
อะไรเอ่ยคืออะไร! ฉากที่ 6
อะไรเอ่ยคืออะไร! ฉากที่ 6 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- บทความใช้รูปแบบคำถาม "อะไรเอ่ย" เพื่อนำเสนอเกร็ดความรู้และอธิบายความหมายของคำศัพท์ต่างๆ ที่คนอาจไม่คุ้นเคย
- มีการยกตัวอย่างคำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น "ปริทันต์" ซึ่งหมายถึงอวัยวะรอบฟัน และที่มาของคำว่า "ดร." ที่แปลว่า "ผู้สอน"
- ผู้เขียนสอดแทรกเรื่องเล่าและมุกตลกขบขัน เพื่อทำให้การอธิบายความหมายของคำต่างๆ มีความสนุกสนานและน่าจดจำ
เรามาสมมุติกันอีกทีว่า ถ้าแฟนเราเขาไปชอปปิ้ง มุดอยู่ในห้างสรรพสินค้า เดินวนไปเลี้ยวมาสักครู่ เธอก็หวนกลับมาถามเราว่า “เธอถามฉันบ่อยว่า อะไรเอ่ย คือ อะไร วันนี้ฉันถามเองบ้างนะว่า อะไรเอ่ย คือ ปริทันต์ นึกดูให้ดี ปริทันต์ คือ อะไร ห้ามถาม AI ห้ามขานไขกับ Google?”
ผมว่า ครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน เขาก็คงจะอินนึกไม่ออก ไม่เชื่อก็ลองเดินเข้าไปในร้านโชว์ห่วย ลองถามพนักงานเขาดูสิว่า ปริทันต์ คือ อะไร รู้ใช่ไหมว่า อะไรเอ่ย คือ ปริทันต์
อย่าทำเป็นเล่นไปนะ ศัพท์วิชาการที่ใครต่อใครเขาซักถามกันเกร่อว่า ดร. หรือ Dr. แปลว่า อะไร ถ้าเราตอบแบบขอไปทีตามฟอร์มว่า ดร. หรือ Dr. คือ ดอกเตอร์ (Doctor) เราก็จะโดน GURU แซวเอาได้ว่า เราตอบแบบกินข้าวไม่หมดจาน แม้แต่เราเองก็ต้องรู้มากกว่างูๆ ปลาๆ เพื่อนบ้านจะได้พึ่งพาอาศัยว่า อะไรเอ่ย คือ อะไร
ผมเอง เป็น อีกาคาบข่าว คล้ายๆ กับนักข่าวคาบข้อมูล ทำมาหากินกับเนื้อหาวิชาการ เจอคำถามแบบบ้านๆ ว่า อะไรเอ่ย คือ อะไร ผมยังหงายท้องเพื่อนพ้องฮากันตรึมเลยอ่ะ
คนรุ่นเก่าเขาคงจะจำผมได้ คนรุ่นใหม่ช่วยกันจำผมหน่อย จะเล่ามุกน้อยๆ ถ้าอ่านแล้วอร่อยก็ลุกกันขึ้นมาฟ้อนรำ ครูผู้หญิงวัยสาว…ราวบันได! ในฐานะที่ เป็น แฟนคลับ คุ้นเคยกับผม พี่เขาถามว่า “จารย์ยังจำได้ไหม มัจฉา แปลว่า อะไร” ผมตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ปลา…ครับ” พี่เขาถามต่อว่า “จารย์รู้ใช่ไหม มัจฉาๆ คือ อะไร” ผมตอบฉับพลันว่า “ปลาสองตัวอ่ะดิ”
ผมจำพี่เขาได้แม่นยำจนถึงวันนี้ เนื่องจาก พี่เขาเฉลยว่า “ม่ายช่ายๆ มัจฉาๆ คือ หมาชัดๆ ไงเล่า!” (ฮา)
ย้อนกลับมาเปิดเผย คำว่า Doctor แต่เดิมมาจากภาษาละติน แปลว่า “ผู้สอน” เริ่มใช้ในมหาวิทยาลัยของยุโรปตั้งแต่สมัยโบราณ ดร. หรือ Dr. คือ ผู้มีความรู้สูงและมีความสามารถในการสอนและการปฏิบัติ!
ตราบใดที่ผู้คนในบ้านเมืองยังขาดความเชื่อมั่นในการเล่าความรู้ที่ทุกคนควรจะรู้ สถาบันการศึกษาทุกระดับต้องขัดเกลา
ลองนึกกันเล่นๆ ถ้าครูเกิดไอเดียพลิกล็อคออกข้อสอบเพียงคำถามเดียว คะแนนเต็ม 100 คะแนน อย่างเช่น ข้อสอบวิชาภาษาไทยตั้งคำถามว่า “อะไรเอ่ย คือ อะไร” ครู กับ ศิษย์ คิดให้ไวใครจะไปก่อน (ฮา)
ว่าแล้วก็ไขความกระจ่างระดับจิ๊บๆ แต่ไม่กระจอกตรงที่ คนอื่นเข้าใจ แต่ทว่า เราไม่รู้เรื่อง เราอาจจะเสียคนได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้อีกสักอย่างที่มันอยู่แนบสนิทติดตัวเรา เพราะว่า “ปริทันต์ คือ อวัยวะที่อยู่รอบๆ ตัวฟัน ซึ่งประกอบด้วย เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ และ กระดูกเบ้าฟัน เมื่อใดเกิดการอักเสบ เมื่อนั้น หมอท่านจะบอกเราว่า คุณเป็น โรคปริทันต์ หรือ โรครำมะนาด นั่นเอง” อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จำเป็นเราอย่าถามพนักงานว่า ปริทันต์
ขืนไปแซวว่าทำไมพนักงานไม่รู้ ประเดี๋ยว “ปริทันต์” เขาอาจจะเปลี่ยนสภาพเป็น “ทันต์…ปริ” (ฮา)
อุตส่าห์ เมาท์ เกี่ยวกับ “ความรู้รอบเหงือก” ก็นึกขึ้นได้ว่า เราน่าจะใส่ใจ “ความรู้รอบครอบครัว!” สิ่งหนึ่งที่เราควรจะจัดทำ คือ การสร้างเส้นทางการเดินภายในบ้าน ให้ พ่อ แม่ ลูก คนใช้ กับ อาคันตุกะ (ผู้มาเยือน) ทุกคนจะได้รู้ว่า “เส้นทางเดินสีอะไรที่มีพลังเป็นสิริมงคลและช่วยให้เดินไปถูกทิศทาง!”
ผมแอบไปชะโงกดูสีในเว็บไซต์หลายร้านก็เห็นจริงว่า คลาสสิค และ สดสวย ยืนยันว่านำมาเล่าโดยผมไม่ได้รับเงินใต้โต๊ะอะไรเลย ไม่งั้นสังคมจะรุมขย่มว่า “สีอะไรเอ่ย คือ สีอะไร!” (ฮา)
เล่าให้รู้อีกนิดว่า “สีครีม” ขาวอมเหลือง สว่างสะอาดตา “สีเบจ” น้ำตาลอ่อน อมเทา อมทราย มีความเข้มมากกว่า สำหรับ “สีนู้ด!” อะไรก็ได้ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับผิว สีนี้เป็นสีที่ คุณแมท – โศภิรัตน์ เธอถือว่าภาพนู้ด เป็น ศิลปะ นู้ด คือ การคืนอิสรภาพต่อมนุษย์ นู้ด คือ การดำดิ่งสู่จิตใต้สำนึกของตัวเอง ผมก็ใจลอยพลอยคิดอยู่ว่า ถ้าวันใดวันหนึ่งภรรยาเดินทางไปต่างแดนหลายวัน สามีคงจะเปลี่ยนเตียงไปนอนในห้องสีนู้ด
แม่บ้านหัวใจกระฉูดรีบสำแดงตัวตนเป็น “มะนุดนู้ด!” ใช้ ชุดนิวด์ คือ เปลือย ตรงกับคำว่า “bare!”
ใครจะไปรู้ว่า ภรรยาเปลี่ยนใจเดินทางกลับมาแล้ว เข้ามาชะโงกดูห้องสีนูด คงจะเปลี่ยนชุดเป็น “เมียพราน”
ลูกหญิงกับลูกชายลุ้นกันนานกว่าจะสงบ สามีไม่สลบแต่มีภาพศิลปะหลายจุด คือ “ผิวหนังบวมเป็นรูปฝ่ามือ”
ใครจะไปเชื่อว่า “สีนู้ด!” เฮี้ยนกว่า “สีครีม” กับ “สีเบจ” ไม่ต้องมาถามว่า แม่บ้าน อาการเขาเป็นไงบ้าง นังนั่นเผ่นแผลวออกนอกประเทศทางด่านธรรมชาติไปปู๊น (ฮา)
กำลังนึกถึงแม่บ้านแต่สมองมันสะท้านเปลี่ยนบทส่งท้ายว่า บาทหลวงผิวขาวเขาไปอาศัยอยู่กับชนเผ่าแอฟริกัน
ใช้เวลาในแต่ละวันสอนวิถีทางของพระเจ้า ไม่ทันข้ามปีก็มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งให้กำเนิดทารกผิวสีนูด หัวหน้าหมู่บ้านทำหน้าบูดถามนักบวช นักบวชบอกง่ายๆ จะได้อายุยืนว่า “หัวหน้า เห็นฝูงแกะนั่นไหม พวกมันทั้งหมดเป็นสีขาว ยกเว้น ตัวหนึ่งมันสีดำ
เล่าแบบนี้มันช่วยให้ท่านหัวหน้าเข้าใจมากขึ้นไหม?” หัวหน้าเขาพยักหน้าแล้วกระซิบกับบาทหลวงนอกคำภีร์ว่า “ฉันจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเด็ก คุณก็อย่าพูดอะไรเกี่ยวกับแกะ” (ฮา)
หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจกรณีท้ายสุดว่า “แกะตัวหนึ่งสีดำ” คือ อะไร และ อะไรเอ่ย คือ “ทารกผิวสีขาว” (ฮา)







