนโลยีดังกล่าวมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,203 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข I-25 ในมลรัฐโคโรลาโด รถบรรทุก 18 ล้อที่ใช้ในการทดสอบเป็นรถบรรทุกระบบขับเคลื่อนไร้คนขับของบริษัท ออตโต (Otto) ที่อูเบอร์ฯซื้อกิจการมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 “เราอยากจะแสดงให้เห็นว่า ทุกองค์ประกอบพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวนี้เรามีอยู่แล้วในมือ เราสามารถนำยานยนต์ไร้คนขับขึ้นให้บริการเชิงพาณิชย์บนถนนไฮเวย์ได้จริง” นายไลเออร์ รอน ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ออตโต ในเครืออูเบอร์ กล่าว แต่ก็ยอมรับว่า ยังคงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในขั้นสูงๆขึ้นไป เพื่อความสมบูรณ์แบบมากกว่านี้
การทดสอบมีขึ้นในระยะทางวิ่งมากกว่า 120 ไมล์ และส่วนใหญ่อยู่บนทางหลวง แม้ว่าตัวรถบรรทุกจะสามารถขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติไร้คนขับ แต่ภายในรถก็มีคนขับสำรองไว้เผื่อกรณีจำเป็นหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีขบวนรถตำรวจคอยตามประกบอีกด้วย
ด้านผู้บริหารของเอบีอินเบฟที่เป็นผู้ใช้บริการขนส่งครั้งนี้ เปิดเผยว่า การขนส่งและกระจายสินค้าด้วยรถบรรทุกระบบขับเคลื่อนไร้คนขับจะช่วยให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในตลาดสหรัฐฯได้ปีละประมาณ 50 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 1,750 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการสำรองคนขับไว้ประจำในรถเผื่อกรณีฉุกเฉินด้วยก็ตาม เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงและสามารถเพิ่มความถี่ในการขนส่ง(เนื่องจากไม่ต้องแวะพักหรือทิ้งช่วงให้คนขับได้พักผ่อน)
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของออตโตต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยของรัฐโคโรลาโดเพื่อขออนุญาตนำรถบรรทุกไร้คนขับขึ้นมาทดสอบขนส่งสินค้าจริงๆบนทางหลวง และติดต่อขอให้มีรถตำรวจคอยประกบเพื่อความปลอดภัย ในส่วนการเตรียมงานภายในของบริษัทเอง มีการสำรวจเส้นทางอย่างละเอียดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และจัดทำแผนที่เส้นทางซึ่งเริ่มจากฟอร์ทคอลลินไปยังโคโรลาโดสปริงส์ ทีมงานวางแผนให้การทดสอบมีขึ้นในช่วงเวลาเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่จอแจ นอกจากนี้ยังเลือกวันทดลองวิ่งที่มีอากาศแจ่มใสเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่นมากที่สุด ออตโตเผยว่า บริษัทไม่มีแผนจะผลิตรถบรรทุกไร้คนขับดพ้วยตัวเอง แต่จะใช้วิธีร่วมมือกับโรงงานผลิตรถบรรทุกรายอื่นๆ เหมือนกับที่อูเบอร์เคยจับมือกับบริษัท วอลโว่ ในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับแบบรถเก๋ง ปัจจุบัน บริษัทยังอยู่ในขั้นการเจรจาทาบทามผู้ผลิตรถบรรทุกซึ่งยังเป็นระยะเริ่มต้นเท่านั้น
ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็เช่นกัน บริษัทยอมรับว่ายังคงต้องมีการพัฒนาอีกมากจนกว่ารถบรรทุกไร้คนขับจะสามารถออกมาวิ่งให้บริการในเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้จริงๆ และต้องยอมรับว่าขั้นตอนทดสอบส่วนใหญ่คือกว่า 95% ยังเป็นการวิ่งบนถนนไฮเวย์ ดังนั้น บรรดาคนขับรถบรรทุกจึงไม่ควรกังวลใจว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะเข้ามาแย่งงานและทำให้พวกเขาหมดอนาคต เพราะเชื่อว่าถึงรถยนต์หรือรถบรรทุกแบบไร้คนขับจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวเอง แต่คนขับที่เป็นมนุษย์ก็ยังคงมีความจำเป็นเพื่อช่วยกำกับดูแลการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับให้เป็นไปด้วยความราบรื่น
รายงานข่าวระบุว่า ถึงแม้เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับจะได้รับความสนใจมากขึ้นในระยะหลังๆนี้ แต่ก็ถูกตรวจสอบและคุมเข้มในขณะเดียวกันโดยหน่วยงานของรัฐบาล ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่ไว้วางใจการนำระบบยานยนต์ไร้คนขับมาวิ่งบนท้องถนนปะปนกับรถยนต์ทั่วไป นอกจากนี้ สมาคมผู้ขนส่งด้วยรถบรรทุกก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกมาคัดค้านเพราะเกรงจะสูญเสียตำแหน่งงาน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ผลิตโดยบริษัท เทสลาร์ ซึ่งทำให้คนขับเสียชีวิต กรณีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ภาครัฐเข้ามาคุมเข้มและเพิ่มการตรวจสอบเทคโนโลยีดังกล่าวมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,203 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559






