iPad (gen 10) ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อม 4 สีสันสดใส ราคาเริ่ม 17,900 บาท

19 ตุลาคม 2565

Apple เปิดตัว iPad ที่ออกแบบใหม่หมดใน 4 สีสันสดใส มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว, ชิป A14 Bionic ที่ทรงพลัง, กล้องสุดล้ำ, การเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รวดเร็ว, USB-C, รองรับ Magic Keyboard Folio ใหม่ และอีกมากมาย

Apple เปิดตัว iPad ใหม่ในดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดพร้อมด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว โดย iPad ใหม่ขับเคลื่อนด้วยชิป A14 Bionic ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นพร้อมด้วยความสามารถในการประหยัดพลังงานสำหรับงานที่ต้องประมวลผลอย่างหนักหน่วงโดยยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

iPad (gen 10) ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อม 4 สีสันสดใส ราคาเริ่ม 17,900 บาท

กล้องที่อัปเดตใหม่มาพร้อมกล้องหน้าอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP ที่อยู่ในขอบฝั่งแนวนอนของ iPad เพื่อประสบการณ์วิดีโอคอลที่ดียิ่งขึ้น และกล้องหลังความละเอียด 12MP ที่อัปเดตใหม่ให้รองรับการถ่ายภาพและวิดีโอ 4K ได้สดใสและคมชัด พอร์ต USB-C ทำให้รองรับอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย, Wi-Fi 6 มอบการเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น และรุ่นเซลลูลาร์มาพร้อม 5G ที่เร็วสุดแรง ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อได้ตลอดเวลาระหว่างเดินทาง

iPad (gen 10) ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อม 4 สีสันสดใส ราคาเริ่ม 17,900 บาท

นอกจากนี้ Magic Keyboard Folio แบบใหม่หมดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ iPad ใหม่ ยังมาพร้อมประสบการณ์การพิมพ์ที่น่าทึ่ง แทร็คแพดที่คุณจะคลิกตรงไหนก็ได้ และดีไซน์แบบสองชิ้นที่อเนกประสงค์ และด้วย iPadOS 16 และการรองรับ Apple Pencil (รุ่นที่ 1) ยังทำให้ iPad สามารถมอบวิธีสร้างสรรค์และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแก่ผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น

"เราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้นำ iPad ที่ออกแบบใหม่หมดมาสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPad ที่ล้ำหน้าที่สุดของเราเท่าที่เคยมีมา" Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าว "ด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว, ชิป A14 Bionic ที่ทรงพลัง, กล้องหน้าในแนวนอนเป็นครั้งแรก, การเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รวดเร็ว, USB-C และรองรับอุปกรณ์เสริมที่น่าทึ่ง อาทิ Magic Keyboard Folio ใหม่ กล่าวได้ว่า iPad ใหม่ให้คุณค่ามากขึ้น อเนกประสงค์กว่าเดิม และยังสนุกสนานกว่าที่เคย"

iPad (gen 10) ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อม 4 สีสันสดใส ราคาเริ่ม 17,900 บาท

ดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดมาพร้อม 4 สีสันสดใส

 

iPad ใหม่มาพร้อมดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดใน 4 สีสันสดใส ได้แก่ สีฟ้า สีชมพู สีเหลือง และสีเงิน จอภาพ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว อันน่าทึ่งขยายจนถึงขอบ ทำให้ผู้ใช้มีพื้นที่หน้าจอมากขึ้นสำหรับแอป เกม และสนุกได้เต็มที่บน iPad โดยที่ทั้งหมดใกล้เคียงกับขนาดเดิมในรุ่นก่อนหน้า จอภาพ Liquid Retina ใหม่ให้ประสบการณ์ด้านภาพที่สวยงามด้วยความละเอียด 2360x1640 พิกเซล คิดเป็นเกือบ 4 ล้านพิกเซล ความสว่าง 500 นิต และเทคโนโลยี True Toneอีกทั้งยังย้าย Touch ID ไปไว้ที่ปุ่มด้านบนของ iPad ทำให้ปลดล็อค ล็อกอินเข้าสู่แอป และใช้ Apple Pay ได้อย่างราบรื่น

ชิป A14 Bionic ประสิทธิภาพดีขึ้น

 

ชิป A14 Bionic ที่ทรงพลังมีให้ใช้แล้วบน iPad โดยให้ CPU ที่ทำงานได้มากขึ้น 20% และกราฟิกที่ปรับปรุงดีขึ้น 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ iPad ใหม่ มีความเร็วกว่าแท็บเล็ต Android ที่ขายดีที่สุดถึง 5 เท่า และสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการอัปเกรดจากอุปกรณ์ เช่น iPad (รุ่นที่ 7) ก็จะได้ประสิทธิภาพโดยรวมที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นถึง 3 เท่าบน iPad ใหม่ ฟังก์ชั่นการเรียนรู้ของระบบสุดล้ำยังขับเคลื่อนโดย Neural Engine แบบ 16-core ในชิป A14 Bionic ซึ่งมีจำนวนคอร์มากกว่าชิป A13 ถึงสองเท่า จนอัดฉีดความสามารถด้านการเรียนรู้ของระบบได้สูงสุดถึง 80% สำหรับงานทั่วไปในแต่ละวัน เช่น การทำโครงงานของโรงเรียน การตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง หรือการเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยงามสมจริง ชิป A14 Bionic ก็ช่วยมอบประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานได้จนต้องทึ่ง

iPad (gen 10) ดีไซน์ใหม่หมด มาพร้อม 4 สีสันสดใส ราคาเริ่ม 17,900 บาท

กล้องและเสียงสุดล้ำ

 

ถือเป็นครั้งแรกบน iPad ทุกรุ่นที่ตอนนี้กล้องหน้าอยู่ในขอบฝั่งแนวนอน ไม่ว่าผู้ใช้จะต้องการโทร FaceTime หรือบันทึกวิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดีย ก็สามารถมองตรงไปที่กล้องได้ตลอดเวลา กล้องหน้าอัลตร้าไวด์ในแนวนอนพร้อมเซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP และมุมมองภาพ 122 องศา รองรับคุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลาง ซึ่งจะคอยแพนและซูมโดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้อยู่ในมุมมองภาพตลอดเวลาขณะที่ขยับตัวไปมา กล้องไวด์ด้านหลังความละเอียด 12MP ที่อัปเกรดใหม่บน iPad ให้รูปภาพความละเอียดสูงและวิดีโอ 4K ที่เห็นทุกรายละเอียด พร้อมรองรับสโลว์โมชั่นที่ 240 fps

 

ไมโครโฟนคู่ออกแบบมาให้ทำงานไปด้วยกันกับกล้อง โดยสามารถอัดเสียงจากกล้องที่กำลังใช้งานและลดเสียงรอบข้างที่รบกวนให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนลำโพงสเตอริโอแนวนอนใหม่ที่ทำงานผสานกับจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นบน iPad ก็ทำให้ประสบการณ์การรับชมวิดีโอดียิ่งขึ้น

 

Wi-Fi 6, 5G และ USB-C เพื่อการเชื่อมต่อเร็วขึ้น

 

ผู้ใช้สามารถทำอะไรๆ ได้มากขึ้นบน iPad ในระหว่างเดินทางด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รวดเร็วกว่าเดิม ด้วยการรองรับ Wi-Fi 6 ใหม่ ทำให้การเชื่อมต่อบน iPad ใหม่ทำได้เร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac ที่รองรับในรุ่นก่อนหน้า ส่วนรุ่นเซลลูลาร์พร้อม 5G ช่วยให้ iPad ใช้ระดับความเร็วสูงสุดได้ถึง 3.5Gbps ในสภาวะที่เหมาะสม4 ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงไฟล์ สื่อสารกับเพื่อน และสตรีมคอนเทนต์ได้อย่างราบรื่นจากที่ใดก็ได้ และเมื่อรวมกับการยังคงรองรับ Gigabit LTE, ซิมการ์ดจริง และ eSIM ที่เปิดใช้งานได้บนอุปกรณ์ ทำให้ iPad ให้ความคล่องตัวในเรื่องการเชื่อมต่อได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนพอร์ต USB-C นั้นก็รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายและใช้เวลาชาร์จได้เร็วขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟกำลังสูง

 

อุปกรณ์เสริม

 

อุปกรณ์เสริมช่วยต่อยอดความอเนกประสงค์ของ iPad และเปิดโอกาสแห่งความสร้างสรรค์และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น อาทิ Magic Keyboard Folio ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ iPad ใหม่ ให้ประสบการณ์การพิมพ์ที่น่าทึ่งด้วยปุ่มขนาดมาตรฐาน, ระยะห่างระหว่างปุ่ม 1 มม. และสัมผัสที่ตอบสนองได้ทันใจ และยังเป็นครั้งแรกที่ iPad มีคีย์บอร์ดที่มีแทร็คแพดขนาดใหญ่และรองรับการคลิกตรงไหนก็ได้พร้อมด้วยคำสั่งนิ้ว Multi-Touch ซึ่งทำให้การเลื่อน การปัด การหนีบหรือกางนิ้ว และการขยับเคอร์เซอร์เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น แถวปุ่มฟังก์ชั่น 14 ปุ่มใหม่ทำให้เรียกใช้คำสั่งลัดและงานทั่วไปในแต่ละวันได้ง่ายดาย เช่น การปรับระดับเสียงหรือความสว่างของจอภาพ ดีไซน์แบบสองชิ้นที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระและอเนกประสงค์ประกอบด้วยคีย์บอร์ดแบบถอดได้และปกด้านหลังที่คอยช่วยปกป้องตัวเครื่องซึ่งสามารถยึดติดกับ iPad ด้วยแม่เหล็ก โดยสามารถยึดติดคีย์บอร์ดกับ Smart Connector ตรงขอบของ iPad ด้วยแม่เหล็ก ซึ่งจ่ายไฟและรับส่งข้อมูลได้ นั่นหมายถึงว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องชาร์จหรือจับคู่คีย์บอร์ด และสามารถพับคีย์บอร์ดเอาไว้ด้านหลัง iPad ได้ง่ายดายหรือจะถอดแยกออกอย่างอิสระก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ปกด้านหลังยังมีแท่นวางที่ปรับได้ ให้อิสระมากขึ้นระหว่างที่เล่นเกม ดูวิดีโอ และอีกมากมาย

 

iPadOS 16 มอบคุณสมบัติใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ

 

iPadOS 16 มอบคุณสมบัติด้านประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกันแบบใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นบน iPad

-คุณสมบัติใหม่ในแอปข้อความทำให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขหรือยกเลิกข้อความที่เพิ่งส่ง กู้คืนข้อความที่เพิ่งลบ และทำเครื่องหมายการสนทนาให้เป็นสถานะยังไม่ได้อ่าน เพื่อจะได้ย้อนกลับมาอ่านในภายหลัง5 นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการทำงานร่วมกันแบบใหม่ในแอปข้อความ ทำให้การเริ่มและจัดการโปรเจ็กต์ที่แชร์กันทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

-Freeform เป็นแอปใหม่ด้านการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพใน iPadOS โดยมาพร้อมผืนผ้าใบที่ยืดหยุ่นและรองรับการทำงานกับ Apple Pencil ได้อย่างสมบูรณ์ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มองเห็น แชร์ และทำงานร่วมกันทั้งหมดได้จากที่เดียว6

-คลังรูปภาพ iCloud ที่แชร์ทำให้ผู้ใช้สามารถแชร์รูปภาพได้อย่างราบรื่นโดยอัตโนมัติร่วมกับสมาชิกในครอบครัวสูงสุด 6 คน

-Safari เพิ่มกลุ่มแถบที่แชร์เพื่อรองรับการท่องเว็บร่วมกับผู้อื่น และพาสคีย์ยังทำให้ประสบการณ์ด้านการท่องเว็บเกิดความปลอดภัยมากกว่าที่เคยมีมา

-ตอนนี้ในแอปเมล ผู้ใช้สามารถกำหนดเวลาให้อีเมลล่วงหน้าและยังมีช่วงเวลาให้ยกเลิกการส่งข้อความได้ก่อนที่จะส่งไปถึงกล่องเข้าของผู้รับ

-แอปสภาพอากาศมีให้ใช้แล้วใน iPad โดยออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์จากจอภาพอันน่าทึ่งพร้อมแอนิเมชั่นที่สวยงาม และเพียงแตะแค่ครั้งเดียว ผู้ใช้ก็จะเห็นข้อมูลสภาพอากาศที่สำคัญที่สุด

-คุณสมบัติข้อความในภาพสามารถตรวจจับข้อความในภาพได้ทั่วทั้งระบบโดยใช้ความสามารถอันชาญฉลาดบนอุปกรณ์ และตอนนี้คุณสมบัติดังกล่าวยังทำงานได้กับวิดีโอ โดยโต้ตอบกับข้อความในเฟรมวิดีโอที่หยุดชั่วคราวได้อย่างสมบูรณ์แบบ และตอนนี้คุณสมบัติค้นดูจากภาพยังอนุญาตให้ผู้ใช้ดึงตัวแบบออกจากภาพ หรือแยกตัวแบบโดยตัดฉากหลังออกด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว

 

ราคาและความพร้อมในการวางจำหน่าย

 

iPad ใหม่รุ่น Wi-Fi พร้อมวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท และรุ่น Wi-Fi + Cellular ในราคาเริ่มต้นที่ 23,900 บาท โดย iPad ใหม่รุ่นความจุ 64GB และ 256GB มาในสีฟ้า สีชมพู สีเหลือง และสีเงิน

 

Apple Pencil (รุ่นที่ 1) ใช้งานได้กับ iPad ใหม่ โดยต้องใช้อะแดปเตอร์ USB-C เป็น Apple Pencil ใหม่ในการจับคู่และการชาร์จ ซึ่งจะมีให้ในกล่องพร้อม Apple Pencil (รุ่นที่ 1) เวอร์ชั่นใหม่ ที่จำหน่ายในราคา 3,900 บาท

 

สำหรับผู้ที่มี Apple Pencil (รุ่นที่ 1) อยู่เดิม อะแดปเตอร์ USB-C เป็น Apple Pencil มีจำหน่ายแยกต่างหากในราคา 390 บาท

 

Magic Keyboard Folio ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ iPad ใหม่มีวางจำหน่ายในราคา 9,990 บาท และมาในสีขาว

 

Smart Folio ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ iPad ใหม่มีวางจำหน่ายในราคา 3,390 บาท ในสีขาว สีท้องฟ้า สีแดงแตงโม และสีเหลืองเลมอน