thansettakij
thansettakij
AT&T ทุ่มซื้อไทม์ วอร์เนอร์ ผันตัวจากเครือข่ายโทรศัพท์สู่เจ้าของสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่

AT&T ทุ่มซื้อไทม์ วอร์เนอร์ ผันตัวจากเครือข่ายโทรศัพท์สู่เจ้าของสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่

29 ต.ค. 59 | 10:00 น.
เอที แอนด์ ที บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการบริษัท ไทม์ วอร์เนอร์ฯ ด้วยมูลค่า 8.54 หมื่นล้านดอลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของสหรัฐฯ กลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านสื่อ แต่ขณะเดียวกันข้อตกลงดังกล่าวอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะอนุมัติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เอที แอนด์ ที ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายใหญ่ของสหรัฐฯ ตกลงทุ่มเงิน 8.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 107.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น ซื้อกิจการของบริษัท ไทม์ วอร์เนอร์ อิงค์ฯ เจ้าของแพลตฟอร์มสื่อจำนวนมาก อาทิ สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ทีเอ็นที เอชบีโอ รวมไปถึงสตูโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส โดยคาดหมายว่าข้อตกลงควบรวมกิจการจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2560

แรนดัลล์ สตีเฟนสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอที แอนด์ ที ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทใหม่ กล่าวว่า “คอนเทนต์ระดับพรีเมียมมีชัยอยู่เสมอ มันเป็นความจริงสำหรับภาพยนตร์ โทรทัศน์ และคอนเทนต์โมบายเช่นเดียวกัน”

เอที แอนด์ ที และไทม์ วอร์เนอร์ ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า มีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายแรกที่มาแข่งขันกับบริษัทเคเบิลทีวีเพื่อให้บริการแพ็กเกจวิดีโอออนไลน์ในลักษณะเดียวกับแพ็กเกจของเพย์ทีวีรูปแบบดั้งเดิม “มันจะทลายโมเดลธุรกิจบันเทิงรูปแบบดั้งเดิม และขยายขอบข่ายของคอนเทนต์โมบายให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคเป็นวงกว้างขึ้น”

อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือทางการจะยินยอมอนุมัติการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่ออีกหรือไม่ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการผูกขาด “การซื้อกิจการของไทม์ วอร์เนอร์ โดยเอที แอนด์ ที มีโอกาสสร้างปัญหาสำคัญสำหรับการต่อต้านการผูกขาด” ไมค์ ลี และเอมี โคลบูชาร์ จากคณะอนุกรรมการด้านการต่อต้านการผู้ขาด นโยบายการแข่งขัน และสิทธิผู้บริโภคของวุฒิสภาสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดยคณะอนุกรรมการจะดำเนินการไต่สวนกรณีนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ด้านนายไบรอัน แฟลลอน โฆษกของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า นางคลินตันมีความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทางการควรตรวจสอบการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน กล่าวคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวเช่นเดียวกัน

หลังจากซื้อกิจการผู้ให้บริการทีวีดาวเทียม ไดเร็กทีวี เมื่อปีก่อน สตีเฟนสันกำลังเปลี่ยนแปลงบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์ไปเป็นบริษัทด้านสื่อและความบันเทิงยักษ์ใหญ่ โดยการซื้อกิจการไทม์ วอร์เนอร์ จะทำให้เอที แอนด์ ที ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำในธุรกิจเพย์ทีวี โทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ตบ้านของสหรัฐฯ อยู่แล้ว มีคอนเทนต์บันเทิงชั้นนำอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นช่องภาพยนตร์เอชบีโอ ช่องกีฬาที่ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ หรือช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ค

จอห์น เบิร์กเมเยอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของพับลิก โนว์เลดจ์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โทรคมนาคม และอินเตอร์เน็ต ให้ความเห็นว่า แม้ข้อตกลงระหว่างเอที แอนด์ ที และไทม์ วอร์เนอร์ จะเป็นการควบรวมกิจการระหว่างผู้ให้บริการคอนเทนต์และเจ้าของช่องทางการสื่อสาร ไม่ใช่การควบรวมระหว่างคู่แข่งโดยตรงในตลาดเดียวกัน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านการผู้ขาด โดยเอที แอนด์ ที อาจทำให้คู่แข่งเข้าถึงคอนเทนต์ของไทม์ วอร์เนอร์ ได้ยากขึ้น และดึงผู้บริโภคเข้าสู่แพลตฟอร์มของตนเอง

ความกังวลในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่คอมแคสต์ตกลงซื้อกิจการของเอ็นบีซี ยูนิเวอร์แซล เมื่อปี 2554 เป็นผลให้กระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการด้านการสื่อสารของสหรัฐฯ กำหนดเงื่อนไขเป็นระยะเวลา 7 ปีเพื่อให้คู่แข่งในธุรกิจเพย์ทีวีของคอมแคสต์สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ของเอ็นบีซีได้ นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ภายใต้ภูมิทัศน์ของธุรกิจในปัจจุบันและช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลใหม่ เอที แอนด์ ที อาจเผชิญกับเงื่อนไขที่ยากลำบากมากขึ้น

การซื้อกิจการไทม์ วอร์เนอร์ จะช่วยให้เอที แอนด์ ที มีช่องทางการเติบโตใหม่ๆ ในเวลาที่ธุรกิจหลักเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายของเอที แอนด์ ที สูญเสียผู้ใช้งานไป 268,000 ราย และธุรกิจวิดีโอสูญเสียลูกค้าไป 3,000 ราย

ข้อตกลงมูลค่า 8.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะกลายมาเป็นข้อตกลงซื้อกิจการมูลค่าสูงสุดของเอที แอนด์ ที นับตั้งแต่ซื้อกิจการบริษัทโทรคมนาคม เบลล์เซาธ์ เมื่อปี 2549 ด้วยเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสูงกว่าการซื้อกิจการไดเร็กทีวีเมื่อปีก่อนเป็นมูลค่า 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,204 วันที่ 27 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • World