thansettakij
thansettakij
AWS-ไมโครซอฟท์ งัดแผนลดใช้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ รับแรงโจมตี

AWS-ไมโครซอฟท์ งัดแผนลดใช้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ รับแรงโจมตี

19 มิ.ย. 69 | 02:11 น.

ดาต้าเซ็นเตอร์ AI กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของบิ๊กเทค หลังการขยายกำลังประมวลผลดันความต้องการไฟฟ้าและน้ำเพิ่มขึ้นทั่วโลก AWS เร่งแผน Water Positive 2030 เดินหน้าใช้น้ำรีไซเคิล ลดการดึงน้ำจืดจากชุมชน ขณะที่ ไมโครซอฟท์ ชูดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ ใช้น้ำทั้งปีใกล้เคียงร้านอาหารเพียง 1 แห่ง

KEY

POINTS

  • AWS และ Microsoft กำลังเผชิญแรงกดดันจากการใช้น้ำปริมาณมากในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวเพื่อรองรับ AI จึงได้เปิดตัวแผนลดการใช้น้ำอย่างจริงจัง
  • AWS ตั้งเป้าหมาย Water Positive ภายในปี 2030 โดยเน้นการใช้น้ำรีไซเคิล ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Free Air Cooling) และการเดินเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาน้ำ
  • Microsoft ชูเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหล่อเย็นแบบวงจรปิด (Closed-Loop) ซึ่งเติมน้ำครั้งเดียวและหมุนเวียนใช้ซ้ำ ทำให้ใช้น้ำน้อยมากเทียบเท่าร้านอาหารเพียงแห่งเดียว

 

ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์กำลังถูกจับตามากขึ้น หลังการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องเร่งขยายศูนย์ข้อมูล เพื่อรองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ ทั้งการฝึกโมเดล AI การให้บริการคลาวด์ และการประมวลผลแบบเรียลไทม์

แต่การเติบโตดังกล่าวไม่ได้มีเพียงเม็ดเงินลงทุนหรือจำนวนชิปประมวลผลที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็นเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ชุมชน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนทิศทางใหม่ของธุรกิจคลาวด์และ AI ที่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะกำลังประมวลผล แต่ต้องแข่งขันกันที่ความสามารถในการบริหารทรัพยากร โดยเฉพาะ “น้ำ” ซึ่งกำลังกลายเป็นต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่บิ๊กเทคต้องเปิดเผยและบริหารให้ชัดเจนมากขึ้น

AWS เร่ง Water Positive 2030 ลดดึงนํ้าจืดจากชุมชน

แผนหลักของ Amazon Web Services หรือ AWS อยู่ภายใต้เป้าหมายระยะยาวในการเป็น water positive ภายในปี 2030 หรือการคืนน้ำให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า AWS เดินหน้าไปแล้ว 75% ของเป้าหมาย พร้อมขยายการใช้น้ำรีไซเคิลและน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดการดึงน้ำจืดจากชุมชน

AWS-ไมโครซอฟท์ งัดแผนลดใช้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ รับแรงโจมตี AWS-ไมโครซอฟท์ งัดแผนลดใช้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ รับแรงโจมตี

AWS วางเรื่องน้ำเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายดาต้าเซ็นเตอร์ยุค AI เพราะการเพิ่มกำลังประมวลผลไม่สามารถพิจารณาเฉพาะไฟฟ้าหรือพื้นที่ก่อสร้างได้อีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ

ปัจจุบัน AWS ใช้น้ำรีไซเคิลในระบบหล่อเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์ 24 แห่งทั่วโลก และมีแผนขยายการใช้น้ำรีไซเคิลไปสู่มากกว่า 120 พื้นที่ในรัฐและเคาน์ตีของสหรัฐฯ ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ภายในปี 2030 โดยบริษัทประเมินว่าแนวทางนี้จะช่วยรักษาน้ำสะอาดสำหรับชุมชนในสหรัฐฯ ได้มากกว่า 530 ล้านแกลลอนต่อปี

 

นอกจากนี้ AWS ยังเดินหน้าโครงการฟื้นฟูน้ำมากกว่า 50 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยคืนน้ำกลับสู่ชุมชนได้มากกว่า 5.8 พันล้านแกลลอนต่อปี เมื่อโครงการทั้งหมดดำเนินการเต็มรูปแบบ สะท้อนว่าเป้าหมาย water positive ไม่ได้อยู่ที่การลดใช้น้ำในดาต้าเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการลงทุนฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจด้วย

ส่วนตัวเลขการใช้น้ำที่ AWS เปิดเผยในเดือนมิถุนายน 2026 เป็นข้อมูลการใช้น้ำจริงของปี 2025 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกของ Amazon ใช้น้ำรวมประมาณ 2.5 พันล้านแกลลอน หรือราว 9.5 พันล้านลิตร ขณะที่ไซต์ที่บริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยตรงใช้น้ำลดลง 2% จากปีก่อน แม้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ยังขยายตัว

ตัวชี้วัดสำคัญคือ Water Usage Effectiveness หรือ WUE ซึ่ง AWS ระบุว่าอยู่ที่ 0.12 ลิตรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงในปี 2025 ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมกว่า 7 เท่า และดีขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปี 2021 ตัวเลขนี้ถูกใช้สะท้อนว่า AWS พยายามลดการใช้น้ำต่อหน่วยประมวลผล แม้ความต้องการคลาวด์และ AI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

มาตรการหลักของ AWS คือการพึ่งพา free air cooling หรือการใช้อากาศภายนอกช่วยระบายความร้อนให้เซิร์ฟเวอร์ โดยบริษัทระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้การระบายความร้อนด้วยอากาศประมาณ 90% ของเวลา และใช้น้ำเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิสูงมากเท่านั้น

นอกจากนี้ AWS ยังปรับให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานได้ในอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพื่อลดชั่วโมงการใช้น้ำในระบบหล่อเย็น โดยผลทดสอบของบริษัทระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เดินเครื่องในอุณหภูมิสูงขึ้นสามารถลดการใช้น้ำได้ราว 50% เมื่อเทียบกับศูนย์ข้อมูลที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน

ประเด็นสำคัญของ AWS จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเลขว่าใช้น้ำเท่าไรในปีที่ผ่านมา แต่คือการใช้ข้อมูลล่าสุดเพื่อยืนยันแผนลดแรงกดดันด้านน้ำในระยะยาว ท่ามกลางการขยายดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับ AI ซึ่งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ไมโครซอฟท์ ชูดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ ใช้นํ้าเท่าร้านอาหาร 1 แห่ง

นายสัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมโครซอฟท์  กล่าวว่าแนวทางพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ของไมโครซอฟท์อยู่ภายใต้แนวคิด Community-First AI Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความกังวลของชุมชนท้องถิ่น ทั้งเรื่องน้ำ พลังงาน ค่าไฟ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

AWS-ไมโครซอฟท์ งัดแผนลดใช้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ รับแรงโจมตี

ดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ของบริษัทใช้ระบบหล่อเย็นแบบเติมน้ำเพียงครั้งเดียว จากนั้นสามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแทบไม่ต้องใช้น้ำเพิ่มเติม

นายนาเดลลา กล่าวว่า ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยตลอดทั้งปีของดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่นี้ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับร้านอาหารเพียง 1 แห่ง ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่า Microsoft ต้องการลดแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI

เทคโนโลยีสำคัญคือ Closed-Loop Liquid Cooling หรือระบบหล่อเย็นแบบวงจรปิด ซึ่งแตกต่างจากดาต้าเซ็นเตอร์แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาการระเหยของน้ำเพื่อระบายความร้อน และต้องเติมน้ำใหม่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

สำหรับระบบใหม่ น้ำจะถูกเติมเข้าไปตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง ก่อนหมุนเวียนใช้งานซ้ำภายในวงจรตลอดอายุการใช้งาน โดยกว่า 90% ของระบบทำความเย็นพึ่งพาการหมุนเวียนน้ำในระบบปิด ขณะที่ส่วนที่เหลือใช้การระบายความร้อนด้วยอากาศภายนอก และจะใช้น้ำเพิ่มเติมเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิสูงมากเท่านั้น

กระบวนการทำงานเริ่มจากการส่งน้ำเย็นผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ AI เมื่อน้ำดูดซับความร้อนแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังระบบชิลเลอร์เพื่อระบายความร้อน ก่อนหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง ทำให้ลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยจำนวนมากเมื่อเทียบกับระบบเดิม

แนวทางดังกล่าวสามารถช่วยประหยัดน้ำได้หลายพันล้านแกลลอน หากถูกนำไปใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ในอนาคต โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้จริงใน Fairwater AI Data Center เมือง Mount Pleasant รัฐ Wisconsin ซึ่งบริษัทวางให้เป็นต้นแบบของดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่

ทั้งนี้ดาต้าเซ็นเตอร์ AI แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างในสหรัฐฯ หลายแห่งจะใช้แบบเดียวกับ Fairwater และจะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นต่อไปของบริษัท

แผนดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเป้าหมาย water positive ภายในปี 2030 ที่ Microsoft ตั้งเป้าคืนน้ำกลับสู่ระบบนิเวศมากกว่าปริมาณที่บริษัทใช้งานทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังต้องจับตาคือ เทคโนโลยีใหม่นี้ยังครอบคลุมเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ AI รุ่นใหม่ ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของศูนย์ข้อมูลเดิมทั้งหมดของ Microsoft Azure ซึ่งมีมากกว่า 500 แห่ง ครอบคลุมกว่า 80 ภูมิภาคทั่วโลก