thansettakij
thansettakij
ตม.สนามบิน ออกกฏใหม่เด็กไทย ต่ำกว่า 18 ปี บินออกนอกประเทศ ต้องแสดงสูติบัตร

ตม.สนามบิน ออกกฏใหม่เด็กไทย อายุต่ำกว่า 18 ปี บินออกนอกประเทศ ต้องแสดงสูติบัตร

03 ส.ค. 69 | 11:46 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 08:34 น.

ตม.สนามบินสุวรรณภูมิ ออกกฏใหม่เด็กสัญชาติไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ต้องแสดงสูติบัตร หนังสือยินยอมจากพ่อหรือแม่

KEY

POINTS

  • ตม.สนามบินสุวรรณภูมิออกกฎใหม่ กำหนดให้เด็กสัญชาติไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องแสดงสูติบัตรเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ
  • เอกสารที่สามารถใช้แสดงได้คือ สูติบัตรฉบับจริง, สำเนา หรือภาพถ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
  • มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็ก และป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์หรือการลักพาตัวเด็กข้ามแดน

วันนี้(วันที่ 3 สิงหาคม 2569) ตม.สนามบินสุวรรณภูมิ ออกกฏใหม่เด็กสัญชาติไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ควรตรวจสอบและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทาง เพื่อความสะดวกในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออกประกาศสำหรับเด็กสัญชาติไทยทีมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ที่จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย ระบุว่า บิดา มารดา หรือบุคคลอื่น จำเป็นต้องแสดงเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อความสะดวกในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ได้แก่

  1. สูติบัตรฉบับจริง หรือ สำเนาสูติบัตร หรือ ภาพถ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  2.  หนังสือยินยอมจากบิดา และ/หรือ มารดา ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ

ตม.สนามบิน ออกกฏใหม่เด็กไทย ต่ำกว่า 18 ปี เดินทางออกนอกประเทศ ต้องแสดงสูติบัตร หนังสือยินยอม

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เด็กสัญชาติไทยทีมีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้โดยใช้เพียงพาสปอร์ตเท่านั้น แต่ตอนนี้มาตรการดังกล่าวได้เปลี่ยนไป เพื่อคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของเด็ก และป้องกันมิให้เด็กถูกพาออกไปนอกราชอาณาจักรโดยมิชอบ หรือ โดยปราศจากความยินยอมของบิดา มารดา หรือ ผู้มีอำนาจปกครองตามกฎหมาย

ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "มาตรการควบคุมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของผู้เยาว์" เปรียบเทียบกับกรณีศึกษาด่านตรวจคนเข้าเมืองไทยและระเบียบปฏิบัติในระดับสากล

พบว่า การบังคับใช้มาตรการตรวจสอบสูติบัตรและหนังสือยินยอมของผู้ปกครองสำหรับการเดินทางข้ามแดนของผู้เยาว์ มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาบังคับใช้ผ่านกฎหมายคนเข้าเมืองและการคุ้มครองสิทธิเด็ก ซึ่งมีระดับความเข้มงวดและกลไกการตรวจสอบที่แตกต่างกันไปตามบริบททางกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ ดังนี้

ตม.สนามบิน ออกกฏใหม่เด็กไทย อายุต่ำกว่า 18 ปี บินออกนอกประเทศ ต้องแสดงสูติบัตร

ประเทศแอฟริกาใต้

ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระเบียบการเดินทางของผู้เยาว์เข้มงวดที่สุดในโลก โดยกระทรวงมหาดไทย (Department of Home Affairs) บังคับใช้ระเบียบให้ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปีทุกคน ทั้งสัญชาติแอฟริกาใต้และสัญชาติต่างชาติ ที่เดินทางเข้าหรือออกจากแอฟริกาใต้ ต้องแสดงสูติบัตรแบบสมบูรณ์ (Unabridged Birth Certificate - UBC) ที่ระบุรายชื่อบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิดอย่างครบถ้วนควบคู่กับหนังสือเดินทาง 

หากผู้เยาว์เดินทางกับบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายเดียว จะต้องมีหนังสือชี้แจงภายใต้การสาบานตนยินยอม (Parental Consent Affidavit) จากอีกฝ่าย อย่างไรก็ดี แอฟริกาใต้ได้เริ่มพัฒนาระบบหนังสือเดินทางรุ่นใหม่โดยระบุชื่อบิดามารดาลงในเล่มหนังสือเดินทางของผู้เยาว์โดยตรง เพื่อลดภาระการพกสูติบัตรกระดาษแก่พลเมืองตนเอง แต่ระเบียบเดิมยังคงบังคับใช้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติต่างภาษาอย่างเคร่งครัด

ประเทศฟิลิปปินส์

กำหนดมาตรการควบคุมผ่านระบบใบอนุญาตเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (DSWD Travel Clearance) ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Department of Social Welfare and Development - DSWD) ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กจากการทารุณกรรมและการแสวงหาประโยชน์ (Republic Act No. 7610)

ผู้เยาว์สัญชาติฟิลิปปินส์อายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางออกนอกประเทศโดยลำพัง หรือเดินทางไปกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บิดามารดา ต้องยื่นขอใบอนุญาตดังกล่าวโดยใช้สูติบัตรที่ออกโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (PSA Birth Certificate) หนังสือยินยอมผ่านการรับรองโนตารี และหนังสือรับรองการไม่ได้จดทะเบียนสมรส (CENOMAR) กรณีเป็นบุตรนอกกฎหมายที่เดินทางกับบิดา

ปัจจุบันฟิลิปปินส์ได้ย้ายระบบอนุมัติทั้งหมดไปสู่ระบบออนไลน์ Minors Traveling Abroad (MTA) ซึ่งออกใบรับรองดิจิทัลพร้อม QR Code เพื่อตรวจสอบ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง

ประเทศบราซิล

บังคับใช้ระเบียบผ่านสภาตุลาการแห่งชาติ (National Council of Justice - CNJ) ตามข้อกำหนด Resolution 295/2019 โดยกำหนดให้ผู้เยาว์สัญชาติบราซิลอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มีบิดามารดาพร้อมกันทั้งสองคน ต้องแสดงหนังสือยินยอมเดินทางตามแบบฟอร์มมาตรฐานของ CNJ ที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อจากโนตารีพับลิก

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ (Federal Police) บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก มีอำนาจปฏิเสธการเดินทางทันทีหากเอกสารไม่ครบถ้วน 

ประเทศเม็กซิโก

สถาบันตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (INAMI) บังคับใช้ระเบียบการแสดงหนังสือยินยอมและสูติบัตรแก่ผู้เยาว์สัญชาติเม็กซิกันและผู้เยาว์ต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในเม็กซิโกอย่างกวดขัน

สำหรับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (Schengen Area) สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีกฎหมายกลางบังคับใช้ในทุกกรณี แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ จุดตรวจชายแดน มีอำนาจตามกฎหมายในการใช้ดุลยพินิจสุ่มตรวจสูติบัตรและหนังสือยินยอมเดินทางที่ผ่านการรับรอง (Notarized Child Travel Consent) หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทางของผู้เยาว์ร่วมกับผู้ใหญ่เพียงลำพัง

เจาะลึกเหตุผลเชิงนโยบายในการออกมาตรการ

การบังคับใช้มาตรการตรวจสอบสูติบัตรและหนังสือยินยอมของผู้ปกครองอย่างกวดขัน ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง มีวัตถุประสงค์เชิงนโยบายความมั่นคงและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ลึกซึ้ง โดยปัจจัยขับเคลื่อนประการแรกคือการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติและการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์

เครือข่ายอาชญากรรมมักอาศัยช่องโหว่ของการเดินทางข้ามแดนในการนำเด็กออกนอกประเทศโดยการสวมตัวตน หรือแอบอ้างเป็นผู้ปกครอง การตรวจเช็กเพียงหนังสือเดินทางไม่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือสิทธิปกครองตามกฎหมายได้ การบังคับแสดงสูติบัตรซึ่งระบุชื่อบิดาและมารดาอย่างชัดเจน จึงเป็นกลไกคัดกรองขั้นด่านหน้าที่ช่วยยับยั้งการพาเด็กออกไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ปัจจัยขับเคลื่อนประการต่อมาเกี่ยวข้องกับปัญหาการแย่งชิงสิทธิปกครองบุตรและการลักพาตัวเด็กโดยบิดาหรือมารดา (Parental Child Abduction) ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณีที่ครอบครัวมีความขัดแย้งหรืออยู่ระหว่างการหย่าร้าง บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ไม่ได้สิทธิปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว อาจพยายามนำบุตรเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับการยินยอมจากอีกฝ่าย เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการฟ้องร้องคดีสิทธิปกครองในต่างประเทศ

การกำหนดให้มีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่ายซึ่งออกโดยหน่วยงานรัฐ และการยืนยันตัวตนด้วยสูติบัตร ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสามารถระงับการเดินทางที่เป็นการละเมิดอำนาจปกครองตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ โครงสร้างครอบครัวในสังคมยุคใหม่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส การที่มารดาใช้นามสกุลเดิม การหย่าร้าง หรือการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ส่งผลให้ผู้เยาว์จำนวนมากมีนามสกุลไม่ตรงกับบิดาหรือมารดาที่เดินทางร่วมกัน หากไม่มีเอกสารยืนยัน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะไม่สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ที่ถูกต้องได้ สูติบัตรจึงทำหน้าที่เป็นเอกสารอ้างอิงหลักในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวอย่างเป็นทางการ

ส่วนมิติกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรการนี้ยังเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (UN Convention on the Rights of the Child - UNCRC) และหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยแง่มุมทางแพ่งของการลักพาเด็กข้ามชาติ ซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องดำเนินมาตรการเชิงป้องกันเพื่อคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์ (Best Interests of the Child) การเพิ่มความกวดขัน ณ จุดตรวจคนเข้าเมืองจึงเป็นการสร้างกลไกป้องกันเชิงรุกระดับพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ

ผลกระทบต่อผู้เดินทาง

การนำมาตรการนี้มาบังคับใช้จริง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการเตรียมตัวของผู้เดินทางอย่างมีนัยสำคัญ 

ในระยะแรก ผู้เดินทางบางส่วนที่ขาดข้อมูลข่าวสารล่วงหน้าอาจประสบความล่าช้าหรือความไม่สะดวกบริเวณเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ดี การผ่อนปรนให้แสดงสูติบัตรในรูปแบบไฟล์ภาพถ่ายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นการปรับตัวเชิงนโยบายที่ช่วยลดภาระแก่ประชาชน โดยไม่กระทบต่อสาระสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล1
สำหรับทิศทางในอนาคต การคัดกรองผู้เยาว์เดินทางข้ามแดนมีแนวโน้มปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการเพื่อลดการใช้เอกสารกระดาษ

แนวทางที่อาจเกิดขึ้นได้แก่การบันทึกข้อมูลความสัมพันธ์บิดามารดาไว้ในไมโครชิปชีวภาพของหนังสือเดินทาง รวมถึงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรระหว่างกรมการปกครองกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสามารถดึงข้อมูลสูติบัตรและสิทธิปกครองบุตรขึ้นมาตรวจสอบได้ทันทีเมื่อสแกนหนังสือเดินทางของผู้เยาว์

นอกจากนี้ การพัฒนาระบบการแจ้งขออนุญาตเดินทางสำหรับผู้เยาว์ทางออนไลน์ล่วงหน้า (Digital Travel Authorization) ดังเช่นระบบ MTA ของฟิลิปปินส์ จะช่วยให้การอนุมัติและออกหนังสือยินยอมสอดรับกับมาตรฐานความปลอดภัยสมัยใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ และช่วยลดความแออัดบริเวณจุดตรวจขาออกได้อย่างยั่งยืน