thansettakij
thansettakij
ทรัมป์คะแนนถดถอยหลายพื้นที่ รีพับลิกันขู่ถ้าแพ้‘คลินตัน’เจอซักฟอกเข้มข้น

ทรัมป์คะแนนถดถอยหลายพื้นที่ รีพับลิกันขู่ถ้าแพ้‘คลินตัน’เจอซักฟอกเข้มข้น

02 พ.ย. 59 | 00:30 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 59 | 05:50 น.
[caption id="attachment_110709" align="aligncenter" width="503"] ทรัมป์คะแนนถดถอยหลายพื้นที่ รีพับลิกันขู่ถ้าแพ้‘คลินตัน’เจอซักฟอกเข้มข้น ทรัมป์คะแนนถดถอยหลายพื้นที่ รีพับลิกันขู่ถ้าแพ้‘คลินตัน’เจอซักฟอกเข้มข้น[/caption]

เหลือเวลาอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะดำรงตำแหน่งแทนนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ของเขา สำนักวิจัยต่างๆได้พยายามสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและติดตามข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของผู้ชนะว่าจะเป็นใครระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน มหาเศรษฐีนักธุรกิจ ประธานบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชันฯ

ล่าสุดต้นสัปดาห์นี้ การสำรวจในรัฐไอโอวาและจอร์เจีย ที่ถือเป็นมลรัฐ “สวิง สเตท” (Swing state) หรือมลรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ทำให้เป็นพื้นที่เทาๆ ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษเนื่องจากมักจะเป็นพื้นที่ชี้ขาดผลการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง อีกทั้งยังเป็นสมรภูมิการหาเสียงที่ดุเด็ดเข้มข้นมากกว่ามลรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจน

ผลสำรวจล่าสุดพบว่า คะแนนนิยมในตัวนางคลินตันไม่เพียงตีตื้นขึ้นมาในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน หรือที่เรียกว่า รัฐแดง (ตามสีแดงสัญลักษณ์ของพรรค) แต่ยังช่วงชิงคะแนนมาจากฝ่ายของนายทรัมป์ในรัฐสวิงสเตทอย่างไอโอวาและจอร์เจีย โดยนางคลินตันได้คะแนนนิยมเท่านายทรัมป์ในรัฐไอโอวา (44%) และตามติดมาในสัดส่วน 43% ต่อ 44% ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งก่อนหน้านี้นายทรัมป์นำโด่งคลินตันมาในทั้งสองมลรัฐ แต่ความนิยมในตัวเขากลับลดลงเมื่อวันเลือกตั้งใกล้เข้ามา

ปีเตอร์ บราวน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่งมหาวิทยาลัยควินนิเพียคซึ่งเป็นผู้จัดทำผลสำรวจรอบล่าสุด ให้ความเห็นว่า เวลาของนายทรัมป์งวดเข้ามาและใกล้จะหมดลงแล้ว ซึ่งทรัมป์ได้สูญเสียการเป็นผู้นำในสนามแข่งขัน โดยมีคะแนนเทียบเท่าหรือสูสีนางคลินตันในไอโอวาและจอร์เจีย เชื่อว่าแนวโน้มในนอร์ธแคโลไรน่าก็จะเป็นทิศทางบวกสำหรับนางคลินตันเช่นกัน โดยเธอได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 47% ขณะที่ทรัมป์ได้ไป 43%

นอกจากนี้ ชัยชนะที่โดดเด่นของนางคลินตันยังเห็นได้จากผลสำรวจในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเธอได้คะแนนนิยมนำนายทรัมป์ด้วยตัวเลขสองหลัก คือ 50% ต่อ 38% นับเป็นการเฉือนคะแนนนำห่างคู่แข่งในสัดส่วนที่มากกว่าที่นายบารัค โอบามา เคยทำสถิติไว้ในการเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมา คือในปี 2008 และ 2012 ที่สำคัญก็คือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว มลรัฐเวอร์จิเนียเคยเป็นฐานเสียงที่มั่นสำคัญของพรรครีพับลิกัน หรือเรียกว่าเป็น “รัฐแดง” แต่ตอนนี้ได้กลับกลายเป็น “รัฐน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของพรรคเดโมแครตไปเสียแล้ว

ถึงแม้ลางความพ่ายแพ้จะปรากฏ แต่พลพรรคของพรรครีพับลิกันก็ไม่ได้ขวัญเสีย หนำซ้ำมีการมองข้ามช็อตไปแล้วด้วยว่า หากรีพับลิกันพ่ายแพ้ให้แก่เดโมแครตจริงๆ ก็จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

นายจอห์นสัน ชาฟเฟตส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐยูทาห์ สังกัดพรรครีพับลิกัน ประธานคณะกรรมาธิการการปฏิรูปและตรวจสอบรัฐบาลของสภาผู้แทนฯสหรัฐ เปิดเผยว่า รีพับลิกันเก็บข้อมูลการทำงานของนางคลินตันมาตลอด 4 ปีที่เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เรียกว่าถ้าเธอชนะการเลือกตั้งและเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีวันแรก ทางพรรคก็มีข้อมูลหลักฐานพร้อมเปิดการตรวจสอบและซักฟอกในทันที ไม่เปิดโอกาสให้มีระยะเวลาที่เรียกว่า “ฮันนีมูน” สำหรับผู้ชนะอย่างแน่นอน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,203 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World