"พิธา"วอร์มอัพบทบาทผู้นำ ทวีตแสดงความเสียใจผู้ประสบภัยในเมียนมา

22 พ.ค. 2566 | 17:05 น.

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ว่าที่นายกรัฐมนตรี อุ่นเครื่องบทบาทผู้นำ ทวีตแสดงความเสียใจต่อเมียนมาที่กำลังเผชิญภัยธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลรักษาการณ์ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่กำลังอยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล เปิดเผยวานนี้ (22 พ.ย.) ในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับอีก 7 พรรคการเมืองที่สนับสนุนใน การจัดตั้งรัฐบาล ระบุว่า ในประเด็นเกี่ยวกับ เมียนมา เขาได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อชาวเมียนมาที่ต้องประสบความสูญเสียจากพายุไซโคลน “โมคา” นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการณ์สนับสนุนความช่วยเหลือโดยทันทีแก่ผู้ที่ประสบภัยในเมียนมาครั้งนี้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีเมียนมา ภายหลังการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2566

นายพิธาขยายความว่า เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะทำงานกับผู้นำประเทศต่างๆ ในอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือเมียนมาที่ต้องเผชิญความยากลำบากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในฐานะว่าที่รัฐบาลจะนำประเด็นปัญหาเมียนมา มาแก้ปัญหาด้วยนโยบาย 3 R คือ

  • Revive ฟื้นฟูเริ่มใหม่ ไม่ใช่การทูตที่รออย่างเงียบๆ อีกต่อไป
  • Rebalance คนกลางก็สามารถนำอำนาจทางการทูตและกฎหมายมาใช้ได้
  • Recalibrate คิดใหม่ในเรื่องการต่างประเทศ ที่จะแสวงหาประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่รายงานของสหประชาชาติระบุว่า ประเทศไทยส่งอาวุธขายให้รัฐบาลเมียนมามากเป็นลำดับ 5 ว่าได้ให้ทีมงานที่เป็นฝ่ายต่างประเทศตรวจสอบลงลึกในรายงานชิ้นนี้ว่าการเอาอาวุธเข้าไปต้องมีการตรวจสอบ และมีการสร้างทั้ง “แรงกดดัน” และ “แรงจูงใจ” เพื่อให้ทุกฝ่ายกลับมาสู่โต๊ะเจรจาและให้ประชาธิปไตยกลับสู่เมียนมาในที่สุด เพื่อความเป็นเอกภาพของอาเซียน

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (21 พ.ค.) นายพิธาได้ทวีตข้อความ 2 ภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเมียนมา ใจความว่า ความคิดคำนึงและคำอธิษฐานของเขาอยู่กับชาวเมียนมาในวันนี้ โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องสูญเสียชีวิต ครอบครัว และบ้านเรือนเพราะพายุไซโคลนโมคา (Mocha)

พิธาได้เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการณ์ของไทยและประชาคมระหว่างประเทศเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนนี้ โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ยากลำบากมากที่สุดเป็นอันดับแรก ซึ่งสิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศของเขาในฐานะ (ว่าที่) นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง

นโยบายของเขาเกี่ยวกับเมียนมาก็คือการร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยมุ่งเน้นด้านความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุซึ่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับประเทศไทย เมียนมา อาเซียน และประเทศอื่นๆ

พิธาทวีตแสดงความเสียใจต่อชาวเมียนมาที่กำลังประสบความยากลำบากจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเมียนมา

 

ด้าน สำนักข่าวชายขอบ (Transborder News) รายงานว่า การทวีตดังกล่าวมีคนเข้าถึงมากกว่า 5 ล้านคน และมีการแชร์กว่า 37,700 ครั้ง โดยส่วนมากเป็นชาวเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งเข้ามาแสดงความชื่นชมและปลาบปลื้มใจ โดยต่างพากันแสดงความเห็นทั้งในภาษาเมียนมา ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย อาทิ ขอบคุณมากสำหรับความเมตตาต่อมนุษยชาติและประเทศของเราซึ่งกำลังมีปัญหา, ขอบคุณจากใจชาวเมียนมา เพื่อนบ้าน, ขอบคุณประชาธิปไตยและการเมืองของไทย เป็นต้น