thansettakij
thansettakij
ยูอาร์ซี กางแผน 3 ทศวรรษ ชูนวัตกรรม-คุ้มค่า รุกตลาดสแน็ค

ยูอาร์ซี กางแผน 3 ทศวรรษ ชูนวัตกรรม-คุ้มค่า รุกตลาดสแน็ค

ยูอาร์ซีฯ กางแผนสู้ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อซบ เดินหน้ากลยุทธ์ผ่าน Core Brands ขยายสินค้าใหม่ เน้นคุ้มค่าราคา พร้อมแผนการตลาด โปรโมชัน กระจายสินค้ารุกขยายในและต่างประเทศ

KEY

POINTS

  • ยูอาร์ซีวางกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมุ่งรักษาฐานสินค้าหลักและขยายการเติบโตผ่านสินค้าใหม่ ตั้งเป้าโตเลขหลักเดียว
  • รุกตลาดสแน็คด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ “ชิกกี้” ที่ชูนวัตกรรมรูปทรง 3 มิติและความคุ้มค่า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในภาวะกำลังซื้อลดลง
  • แผนระยะยาว 3-5 ปี มุ่งรักษาความเป็นผู้นำตลาดบิสกิต พร้อมขยายการเติบโตในกลุ่มเวเฟอร์และสแน็คอย่างต่อเนื่องโดยเน้นนวัตกรรม

นางสาวพรทิพย์ ลีลาเลิศวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ซื้อขายหมุนเวียนเร็ว ใช้หมดไว และมีราคาจับต้องได้ง่าย (Fast-Moving Consumer Goods :FMCG) กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากตัวเลข GDP ของประเทศไทยที่เติบโตเพียง 1.9% ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงและตลาดโดยรวมแทบจะไม่เติบโต

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรวมถึงบริษัทยูอาร์ซีฯ ยังต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเฉลี่ย 20-30% จากต้นทุนน้ำมันและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นปีอันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามและสถานการณ์โลก อย่างไรก็ตาม ยูอาร์ซียังคงนโยบายที่จะคงราคาจำหน่ายเดิมไว้เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคา แม้จะส่งผลต่อกำไรของบริษัทบ้างก็ตาม โดยสถานการณ์ในไตรมาสที่ 3 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวและขยับลดลง

ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) เดินหน้ากลยุทธ์ผ่าน Core Brands ขยายสินค้าใหม่

รักษาฐานสินค้าหลัก

สำหรับกลยุทธ์การตลาดของยูอาร์ซีในปีนี้และต่อเนื่องไปในอนาคต จะมุ่งเน้นใน 2 ส่วน ได้แก่ การรักษาฐานสินค้าหลัก (Core Brands) ได้แก่ บิสกิต เวเฟอร์ และสแน็ค ซึ่งสร้างยอดขายหลักให้กับบริษัทถึง 80% ให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

และส่วนที่สองคือการขยายการเติบโตผ่านสินค้าใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่าง “ชิกกี้” เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต โดยบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ตัวเลขหลักเดียว (Single Digit) เนื่องจากต้องเฝ้าระวังปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก สงคราม และความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค

โดยในปีนี้ยูอาร์ซีได้เปิดตัวสินค้าใหม่ อาทิแบรนด์ “แจ็ค แอนด์ จิล ชิกกี้” (Jack ‘n Jill Chicky) ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มสแน็คที่มีนวัตกรรมรูปทรงน่องไก่ 3 มิติ เคลือบซอสเข้มข้น และมีเนื้อสัมผัสที่กรอบ สินค้าตัวนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นสินค้าที่สร้างความคุ้มค่า (Value for Money) ในกลุ่มที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย (Affordable Segment) มีปริมาณ 65 กรัม ราคา 20 บาท ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบโจทย์ผู้บริโภคในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซื้อลดลง

อาร์ซี (ประเทศไทย) เดินหน้าแผนการตลาด โปรโมชัน กระจายสินค้ารุกขยายในและต่างประเทศ

รักษาความเป็นผู้นำในตลาดบิสกิต

ในส่วนของการแข่งขันในตลาดขนมขบเคี้ยว นางสาวพรทิพย์มองว่า แม้จะไม่มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามามากนักเนื่องจากแบรนด์เดิมมีความแข็งแกร่งสูงและต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการเข้าสู่ตลาด แต่การแข่งขันระหว่างแบรนด์เดิมกลับรุนแรงขึ้นผ่านการทำโปรโมชันและการเพิ่มปริมาณสินค้า สำหรับกระแสสินค้าจากประเทศจีนที่เข้ามาในตลาดไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเค้กและขนมแปรรูป เช่น บุกหรือเค้กต่างๆ ซึ่งยังไม่กระทบต่อกลุ่มสินค้าหลักของยูอาร์ซีอย่างบิสกิตและสแน็คโดยตรง

สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า ยูอาร์ซี ประเทศไทย ยังคงตั้งเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบิสกิต และขยายการเติบโตในกลุ่มเวเฟอร์และสแน็คอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการขยายตลาดทั้งในเชิงกว้างผ่านการมองหาหมวดสินค้าใหม่ๆ และในเชิงลึกเพื่อนำเสนอนวัตกรรม

ส่วนในกลุ่มเครื่องดื่มซึ่งบริษัทแม่ในฟิลิปปินส์และเวียดนามมีความแข็งแกร่ง เช่น ชาเขียว กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลังนั้น ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยในระยะ 3-5 ปีนี้ เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มในไทยมีการแข่งขันที่รุนแรงมากและแบ่งย่อยออกเป็นหลายส่วน ซึ่งหากจะเข้าสู่ตลาดนี้บริษัทต้องมั่นใจว่ามีจุดแข็งหรือนวัตกรรมที่แตกต่างจริงๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้

นอกจากการทำตลาดในประเทศไทยแล้ว ยูอาร์ซี ประเทศไทย ยังดูแลการขายและส่งออกสินค้าไปยังประเทศสปป.ลาวด้วย โดยมีการผลิตจากไทยและส่งออกไปจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในลาว พร้อมทั้งมีการสนับสนุนด้านสื่อโฆษณาและการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ในประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยูอาร์ซียังคงยึดมั่นในนโยบายการส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคผ่านสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยพร้อมที่จะปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทศวรรษที่สี่ต่อไป

ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) เน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าหลักและขยายฐานด้วยนวัตกรรม สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

4 เสาหลักปัจจัยความสำเร็จ

นางสาวพรทิพย์ กล่าวว่า ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี โดยเป็นบริษัทในเครือของ Universal Robina Corporation จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมเกือบทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สำหรับในประเทศไทย ยูอาร์ซีถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) โดยเฉพาะในกลุ่มขนมขบเคี้ยว

ประกอบด้วย 5 หมวดสินค้าหลัก ได้แก่ บิสกิต (แครกเกอร์และคุกกี้), เวเฟอร์, สแน็ค, ลูกอมและมาชเมลโลว์ และเค้ก โดยมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง อาทิ ฟันโอ (Fun-O) ในกลุ่มคุกกี้, ดิวเบอร์รี่ (Dewberry) และโรซ่า (Roxy) ในกลุ่มเวเฟอร์, โรลเลอร์ โคสเตอร์ (Roller Coaster) ในกลุ่มสแน็คที่มีทั้งรูปทรงวงแหวนและแผ่นเรียบ รวมถึงแบรนด์ไดนาไมท์ (Dynamite) และลัช (Lush) ในกลุ่มลูกอม

“แนวทางการดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดใน 3 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าหลักและขยายฐานด้วยนวัตกรรม เพื่อรักษาอัตราการเติบโตและรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยูอาร์ซีประสบความสำเร็จและเติบโต ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. ความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง (Consumer Insight) 2. ความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) 3. การสนับสนุนทางการตลาดที่ต่อเนื่องและครอบคลุมทั้ง Above the Line และ Below the Line และ 4. เครือข่ายการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทใช้ทีมขายของตนเองในการเข้าถึงร้านค้าทั้งในกลุ่มโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Open Trade) ทั่วประเทศ

ปัจจุบันยูอาร์ซีมีโรงงานหลักตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อผลิตสินค้าป้อนทั้งตลาดในประเทศและส่งออก โดยสัดส่วนยอดขายหลักกว่า 80% มาจากตลาดภายในประเทศ และอีก 20% เป็นการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดทั่วโลกผ่านทีมส่งออกเฉพาะ