
2 ยักษ์สมาร์ทโฟนยอดขายหด แอปเปิลลุ้นดีมานด์ช่วงปลายปี
ปัญหาการเรียกคืนกาแล็กซี่ โน้ต 7 ส่งผลฉุดกำไรสุทธิของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ในไตรมาส 3 ของปีลง 16.8% ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างแอปเปิลยังไม่ได้รับอานิสงส์จากปัญหาของซัมซุง รายงานยอดขายลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
มซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ รายงานกำไรสุทธิประจำไตรมาส 3 ของปี 2559 ลดลง 16.8% เหลือ 4.54 ล้านล้านวอน ขณะที่กำไรจากการดำเนินการลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเหลือ 5.2 ล้านล้านวอน ส่วนรายได้ลดลง 7.5% เป็น 47.82 ล้านล้านวอน
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 ซึ่งเริ่มออกวางตลาดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม หลังจากได้รับรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งว่าโทรศัพท์เกิดเพลิงลุกไหม้เนื่องจากความร้อนจัด ทำให้ซัมซุงต้องตัดสินใจประกาศเรียกคืนและในที่สุดจำเป็นต้องยุติการผลิต ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกำไรจากการดำเนินการในธุรกิจโมบายที่ไตรมาสที่ผ่านมาลดลงถึง 96% จาก 4.3 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3 ของปีก่อน เหลือ 1 แสนล้านวอน
ซัมซุงกล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทคาดหมายว่าปัญหาจากกาแล็กซี่ โน้ต 7 จะสร้างความเสียหายต่อบริษัทอีก 3.5 ล้านล้านวอนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2559 และ 3 เดือนแรกของปี 2560
ผู้บริหารของซัมซุงกล่าวกับนักวิเคราะห์ภายหลังรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดว่า บริษัทจะลดทอนผลเสียหายที่เกิดขึ้นจากโน้ต 7 ด้วยการนำสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับล่างออกวางตลาดให้มากขึ้น พร้อมกับเดินหน้าขายสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นกาแล็กซี่ เอส7 ที่เริ่มออกวางตลาดเมื่อเดือนมีนาคมต่อไป
“เราคาดหมายว่าจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2560 แต่เราจะประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นธุรกิจด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่” ลี คยอง-แท รองประธานธุรกิจโมบาย คอมมิวนิเคชันส์ ของซัมซุง กล่าว
สำหรับสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโดยใช้ชื่อ กาแล็กซี่ เอส8 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ลีกล่าวว่าจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือเอไอเข้ามาผนวก หลังจากซัมซุงเข้าไปซื้อกิจการบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีเอไอชื่อ วิฟ แล็บส์ ในเดือนตุลาคม
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของซัมซุงไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้เนื่องจากได้ยอดขายในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และจอภาพดิสเพลย์เข้ามาช่วยพยุง โดยกำไรจากการดำเนินการในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และดิสเพลย์คิดเป็นสัดส่วน 84% ของกำไรทั้งหมด สูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่กำไรจากธุรกิจโมบายมีสัดส่วนลดลงเหลือเพียง 1.9% เท่านั้น
ขณะเดียวกัน แอปเปิลรายงานผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 24 กันยายน ด้วยยอดขายลดลง 9% เหลือ 4.685 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นยอดขายที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้กำไรลดลงเหลือ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19% ทั้งนี้ ยอดขายที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากยอดขายไอโฟนที่ลดลงไป 5% เหลือ 45.5 ล้านเครื่อง
อย่างไรก็ดี แอปเปิลเชื่อมั่นว่าโมเมนตัมที่ดีของไอโฟน 7 และ 7 พลัส ที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 16 กันยายนจะเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาสต่อไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนจับจ่ายซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลคริสต์มาส โดยแอปเปิลคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายได้ 7.6-7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ลูก้า มาเอสทรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของแอปเปิล กล่าวว่า ไม่สามารถทราบได้ว่าการระงับการผลิตกาแล็กซี่ โน้ต 7 ส่งผลต่อแอปเปิลหรือยัง อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีความต้องการสำหรับไอโฟน 7 และโดยเฉพาะไอโฟน 7 พลัสที่เป็นคู่แข่งโดยตรงของโน้ต 7 สูงมาก จนอาจทำให้แอปเปิลไม่สามารถผลิตได้ทันตามความต้องการในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559
มซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ รายงานกำไรสุทธิประจำไตรมาส 3 ของปี 2559 ลดลง 16.8% เหลือ 4.54 ล้านล้านวอน ขณะที่กำไรจากการดำเนินการลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเหลือ 5.2 ล้านล้านวอน ส่วนรายได้ลดลง 7.5% เป็น 47.82 ล้านล้านวอน
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 7 ซึ่งเริ่มออกวางตลาดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม หลังจากได้รับรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งว่าโทรศัพท์เกิดเพลิงลุกไหม้เนื่องจากความร้อนจัด ทำให้ซัมซุงต้องตัดสินใจประกาศเรียกคืนและในที่สุดจำเป็นต้องยุติการผลิต ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกำไรจากการดำเนินการในธุรกิจโมบายที่ไตรมาสที่ผ่านมาลดลงถึง 96% จาก 4.3 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3 ของปีก่อน เหลือ 1 แสนล้านวอน
ซัมซุงกล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทคาดหมายว่าปัญหาจากกาแล็กซี่ โน้ต 7 จะสร้างความเสียหายต่อบริษัทอีก 3.5 ล้านล้านวอนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2559 และ 3 เดือนแรกของปี 2560
ผู้บริหารของซัมซุงกล่าวกับนักวิเคราะห์ภายหลังรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดว่า บริษัทจะลดทอนผลเสียหายที่เกิดขึ้นจากโน้ต 7 ด้วยการนำสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับล่างออกวางตลาดให้มากขึ้น พร้อมกับเดินหน้าขายสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นกาแล็กซี่ เอส7 ที่เริ่มออกวางตลาดเมื่อเดือนมีนาคมต่อไป
“เราคาดหมายว่าจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2560 แต่เราจะประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นธุรกิจด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่” ลี คยอง-แท รองประธานธุรกิจโมบาย คอมมิวนิเคชันส์ ของซัมซุง กล่าว
สำหรับสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโดยใช้ชื่อ กาแล็กซี่ เอส8 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ลีกล่าวว่าจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือเอไอเข้ามาผนวก หลังจากซัมซุงเข้าไปซื้อกิจการบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีเอไอชื่อ วิฟ แล็บส์ ในเดือนตุลาคม
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของซัมซุงไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้เนื่องจากได้ยอดขายในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และจอภาพดิสเพลย์เข้ามาช่วยพยุง โดยกำไรจากการดำเนินการในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และดิสเพลย์คิดเป็นสัดส่วน 84% ของกำไรทั้งหมด สูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่กำไรจากธุรกิจโมบายมีสัดส่วนลดลงเหลือเพียง 1.9% เท่านั้น
ขณะเดียวกัน แอปเปิลรายงานผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 24 กันยายน ด้วยยอดขายลดลง 9% เหลือ 4.685 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นยอดขายที่ลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้กำไรลดลงเหลือ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19% ทั้งนี้ ยอดขายที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากยอดขายไอโฟนที่ลดลงไป 5% เหลือ 45.5 ล้านเครื่อง
อย่างไรก็ดี แอปเปิลเชื่อมั่นว่าโมเมนตัมที่ดีของไอโฟน 7 และ 7 พลัส ที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 16 กันยายนจะเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาสต่อไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนจับจ่ายซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลคริสต์มาส โดยแอปเปิลคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายได้ 7.6-7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ลูก้า มาเอสทรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของแอปเปิล กล่าวว่า ไม่สามารถทราบได้ว่าการระงับการผลิตกาแล็กซี่ โน้ต 7 ส่งผลต่อแอปเปิลหรือยัง อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีความต้องการสำหรับไอโฟน 7 และโดยเฉพาะไอโฟน 7 พลัสที่เป็นคู่แข่งโดยตรงของโน้ต 7 สูงมาก จนอาจทำให้แอปเปิลไม่สามารถผลิตได้ทันตามความต้องการในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559






